Analysis

ที่สุดแห่งโค้ช : 10 อันดับกุนซือโกยแต้มมากสุดประวัติศาสตร์ไทยลีก

We are part of The Trust Project What is it?

อันดับ 1

อรรถพล ปุษปาคม

344 คะแนน / 5 สโมสร

แม้ว่าอดีตกุนซือระดับตำนานของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จากโลกนี้ไปแล้ว แต่นี่คือหนึ่งในสุดยอดโค้ชของเมืองไทยที่ยากจะหาใครเปรียบได้ บรรดาโค้ชด้วยกันต่างยอมรับในฝีมือของเขาอย่างเต็มใจ

ช่วงต้นปี 2009 หลังประเดิมฤดูกาลแรกกับ ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร ด้วยการเอาชนะ ราชนาวี 3-0 แต่หลังจากนั้นกลับทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ เพราะแพ้ไปถึง 4 นัด และเสมอเพียงนัดเดียว มีเพียง 4 แต้ม ส่งผลให้โค้ชแต๊ก ตัดสินใจรับผิดชอบด้วยการลาออกทั้งที่ยังคุมทีมไม่ถึง 3 เดือนด้วยซ้ำ

แต่ของดีย่อมมีผู้ต้องการจับจองเสมอ เมื่อ เมืองทอง ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกไทยลีก คว้าตัวไปกุมบังเหียนทัพ “กิเลนผยอง” ทันที ซึ่งในเวลานั้นทีมเต็มไปด้วยผู้เล่นแถวหน้าของเมืองไทยอาทิ  เจษฎา จิตสวัสดิ์, ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์, ซูมาโฮโร่ ยาย่า, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว การเก็บแต้มให้ทีมเพิ่มถึง 52 คะแนน จาก 65 คะแนน ส่งผลให้พาทีมครองแชมป์ลีกได้สำเร็จภายในฤดูกาลเดียว และก็เป็นไปตามที่เจ้าตัวเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนเริ่มงานว่าจะพาขุนพลกิเลนคว้าแชมป์ไทยลีกให้ได้ในฤดูกาลนั้น

ทว่าปลายเดือนพฤษภาคมปีถัดมาเขาย้ายขั้วข้ามไปอยู่กับ บุรีรัมย์ พีอีเอ ภายใต้การบริหารงานของนาย เนวิน ชิดชอบ ที่กระโดดเข้ามาทำทีมฟุตบอลเป็นปีแรก โดยเริ่มประเดิมเกมแรกพาทีมชนะ โอสถสภา 2-0 และคว้าชัยอีก 15 นัด เสมอ 6 แพ้เพียงเกมเดียว เก็บได้ 51 แต้ม แต่พาทีมคว้ารองแชมป์ลีกด้วยคะแนนรวม 63 คะแนน เพราะอดีตต้นสังกัดเก่าอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่มี 67 คะแนน ได้แชมป์ไปครองหลังจบฤดูกาล

ปี 2011 ถือเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างความยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง… จากฤดูกาลที่แล้วเขาเข้ามาคุมทัพช่วงที่ทีมลงเล่นไปแล้ว 8 นัด มาครั้งนี้ได้เริ่มต้นใหม่อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยขุมกำลังสุดแกร่งเช่นเดิมอย่าง โจเซฟ โอบามา, อภิเชษฐ์ พุฒตาล, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, สุเชาว์ นุชนุ่ม รวมถึงสุดดาวยิงอย่าง ฟร้องค์ โอแฮนด์ซ่า และแฟรงค์ อาเชียมปง โดยจบฤดูกาลทำแต้มสูงถึง 85 คะแนน และถือเป็นทีมที่ค้วาด้วยการเก็บแต้มเยอะที่สุดตลอดกาลของไทยลีก

แต่ฤดูกาลถัดมาต้องเสียแชมป์ให้กับเมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ทำผลงานคว้าแชมป์แบบไร้พ่าย ผิดกับบุรีรัมย์ที่ผลงานตกต่ำลงไปโดยจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ชนะ 14 เสมอ 12 แพ้ 8 มีเพียง 54 คะแนน จาก 34 นัด

ขณะที่ศึกไทยลีกฤดูกาล 2013 ผ่านไปเพียง 7 นัด แม้จะเป็นการลงเล่นแบบไร้ซึ่งพ่ายเก็บไป 17 แต้ม แต่แฟนบอล “ปราสาทสายฟ้า” กลับต้องเจอข่าวช็อกเมื่อสโมสรประกาศแยกทางโค้ชแต๊ก แม้เพิ่งพาทีมบุกไปเสมอเอฟซี โซล 2-2 ผ่นเข้ารอบรายการเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2013 ได้สำเร็จแบบงงๆ ก่อนที่ภายหลังด้านอดีตกุนซือบุรีรัมย์จะออกมาเผยว่า การทำงานของเขาขัดกับนโยบายของผู้ใหญ่ในทีม จนเป็นเหตุให้ต้องแยกทางกันในที่สุด เป็นอันปิดฉากความยิ่งใหญ่ตลอด 3 ปีกว่าๆกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

หลังจากนั้นย้ายไปคุมบางกอกกล๊าส เอฟซี ช่วงปลายเลกแรก แต่ประเดิมไม่สวยนัก หลังพาบีจีพ่าย ชลบุรี เอฟซี 1-3 ก่อนที่ต่อมาผลงานจะดีขึ้นเรื่อยๆ จนพาทีมเก็บเพิ่มถึง 42 คะแนน นับจากเริ่มคุมทีมวันแรก และจบฤดูกาล 2013 ด้วยอันดับ 5

ส่วนฤดูกาลต่อมาเป็นอันต้องโบกมือลาบีจีเพียงเลกแรก หลังทำผลงานไม่สู้ดี จนต้นสังกัดประกาศปลดออกจากตำแหน่ง โดยผ่านไป 18 นัด มีเพียง 24 คะแนน ก่อนจะตัดสินใจไปรับงานกับเพื่อนตำรวจช่วงปลายฤดูกาล 2014 ซึ่งถือเป็นสโมสรสุดท้ายในชีวิต โดยผลงานกับเพื่อนตำรวจ คุมลูกทีมชนะ 4 เสมอ 3 แพ้ 4 เก็บไป 15 คะแนน แต่ไม่เพียงพอต่อการอยู่บนลีกสูงสุด และตกชั้นไปเล่นลีกวันในฤดูกาล 2015  ซึ่งหลังเกมที่พาทีมเสมอสงขลา 1-1 ในศึกดิวิชั่น 1 เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด และปอด และรักษาตัวอยู่พักหนึ่ง แต่อาการทรุดลง ทำให้โค้ชแต๊กจากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 16 เมษายนในปีเดียวกัน