ที่สุดแห่งพรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 2 : ป๊อกบา, แมนฯซิตี้, สตัวนี่, ยาคูโปวิช

โฟร์โฟร์ทูได้คัดที่สุดแห่งผลงานที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาให้แฟนๆได้ติดตามกัน

ฟอร์มเด็ดประจำสัปดาห์ : แมนฯซิตี้ (vs สโต๊ค)

ตอนที่แมนฯซิตี้ถล่มสเตอัว บูคาเรสต์ ถึงโรมาเนียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกมรุกอันยอดเยี่ยมนั้นเกิดขึ้นเพราะฝั่งตรงข้ามอ่อนด้วย จึงถือว่าเป็นแค่การยืดเส้นยืดสายของทีมเยือนไป

แต่อีก 4 วันหลังจากนั้นในเกมที่ไปเยือนสโต๊คท่ามกลางกระแสลมแรง ขณะที่เจ้าถิ่นแพ็คกองหลังมา 6 ตัวแน่นๆ พวกเขาก็ยังเอาชนะได้อย่างง่ายดาย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความเอื้อเฟื้อของผู้ตัดสิน ไมค์ ดีน อย่างไรก็ตามต่อให้เรือใบจะไม่มีสองลูกแรก มันก็ได้แสดงให้เห็นอยู่ดีว่าเกมรุกความเร็วสูงแบบเป๊ปๆ นั้นได้ส่งผลต่อทีมแล้ว

ปรัชญาของกวาร์ดิโอล่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับเกมรับ แต่จะใช้การครองบอลและโครงสร้างในเกมรุกมาอุดรอยรั่วในแผงหลังมากกว่า แม้คนทั่วไปจะเรียกว่าติกิ-ตากะแต่มันก็เป็นคำที่กวาร์ดิโอล่าเกลียดมาก เพราะฟุตบอลของเขามันซับซ้อนยิ่งกว่าการจ่ายบอลกันไปมาแล้ว

แต่ขณะที่ซิตี้กำลังก่อร่างสร้างทรงบอลไปเรื่อยๆ อยู่นั้น ชัยชนะเหนือสโต๊คก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขามาได้ไกลแค่ไหนแล้ว ทั้งที่ถ้าเป็นยุคของ มานูเอล เปเยกรินี่ พวกเขาน่าจะต้องเสริมตัวสตาร์ราคาแพงมากกว่านี้อีกด้วยซ้ำ แต่กวาร์ดิโอล่ากลับทำให้ลูกทีมของเขาโชว์ฟอร์มเทพพร้อมกันแบบหมู่คณะได้เรียบร้อย

แม้ เซร์คิโอ อเกวโร่ จะทำได้สองประตูในเกมเมื่อวันเสาร์และ ดาบิด ซิลบา ก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเคย แต่คู่แข่งน่าจะกลัวซิตี้มากกว่าจากแนวทางการเล่นที่ขึ้นเกมกันเป็นวงกว้างมากกว่าเดิม เมื่อนักเตะแต่ละคนต่างรู้หน้าที่ว่าจะต้องเคลื่อนที่ไปทางไหนมากขึ้น แม้ทีมชุดนี้จะมีความสามารถเฉพาะตัวดีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ก็ยิ่งแข็งแกร่งจากการเล่นกันเป็นทีมมากขึ้นไปอีก

ซิตี้เริ่มแสดงให้เห็นถึงฟุตบอลแบบฉบับเป๊ปแล้ว

แม้ชัยชนะนัดที่สองติดต่อกันของฮัลล์ท่ามกลางสภาวะอันยากลำบากในสโมสร และการที่เบิร์นลี่ย์ชนะลิเวอร์พูลควรค่าแก่การพูดถึงเช่นกัน แต่การกดไป 4 ตุงใส่ทีมช่างปั้นหม้อเป็นเรื่องน่าประทับใจเสมอ และในกรณีนี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงการปฏิวัติที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของเรือใบสีฟ้า

ประตูแห่งสัปดาห์: คริสเธียน สตัวนี่ (ยิงให้มิดเดิ้ลสโบรช์ในเกมกับซันเดอร์แลนด์)

น่าทึ่ง ไม่ใช่แค่ความแรงของมันเท่านั้น แต่เป็นเพราะผลงานในอดีตที่ไม่มีอะไรบ่งชี้ได้ว่าสตัวนี่จะสามารถทำได้เลยจริงๆ

แม้ตลอดอาชีพค้าแข้งเจ้าตัวจะยิงได้เฉลี่ยหนึ่งลูกกว่าๆในทุกๆ 3 เกม แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นกันในยูทู้บมักจะเป็นในกรอบเขตโทษทั้งสิ้น และยังเกิดขึ้นจากการอยู่ถูกที่ถูกเวลามากกว่าที่จะใช้ความสามารถเฉพาะตัว

โดยเกือบ 12 ประตูที่เขาทำได้ในลา ลีกา เมื่อสองฤดูกาลก่อน (2014/15) มาจากจังหวะดังกล่าวทั้งสิ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ลูกที่สองที่เขาทำได้ในสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ จะมาจากการเคลื่อนที่หาช่องอันเหมาะเจาะ

ดังนั้นลูกแรกของเขาจึงน่าตกใจพอๆกับยอดเยี่ยม บางทีกองหลังซันเดอร์แลนด์อาจพะวงกับระยะทำการในกรอบ 18 หลาของเขามากจนปล่อยให้มีพื้นที่ส่องไกล แต่ดูเหมือนสตัวนี่คงจะไม่สามารถทำซ้ำได้อีกต่อไปแล้ว ทั้งความแรงและทิศทางรวมถึงพื้นที่ว่างที่ปล่อยให้ตั้งป้อมส่องได้ขนาดนั้น

นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์: ปอล ป๊อกบา (แมนฯยูไนเต็ด)

มหากาพย์ป๊อกบาอาจจะดูยืดยาวกว่าจะได้มาลงเอยที่แมนฯยูไนเต็ด แต่พอเจ้าตัวได้ลงสนามก็แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าโดยทันที

แม้ว่าบางทีผลงานที่ออกมาเป็นตัวเลขนั้นอาจจะไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่ และยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่มีต่อเกมในนัดที่ชนะเซาแธมป์ตันจริงๆด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหากมองข้ามข่าวลือต่างๆนานา หรือค่าเอเย่นต์ หรือค่าตัวที่สูงลิบลิ่วแล้ว ป๊อกบาก็ได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าเล่นและผลงานอันน่าประทับใจแบบสตาร์ตัวพ่อออกมา 

ในวันที่เล่นดีสุดๆ เขาสามารถขับเคลื่อนเกมได้แบบไม่หยุดหย่อน ด้วยทักษะ, พละกำลัง และความเร็วของเขา

ป๊อกบาไม่แสดงให้เห็นถึงความกลัวออกมาเลย ซึ่งการสัมผัสอันนิ่มนวลก็เป็นตัวตอกย้ำคำพูดดังกล่าว เขาเล่นได้สนุกและน่าตื่นตาตื่นใจด้วยเทคนิคของเขา ทำให้ผู้ชมรู้สึกฮือฮาทุกครั้งที่จับบอล ไม่ว่าจะเป็นในกรอบเขตโทษฝั่งตรงข้ามหรือฝั่งตัวเอง เวลาเขาครองบอลนั้นแสดงให้เห็นถึงการเล่นที่มีสไตล์และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจจริงๆ

ป๊อกบาไม่จำเป็นต้องพึ่งเวทีพรีเมียร์ลีกเพื่อทำให้ตัวเองเด่นขึ้นมา เขาเด่นได้ด้วยตัวของเขาเองและแสดงให้เห็นตลอดทั้งเกมวันศุกร์

การที่ยูไนเต็ดจ่ายเงินซื้อป๊อกบาด้วยค่าตัวที่แพงที่สุดในโลก อาจจะเป็นแรงกดดันที่มีผลต่อฟอร์ม ซึ่งถ้าพูดกันจริงๆแรงกดดันนั้นมันมีมาตั้งแต่ตอนที่มีข่าวเกิดขึ้นมาด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะมาจากทางโซเชียล, สปอนเซอร์ และการเปิดตัวอย่างอย่างยิ่งใหญ่ตอนที่บรรลุข้อตกลงได้ก็ดี ทำให้การย้ายของเขากลายเป็นกระแสอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในทางกลับกันแล้วถ้ามันล้มเหลวขึ้นมาล่ะ?

 

Nouveau maillot, nouvelle coupe New hair, new jersey, new season @manchesterunited #pogback #firstneverfollows

A video posted by Paul Labile Pogba (@paulpogba) on

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลอาจทำให้การประเดิมสนามอาจจะมีความประหม่าหรือเล่นผิดฟอร์มเจือปนอยู่บ้าง แต่เปล่าเลย ทั้งที่ไม่ได้ลงเล่นในเกมปรีซีซั่น แต่กลับโชว์ฟอร์มเหมือนคนที่เคยเล่นให้กับยูไนเต็ดมาแล้ว 100 นัดมากกว่านัดแรกด้วยซ้ำ ป๊อกบาอาจกลับมายังสโมสรที่ครั้งหนึ่งเคยเรียกว่าบ้านก็จริง แต่ก็ต้องคำนึงถึงด้วยว่า ตอนที่อยู่ในโรงละครแห่งความฝันครั้งแรกนั้น เขาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ไปกี่นัดกัน?

ช็อตเซฟประจำสัปดาห์: เอลดิน ยาคูโปวิช (ให้ฮัลล์ในเกมกับสวอนซี)

ในโลกของผู้รักษาประตู ไม่มีอะไรสุดยอดไปกว่าการเซฟด้วยปลายมืออีกแล้ว แม้ยาคูโปวิชจะมีเกมที่ดีในการเจอกับเลสเตอร์เมื่อสัปดาห์ก่อนก็จริง แต่ส่วนหนึ่งเขาก็ได้ประโยชน์จากความฝืดของแชมป์เก่าด้วย อย่างไรก็ตามในนัดที่ผ่านมากับสวอนซีถือเป็นบททดสอบอย่างแท้จริง เมื่อออกแรงเซฟลูกฮาล์ฟวอลเล่ย์ของ กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ได้ในครึ่งแรกทั้ให้เกมยังเสมอกันอยู่ ซึ่งถึงแม้ว่าต่อให้หงส์ขาวแพ้แต่เจ้าถิ่นก็เล่นได้ดี และถ้าออกนำไปก่อน ดีไม่ดีลูกทีมของฟรานเชสโก้ กุยโดลิน มีลุ้นถึงชนะด้วยซ้ำ

ยาคูโปวิชมีส่วนสำคัญช่วยให้ฮัลล์เก็บ 6 แต้มเต็ม

แม้ลูกเซฟของยาคูโปวิชจะคล้ายกับอาเดรียนของเวสต์แฮม ที่ต้องปัดสุดเหยียดเหมือนกัน แต่ของยาคูโปวิชมีความยากกว่าตรงทัศนวิสัย

เพราะตอนที่ซิเกิร์ดส์สันยิงนั้นมี เคอร์ติส เดวี่ส์ บังทางอยู่จึงทำให้มีเวลาตอบสนองน้อย แต่นั่นก็ได้สร้างความประทับใจเพิ่มมากขึ้นต่อช็อตนี้ ซึ่งภาพสโลว์โมชั่นได้แสดงให้เห็นว่าก่อนที่เขาจะมองเห็นได้ชัด เขากำลังพุ่งเรียดไปทางมุมล่างอยู่แล้ว แต่พอมองเห็นวิถีกระสุนชัดขึ้น ยาคูโปวิชก็จัดท่าทางใหม่อีกครั้งเพื่อจะปัดบอลออกไปให้ได้

แม้ช็อตเซฟดังกล่าวจะเห็นได้ชัดบนจอโทรทัศน์ แต่พอเอาเข้าจริงๆมันไม่ง่ายขนาดนั้นเมื่อยามอยู่ในสนาม