ทีมนี้พี่ยกนิ้วให้ แฟนบอลชู "ช้างศึกชุดนี้ดีทั้งทีม"

จบเกมแบบลุ้นตัวโก่ง ทีมชาติไทยเก็บชัยชนะสองนัดรวดเข้ารอบรองชนะเลิศไปแล้วแต่อารมณ์ยังไม่จบ เพราะนานมาแล้วที่ไม่ได้เชียร์ฟุตบอลไทยได้มันส์สุดๆ แบบนี้

ทีมชาติชุดนี้ของ "ซิโก้" มีอายุเฉลี่ยไม่ถึง 25 ปี เรียกว่าเป็นทีมเพื่ออนาคตที่ดูแล้วทำให้นึกถึงดรีมทีมยุคกลางทศวรรษ 1990 ทีมีซิโก้เป็นกองหน้าจอมตีลังกา ยุคนั้นนับเป็นสายเลือดใหม่ที่แฟนบอลได้เชียร์อย่างมันส์กันทุกเกม 
 

ถ้าจะให้คะแนนการเล่นในเกมนี้ หลายๆ คนได้คะแนนดีสมใจโค้ช "เมสซี่ เจ" ชนาธิป สรงกระสินธุ์ผ่านการเช็คฟิตลงเป็นตัวจริงและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถฝ่าแนวป้องกันเจ็ดคนของมาเลเซียที่ตั้งรับสองชั้นตั้งแต่กลางสนาม

อดิศักดิ์ ไกรษรที่ผ่านการลับแข้งจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเป็นสุดยอดซุปเปอร์ซับที่เล่นบอลด้วยสมองและสัญชาตญาณนักล่าประตู

ชาริล ชัปปุยส์ นัดนี้มีพื้นที่วิ่งหาตำแหน่งเจาะทะลวงแนวรับของมาเลเซียได้ตลอดทั้งเกม เพราะมีนฤบดินทร์คอยเติมเกมบุกริมเส้นฝั่งขวาได้อย่างไม่มีที่ติ
 

คนที่น่าจะได้คะแนนน้อยในเกมนี้คือสารัช อยู่เย็นที่ปกติเป็นจอมทัพในแดนกลาง วันนี้เหมือนยืนผิดตำแหน่งและยังงงๆ กับบทบาทของตัวเอง แต่ยังเก็บบอลยิงไกลจากแถวสองได้น่ากลัวเช่นเคย
อีกคนที่ค่อนข้างน่าผิดหวังคือกองหน้าอย่างกีรติ เขียวสมบัติ ที่ยังฟอร์มฝืดไม่ค่อยมีโอกาสสับไกยิง
 

เกมโดยรวมของทีมชาติไทยชุดนี้ที่่ส่วนใหญ่มาจากทีมเอเชี่ยนเกมส์ 2014 เมื่อกลางปี สามารถเล่นเข้าขากันได้ดี กล้าเล่นและไม่กลัวประสบการณ์ของเสือเหลือง แม้ดูๆ ไปจะอึดอัดเพราะต้องทนดูมาเลเซียใช้เก๋าตบเด็ก แต่เมื่อได้เห็นพัฒนาการและใจสู้ของเด็กชุดนี้แล้วทำให้แฟนฟุตบอลไทยต้องยกนิ้วให้เลยทีเดียว
 

การเจอกับทีมประสบการณ์สูงอย่างมาเลเซียเป็นอีกบททดสอบหนึ่งของทีมชาติไทยที่นับว่าสอบผ่านทั้งการเล่นตามแท็กติกและการประสานงานกันเป็นทีมอย่างที่ซิโก้ย้ำเสมอว่าฟุตบอลของเขาไม่มีดารา แต่เป็นทีมชาติไทยหนึ่งเดียวเท่านั้น
 

หากทีมชาติไทยหนึ่งเดียวของซิโก้มีโอกาสได้เล่นด้วยกันภายใต้การคุมทีมของเขาอีก 5 ปี เราอาจจะได้เห็นธงชาติไทยในสนามโอลิมปิกหรือฟุตบอลโลกอย่างที่อดีตกองหน้าจอมตีลังกาผู้นี้ตั้งใจไว้ ถึงเวลานั้นประเทศไทยคงจะได้ยืดอกร่วมกันเชียร์ 
"เพราะเราคือคนไทย"