ทั่วโลกต้องสยบแทบเท้า : สุดยอดนักเตะลูกหนังโลกตลอดกาลอันดับ 90-81

การเล่นอันทรงพลังจนถูกยกย่องเป็นแข้งระดับตำนานของอดีตยอดแบ็คซ้ายชาวบราซิล หรือจะเป็นปีกพ่อมดชาวเวลส์ที่มีลีลาลากเลื้อยพร้อมพาปีศาจแดงกวาดแชมป์เป็นว่าเล่น รวมถึงอดีตนักเตะชื่อก้องที่ต่างฝากผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยมที่แฟนบอลหลายคนยังจดจำได้จนถึงทุกวันนี้ 

นั่นทำให้พวกเขาถูกเลือกเป็นส่วนหนึ่งของการจัดอันดับสุดยอดนักเตะลูกหนังโลกตลอดกาลของเราด้วย

90. โรแบร์โต้ คาร์ลอส (บราซิล)

Roberto Carlos

ทำไมต้องอยู่ในทำเนียบนี้?

แข้งบราซิลหุ่นกะทัดรัดใช้เวลา 11 ฤดูกาลในการวิ่งขึ้นลงทางกราบซ้ายในถิ่นเบร์นาเบว และช่วยให้เรอัล มาดริด คว้าถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัย

ด้วยทักษะในการเล่นรุกที่อยู่ในสายเลือด ทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 18 ปี สมัยที่เล่นให้อูนิเอา เซา ชูเอา คาร์ลอสย้ายไปเป็นสมาชิกของพัลไมรัสชุดที่ดีที่สุดของสโมสร แล้วแบกกระเป๋าสู่ถิ่นอินเตอร์ มิลาน ก่อนเรอัล มาดริด ยื่นข้อเสนอเข้ามา ที่นั่น เขากลายเป็นฮีโร่แห่งความศรัทธา สำหรับการคืนความสุขและรอยยิ้มให้แฟนบอล จากต้นขาอันมหึมาที่ช่วยให้เขาตะบันลูกหนังด้วยความเร็วถึง 105 ไมล์ต่อชั่วโมง ไม่ต้องแปลกใจที่นายทวารทั้งหลาย (และแฟนบอลบนอัฒจันทร์) ต่างกลัวเขากันทั้งนั้น

ห้วงสำคัญในวันค้าแข้ง

แข้งแชมป์โลก 2002 สามารถขัดขืนต่อกฎทางกายภาพ จากการตะบันลูกหนังด้วยข้างเท้าด้านนอก ฟรีคิกที่พุ่งโค้งผิดธรรมชาติเลี้ยวสู่โคนเสา และสัมผัสก้นตาข่ายในเกมเสมอฝรั่งเศส 1-1 ในศึกตูร์นัวซ์ เดอ ฟร็องซ์ เมื่อปี 1997

89. ฮริสโต้ สตอยซ์คอฟ (บัลแกเรีย)

Hristo Stoichkov

ทำไมต้องอยู่ในทำเนียบนี้?

ศูนย์หน้าจอมพเนจรผู้ไม่อาจคาดเดาได้ สตอยคอฟคือแกนหลักในบาร์เซโลน่าชุดดรีมทีมของ โยฮัน ครัฟฟ์ ซึ่งคว้าแชมป์ลีกติดต่อกัน 4 สมัยช่วงต้นยุค 90

ดาวเตะบัลแกเรียนขึ้นชื่ออยู่แล้วสำหรับการเล่นอันน่าตื่นเต้น (คุณคงเข้าใจแล้วว่า ทำไมครัฟฟ์ถึงคว้าตัวเขา) และใช้ความสามารถในการกระชากบอลไปตรงๆ ด้วยความชำนาญในการทำลายล้างผู้รักษาประตู จากการตะบันอันหนักหน่วงปานจรวดจากระยะที่ไม่น่าเป็นไปได้

สตอย์ซคอฟโชว์ฟอร์มในระดับเดียวกันในการให้ทีมชาติด้วย ผลงานอันโดดเด่นที่สุดเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 1994 เขาทำ 6 ประตูที่สหรัฐฯ พร้อมนำบัลแกเรียเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดร่วมของทัวร์นาเม้นต์

ห้วงสำคัญในวันค้าแข้ง

การประสานงานของเขากับโรมาริโอในฤดูกาล 1993-94 นำมาสู่แชมป์ลีกสมัยที่ 4 ของทัพ "ดรีมทีม" ซึ่งทั้งคู่ยิงประตูรวมกันได้ถึง 54 ลูก และถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในคู่กองหน้าที่ดีที่สุดตลอดกาล

88. อัลลัน ซิโมนเซ่น (เดนมาร์ก)

Allan Simonsen

ทำไมต้องอยู่ในทำเนียบนี้?

นักเตะผู้ทำงานหนักและเป็นศูนย์หน้าฝีเท้าคม ซิโมนเซ่นได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแข้งเดนมาร์กคนสำคัญที่สุดตลอดกาล เขาสนุกกับช่วงเวลา 3 ปีอันมหัศจรรย์กับบาร์เซโลน่า

แต่ช่วงเวลาที่น่าประทับใจที่่สุดเกิดขึ้นที่เยอรมัน ซิโมนเซ่นช่วยให้โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค คว้าแชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัยติดต่อกันในช่วงกลางยุค 70 เขาเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ยิงประตูในนัดชิงชนะเลิศได้ทั้งยูโรเปี้ยน คัพ, ยูฟ่า คัพและ คัพ วินเนอร์ส คัพ

ห้วงสำคัญในวันค้าแข้ง
คว้าบัลลงดอร์ในปี 1977 ปาดหน้า เควิน คีแกน และ มิเชล พลาตินี่ พร้อมกับเป็นผู้เล่นเดนมาร์กคนแรกที่ซิวรางวัลนี้

87. ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ (อาร์เจนตินา)

Javier Zanetti

ทำไมต้องอยู่ในทำเนียบนี้?

สมควรอย่างยิ่ง เพราะแม้เขาไม่ใช่แบ็กขวาที่ดีที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา แต่บางที เขาอาจเป็นผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มระดับโลกได้ยาวนานกว่ากองหลังรายอื่นๆ ก็เป็นได้

ระหว่าง 19 ปีของเขากับอินเตอร์ มิลาน หลังเล่นในอาร์เจนตินาบ้านเกิด กับทาลเลเรสและบานฟิลด์ ก่อนมุ่งหน้าสู่อิตาลีในขวบปีอันผันผวนของทัพ "งูใหญ่" ซาเน็ตติเป็นเจ้าของสถิติลงเล่นสูงสุดของสโมสร 864 นัดและคว้า 16 แชมป์ ก่อนแขวนสตั๊ดด้วยวัย 40 ปี ความแข็งแกร่งและมันสมอง ทำให้เขากลายเป็นสุดยอดฟูลแบ็ก ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีเทคนิคอันแพรวพราว ส่งผลให้เขาขยับมาเล่นแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยมในเวลาต่อมา

ห้วงสำคัญในวันค้าแข้ง

นำอินเตอร์คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 2010 ซึ่งเป็นการยุติแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ที่รอคอยถึง 45 ปีของพวกเขา

86. กาเบรียล บาติสตูต้า (อาร์เจนตินา)

Gabriel Batistuta

ทำไมต้องอยู่ในทำเนียบนี้?

ไม่มีผู้เล่นคนไหนที่สามารถกระหน่ำลูกหนังได้หนักหน่วงเหมือนอย่าง กาเบรียล บาติสตูต้า มันเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับ อลัน เชียเรอร์ ในยุค 90 ทั้งคู่ยิ่่งใหญ่ในยุคเดียวกัน ด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่ต้องมีลีลายึกยัก และเป็นศูนย์หน้ารอบจัด ผู้เมามันในการส่งบอลจมก้นตาข่ายไม่ว่าจากมุมแคบหรือระยะไกล

นอกจากนั้น ทั้งคู่ยังปิดฉากค้าแข้งด้วยเหรียญรางวัลที่น้อยเกินไป มันไม่สอดคล้องกับความสามารถและผลงานของพวกเขา แต่นั่นไม่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของทั้งคู่มากนัก ด้วยความเป็นศูนย์หน้าที่ครบเครื่องชนิดหาตัวจับยาก

ห้วงสำคัญในวันค้าแข้ง

ซัลโว 20 ประตูช่วยให้โรม่า จากการนำของคาเปลโล่ เถลิงบัลลังก์ ทีมชุดนั้นอุดมด้วยผู้เล่นอย่างคาฟู, ซามูเอล, มอนเตลล่าและต็อตติ พวกเขาคว้าแชมป์เซเรีย อา ในปี 2001