Analysis

ทีมยอดเยี่ยมยุโรปประจำเดือน: 2 แข้งปืนติดโผ...แต่ไม่ใช่โอซิล

We are part of The Trust Project What is it?

จอร์จินโญ (นาโปลี)

นาโปลีดูมีความสุขกับฟอร์มอันยอดเยี่ยมในเดือนที่ผ่านมาเมื่อชนะถึง 4 จาก 5 เกมในเซเรียอา โดย 2 จาก 4 เป็นนัดที่พวกเขามีชัยเหนือจ่าฝูงฟิออเรนตินาและมิลานที่กำลังเข้าฟอร์ม ซึ่งหลายๆคนกล่าวชมไปที่แนวรับที่พัฒนาขึ้นมากและตัวรุกอย่าง ลอเรนโซ อินซิเญ กับ กอนซาโล อิกวาอิน

อย่างไรก็ตามกองกลางวัย 23 ปีก็ทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่น โดยคุ้มครองแผงแบ็คโฟร์จนช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตได้ 4 นัดในลีกระหว่างเดือนตุลาคม และแม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นเพลย์เมคเกอร์ที่ยืนอยู่ต่ำมากกว่าเป็นตัวทำลายเกมโดยธรรมชาติ แต่ก็ยังเข้าสกัดได้ถึง 4  หนในเกมกับ “ม่วงมหากาฬ”

นอกจากนี้ยังผ่านบอลมากกว่าคนอื่นๆตลอดทั้ง 5 เกมเมื่อเดือนก่อนด้วย ซึ่งเขาจ่ายบอลสำเร็จถึง 143 ครั้งในเกมกับปาแลร์โม และยังแย่งบอลได้อย่างน้อย 9 ครั้งในแต่ละแมตช์อีกต่างหาก

มิราเล็ม ปานิช (โรมา)

กองกลางชาวบอสเนียคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ “หมาป่ากรุงโรม” มีฟอร์มยอดเยี่ยมต่อเนื่อง โดยทำหน้าที่คุมจังหวะเกมในแผงมิดฟิลด์ แม้ว่าจะโดนเหลืองแดงในเกมที่พ่ายอินเตอร์ มิลาน แต่ก่อนจะถุกไล่ออกเขาก็ยังสร้างสรรค์โอกาสได้ 8 หน

ถึงจะไม่มีผู้เล่นคนไหนในเซเรียอาที่จ่ายบอลสำคัญต่อเกมมากไปกว่าเขา แต่ความสามารถอันเหลือเชื่อในลูกเซ็ตพีซต่างหากที่ทำให้ดาวเตะวัย 25  ปีแตกต่างจากนักเตะคนอื่นอย่างแท้จริง โดยก่อนเกมกับ “งูใหญ่” นั้น เขาทำประตูได้จากฟรีคิกถึง 10 ลูกจากความพยายามทั้งหมด  21 ครั้ง โดยเฉพาะ 6 นัดหลังเจ้าตัวทำได้ 4 ลูก นั่นเป็นเพราะเจ้าตัวเรียนรู้มาจาก จูนินโญ แปร์นัมบูกาโน อดีตเจ้าพ่อลูกนิ่งสมัยค้าแข้งกับลียงนั่นเอง

บทความแนะนำ สิงห์ลูกนิ่ง: 11 แข้งปั่นฟรีคิกดีสุด 5 ลีกดังยุโรป

โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค)

สตาร์ทีมชาติเยอรมันชุดแชมป์ฟุตบอลโลกกดไปแล้ว 10 ตุงจากการลงเล่นเป็นตัวจริงในลีก 9 นัดให้กับบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งในแง่ที่ว่าเจ้าตัวไม่ใช่ศูนย์หน้าอาชีพ ตรงกันข้ามเขาได้รับบทบาทในแหน่งหมายเลข 10 และปีกขวาด้วยซ้ำในเดือนที่ผ่านมา

2 ลูกของเขาในเกมกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำให้ทีมของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา ชนะท่วมท้น 5-1 นอกจากนี้ยังทำประตูได้ในนัดที่ชนะแวร์เดอร์ เบรเมน, โคโลญจน์ และโวล์ฟสบวร์ก (ที่เจ้าตัวกดไป 2 เม็ด) อีกด้วย แต่มุลเลอร์ก็เป็นมากกว่าตัวจบสกอร์ เพราะเขาสามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้และสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ โดยเจ้าตัวพาบอลหนีคู่แข่งได้ 6 ครั้งในเกมกับดอร์ทมุนด์ ซึ่งมาจากการบริเวณตรงกลางถึง 4 หน

เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

นักเตะใหม่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายนี้ดูจะไม่ต้องเสียเวลากับการปรับตัวจากการย้ายมายังบุนเดสลีกาสู่พรีเมียร์ลีกเลย แถมยังกลายเป็นนักเตะคนสำคัญในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม อย่างรวดเร็วอีกด้วย โดยเพื่อนร่วมทีมสามารถพึ่งพาดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมในยามที่เล่นไม่ออกได้ อย่างที่เขาแสดงให้เห็นในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกกับเซบีญาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

ซึ่งในเดือนที่ผ่านมาเขาทำไป 3 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ให้กับทีมของ มานูเอล เปเยกรินี อีกทั้งซัดไป 2 ตุงให้กับทีมชาติ มีเพียงนัดเดียวที่เขาไม่มีบทบาทสำคัญกับเกมเลยก็คือแมตช์ดาร์บี้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โดน มาร์กอส โรโฮ ล็อคเอาไว้ แต่ถึงจะอย่างนั้นเขาก็ยังสร้างสรรค์โอกาสได้ 2 ครั้ง ซึ่งมีเพียง ฆวน มาต้า ที่ทำได้เท่ากับเขาในเกมที่สุดรัดกุมดังกล่าว