ที่สุดแห่งพรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 6 : โอซิลพาปืนท็อปฟอร์ม, ผีไร้รูนแต่มาต้าสุดยอด

จบไปแล้วสัปดาห์การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 6 ของฤดูกาล และนี่คือไฮไลท์สำคัญจากอาทิตย์ที่ผ่านมา  

ผลงานยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ : อาร์เซนอล (vs เชลซี)

นี่คือฟอร์มการเล่นของอาร์เซนอลที่แฟนบอลต่างอยากเห็น หลังก่อนหน้านี้พวกเขาทำผลงานที่ไม่เหมือนทีมที่เคยได้แชมป์ไร้พ่ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา อาร์แซน เวงเกอร์ คือเป้าที่ถูกรุมตำหนิอย่างหนัก ทั้งจากแนวทางการทำทีมที่ดูล้าหลังสำหรับฟุตบอลอังกฤษ รวมถึงนโยบายการซื้อขายผู้เล่นที่ไร้ประสิทธิภาพ “เดอะ กันเนอร์ส”ไม่ใช่ทีมที่มีเกมรุกดุดันและน่ากลัวเหมือนแต่ก่อน แต่ผลงานสุดหรูในเกมกับเชลซีคือสัญญาณดีที่บ่งชี้ว่าพวกเขากำลังจะกลับมา เวงเกอร์จึงฉลองการคุมทีมครบรอบ 20 ปีอย่างมีความสุข

ในทางตรงข้ามเชลซีที่ไม่เคยแพ้อาร์เซนอลเลยตลอด 9 นัดหลังสุดในลีก และดูเหมือนว่าจะรู้ทางทีมปืนใหญ่ทุกอย่าง กลับไม่สามารถเก็บแต้มติดมือในครั้งนี้ได้

ลูกทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ ลงเล่นในสภาพทีมที่ยังไม่ค่อยลงตัวนัก ผิดกับอาร์เซนอลที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ต่อบอลกันเร็ว มีจินตนาการในการเข้าทำ และ ความแม่นยำในการผ่านบอล ก่อนมาพังประตูขึ้นนำจากความผิดพลาดของแกรี เคฮิลล์ ไอ้ปืนใหญ่เล่นบอลบนพื้นและครองเกมเหนือกว่าสิงห์บลูทุกอย่างในครึ่งแรก

แกรี เนวิลล์ กูรูลูกหนังประจำสถานีโทรทัศน์สกายสปอร์ตเคยกล่าวถึงไอ้ปืนใหญ่ชุดแชมป์ไร้พ่ายว่า บรรดาตัวรุกในยุคนั้นของพวกเขาเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมและต่อบอลกันไปมาจนคู่แข่งหาบอลไม่เจอ เมื่อเวลาผ่านไปเราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นการเล่นแบบนั้นมากนัก แต่สำหรับผลงานในช่วง 45 นาทีแรกของเกมนี้ เนวิลล์อธิบายไว้ว่า ผู้เล่นของเชลซีทุกคนเล่นกันผิดพลาดและโดนอาร์เซนอลฉีกเป็นชิ้นๆ และทุกประตูที่พวกเขาเสียทำให้ทีมยิ่งจมดิ่งสู่หายนะ

นับเป็น 3 แต้มที่ยอดเยี่ยมของทีมปืนใหญ่

เวงเกอร์ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า มันเป็นเกมที่เกือบจะ “สมบูรณ์แบบ” ซึ่งมันก็จริงอย่างที่นายใหญ่เลือดฝรั่งเศสพูด อาร์เซนอลแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ยอมแพ้ต่อสถิติอันเลวร้ายยามเจอกับเชลซี หลายคนบอกว่าในเกมนั้นแทบจะจบตั้งแต่ครึ่งแรกแล้วด้วยซ้ำ เพราะเชลซีไม่สามารถสร้างความกดดันให้กับทัพปืนใหญ่ได้เลย

ชัยชนะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาคือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าอาร์เซนอลคือทีมที่เล่นฟุตบอลบนพื้นได้อย่างเนียนตาและสวยงามทีมหนึ่ง นอกจากนั้นพวกเขายังเป็นทีมที่มีระบบการเล่นที่ยอดเยี่ยมด้วย

อาร์เซนอลมักมีปัญหากับการรักษาสกอร์ยามเป็นฝ่ายนำ แต่ในเกมนี้ผู้เล่นทุกคนตั้งใจเล่นกันอย่างมีสมาธิ ไม่ออกอาการวอกแวก เพราะพวกเขาต้องการลบฝันร้ายยามเจอคู่ปรับทีมนี้ให้ได้ แม้ว่าความจริงแล้วแฟนบอลหลายคนทั้งที่ดูอยู่ที่สนามหรือที่บ้านต่างคิดว่า เชลซีน่าจะตีไข่แตกได้หรือไม่ก็ไล่ขึ้นมา 2 ประตู แต่สุดท้ายมันก็ไม่เกิดขึ้น มิชี บัตชูอายี หอกป้ายแดงของเชลซีที่ลงมาเป็นตัวสำรองได้โอกาสหลุดเดียวไปดวลกับ ปีเตอร์ เช็ค แต่กลับเปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้ ขณะที่ โลร็องต์ กอสเซียลนี และ ชโคดราน มุสตาฟี คู่หูเซนเตอร์แบ็คของทีมเจ้าบ้านประสานงานกันอย่างลงตัว รวมถึงฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างที่ทำเอาเกมรุกของเชลซีแทบไปไม่เป็นเลย

เอเด็น อาซาร์ ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานในเกมนี้ ขณะที่ตัวปั้นเกมอย่าง เชสก์ ฟาเบรกัส ก็ทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอันจนถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนเพื่อน ส่วน ดิเอโก้ คอสต้า หัวหอกตัวความหวังของทีมก็โดนประกบติดจนแทบจะสติแตกในช่วงท้ายเกม

ชัยชนะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาคือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าอาร์เซนอลคือทีมที่เล่นฟุตบอลบนพื้นได้อย่างเนียนตาและสวยงามทีมหนึ่ง นอกจากนั้นพวกเขายังเป็นทีมที่มีระบบการเล่นที่ยอดเยี่ยมด้วย ชัยชนะเพียงนัดเดียวไม่สามารถการันตีการชูถ้วยพรีเมียร์ลีกปีนี้ได้ แต่ที่แน่ๆลูกทีมของเวงเกอร์ควรลงเล่นด้วยฟอร์มแบบนี้ในทุกๆเกม

ประตูยอดเยี่ยม - ฆวน มาต้า (แมนยู พบ เลสเตอร์ ซิตี้)

เอ่อ...ประตูนั้นมันสวยขนาดได้รางวัลนี้เลยอย่างนั้นหรอ?

ฟุตบอลคือการแข่งขันทุกฝีก้าวดังที่ อัล ปาซิโน ดาราชื่อดังเคยกล่าวเอาไว้ในภาพยนต์เรื่อง “Any Given Sunday” ซึ่งแม้ว่าในตอนนั้นเขาจะพูดถึงกีฬาอเมริกันฟุตบอล แต่มันก็คงไม่แตกกันมาก ประตูของมาต้าคือเครื่องยืนยันชั้นดี เพราะประตูนี้ผ่านการสัมผัสจากผู้เล่นปีศาจแดงทุกคนที่อยู่ในสนาม(ยกเว้นผู้รักษาประตู) การประสานงานของพอล ป็อกบา, เจสซี ลินการ์ด และ มาต้านั้นวิเศษมากๆ เริ่มจากลูกชิพของป็อกบา ตามด้วยการสะกิดบอลของลินการ์ด และปิดบัญชีโดยมาต้า 3 จังหวะนี้อาจจะดูธรรมดาๆ แต่เมื่อนำมารวมกันแล้วมันนับเป็นการประสานงานที่ยอดเยี่ยมมากๆ

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือจังหวะการเข้าทำของยูไนเต็ด ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล นั้น พวกเขาคือทีมที่ตั้งรับไม่ยากเลย เพราะแช้งปีศาจแดงจะหาช่องจนเจอทางตันกันไปเอง ทว่าในยุคของมูรินโยนั้นต่างอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาดูเหมือนจะหาทางทลายทางตันจากฤดูกาลที่ผ่านมาได้แล้ว

นักเตะยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ : เมซุต โอซิล

ในยามที่โอซิลท็อปฟอร์ม เขาจะเล่นได้อย่างไหลลื่น คอยหาพื้นที่ คุมจังหวะ และสร้างโอกาสเข้าทำให้กับทีม ซึ่งนี่คือโอซิลเวอร์ชั่นที่เชลซีพบ

1 ในจังหวะที่ยอดเยี่ยมมากของจอมทัพทีมชาติเยอรมันคือ จังหวะที่เขาพลิกบอลหนีเอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ตัวรับของเชลซี และเล่นเกมสวนกลับเร็ว เขาผ่านบอลให้อเล็กซิส ซานเชส ก่อนจะวิ่งไปวอลเลย์ลูกส่งคืนของดาวเตะทีมชาติชิลีเป็นประตูที่ 3 ให้กับทีมปืนใหญ่ ซึ่งเราแทบจะไม่ได้เห็นใครที่สลัดก็องเต้ได้หลุดลุ่ยขนาดนั้นมาก่อน

โอซิลถูกวิจารณ์หนักพอสมควรเพราะชอบหายไปจากเกมในการแข่งขันนัดสำคัญเสมอ ทว่าคำสบประมาทเหล่านี้ทำให้เราเข้าใจกับโอซิลผิดมาตลอด ที่จริงแล้วมิดฟิลด์รายนี้ไม่ใช่นักเตะประเภทที่จะวิ่งพล่านไปทั่วสนาม เขามักจะหาพื้นที่และคอยสร้างโอกาสให้กับทีม เรียกได้ว่าเขาเป็นนักเตะคนละแนวกับอเล็กซิส โอซิลเปรียบเสมือนคนปั้นเกมรุกให้กับทีมมากกว่าเป็นคนผลิตสกอร์ จังหวะเจ้าตัวจับบอลแล้วพลิกหนีก็องเต้นั้นแม้เป็นเพียงสัมผัสเล็กๆเพียงครั้งเดียว แต่มันกลับสามารถเปลี่ยนเกมได้ทันที และเปิดโอกาสให้เขาเจาะจุดอ่อนของเชลซีโดยใช้พื้นที่ว่างจากเกมสวนกลับเร็วผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีม ก่อนจะวิ่งมารับบอลและปิดบัญชีด้วยตัวเอง

โอซิลโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมกับเชลซี

ในยามที่โอซิลท็อปฟอร์ม เขาจะเล่นได้อย่างไหลลื่น คอยหาพื้นที่ คุมจังหวะ และสร้างโอกาสเข้าทำให้กับทีม ซึ่งนี่คือโอซิลเวอร์ชั่นที่เชลซีพบ ชายคนนี้แทบจะไม่มีใครสัมผัสตัวเขาได้เลยเวลาท็อปฟอร์ม เขามักจะมองคู่แข่งและเอาตัวรอดได้ก่อนเสมอ เขาเป็นนักเตะที่หาตัวจับยากมาก

แต่นั่นก็เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะยามที่โอซิลเค้นฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ มันก็ทำให้เขาโดนวิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน โดยเฉพาะการเล่นที่ดูเนือยๆของเขา อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาจะเห็นว่า การตัดสินใจ จังหวะ และ การเข้าทำของเขานั้นเกือบจะสมบูรณ์แบบ นี่แหละคือความสามารถที่แท้จริงของเขา

ผลงานน่าผิดหวังประจำสัปดาห์ : เชลซี (vs อาร์เซนอล)

แผงหลังของเชลซีประสบปัญหาอย่างหนักยามที่ขาดจอห์น เทอร์รี่ ปราการหลังตัวเก๋าไป โดยเฉพาะ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช แบ็คขวาของทีมที่เปลี่ยนไปจากเดิมราวกับเป็นคนละคน โดยกองหลังของทัพสงห์บลูเริ่มนับตั้งแต่เกมกับสวอนซี ต่อเนื่องมาจากจนถึงเกมกับลิเวอร์พูลและอาร์เซนอล นอกจากนั้น ดาวิด ลุยซ์ก็เป็นอีก 1 คนที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก

กองหลังบราซิเลียนรายนี้เองก็มีข้อผิดพลาดให้เห็นเช่นกันในเกมกับอาร์เซนอล ทว่าความผิดพลาดของทัพสิงห์บลูนั้นไม่ได้มาจากเขาเพียงคนเดียว แถมดูเหมือนว่าเขาจะเป็นผลพวงจากความผิดพลาดคนอื่นมากกว่าจะเป็นสาเหตุเสียเอง เพียงแต่ลุยซ์เปรียบเสมือนแพะรับบาปที่หลายๆ คนกล่าวโทษมากกว่าจะโทษสโมสร

แม้ว่าลุยซ์จะมีปัญหาในเรื่องการยืนตำแหน่งที่ไม่ดีเอาเสียเลย แต่คนที่สมควรถูกตำหนิมากที่สุดคือ ไมเคิล เอเมนาโล ผู้อำนายการเทคนิคของสโมสร ซึ่งปล่อยปะละเลยปัญหาเกมรับของทีมมาหลายฤดูกาล จนในที่สุด เมื่อวันสุดท้ายของตลาดนักเตะที่ผ่านมา สิงห์บลูก็จัดการคว้าตัวลุยซ์มาจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง เพื่อแก้ปัญหาในเกมรับ ทว่าหารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วลุยซ์นั้นยังไม่ใช้คำตอบสำหรับตำแหน่งนี้ ซึ่งคำถามคือทำไมสโมสรที่มีเจ้าของเป็นถึงโรมัน อับราโมวิช และกุนซือชื่อเสียระดับโลกอย่างอันโตนิโอ คอนเต้ถึงต้องรอจนวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย และนำเข้านักเตะที่ยังไม่ตอบโจทย์ของตัวเอง?

ลุยซ์เดินมาเก็บบอลหลังโดนพังประตูที่ 3

เอเมนาโลดูจะยึดติดกับผู้เล่นเกมรุกมาเกินไป อีกทั้งพวกเขายังพยายามระวังไม่ให้ทีมผิดกฏไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ โดยการดึงตัวดาวรุ่งที่ฟอร์มเข้าตามาร่วมทีมมากมาน ทว่าสุดท้ายก็ปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำไมปัญหาใหญ่ของพวกเขาในฤดูกาล 2015/16 ถึงลามต่อเนื่องมาจนถึงฤดูกาลนี้ได้?

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลใจหากตอนนี้ปัญหาเหล่านี้เริ่มจะแสดงออกมาให้เห็นอีกครั้ง...