Analysis

ที่สุดของโลก 2017 : จัดอันดับ 100 สุดยอดนักเตะแห่งโฟร์โฟร์ทู 60 - 41

ผู้สืบทอดตำแหน่งสวีปเปอร์-คีปเปอร์ ต่อจาก มานูเอล นอยเออร์, เจ้าของหมายเลข 9 คนใหม่ของทีมชาติเยอรมัน และหนึ่งในปราการสุดแกร่งชาวอิตาเลียน อยู่อันดับไหนกันบ้าง? ติดตามได้ที่นี่

We are part of The Trust Project What is it?

60. แกเรธ เบล (เรอัล มาดริด)

แกเรธ เบล สามารถเป็นอาวุธเด็ดของ เรอัล มาดริด ได้ แต่ปัญหาก็คือเรื่องในสนาม เพราะเขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างต่อเนื่อง โดยเขาลงเล่นในลีกไปเพียงแค่ 13 นัดเท่านั้นในปี 2017 นั่นทำให้มีข่าวลือว่า เรอัล มาดริด พร้อมขายเขาออกจากทีม

หลายสิ่งหลายอย่างดูจะไม่เป็นใจให้กับเขา เพราะว่าเขาต้องมานั่งพักในช่วงสำคัญของซีซั่นที่แล้ว อย่างตอนศึก เอล กลาซิโก ที่พบกับ บาร์เซโลน่า ในช่วงเดือนเมษายน ที่ ซีดาน ตัดสินใจส่งเขาลงสนามทั้ง ๆ ที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ผลก็ตือเขาบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวตั้งแต่ครึ่งแรก

ปัญหาดังกล่าวยังคงเรื้อรังมาถึงซีซั่นนี้ อย่างในเกมที่ เบล ได้ลงสนามในเกม สแปนิช คัพ เมื่อสัปดาห์ก่อน เขาก็โดนปัญหาอาการบาดเจ็บซ้ำอีก โดยตอนนี้ในขณะที่ ซีดาน นั้นกำลังมีปัญหากับพวกแนวรุกที่พร้อมใจกันปืนฝืด นั่นทำให้ แกเรธ เบล คือคนที่เขาต้องการเป็นอย่างยิ่ง

ช่วงเวลาสำคัญ : ลูกยิงประตูสุดสวยในเกมที่พบกับ ดอร์ทมุนด์ เมื่อเดือนกันยายน

เขียนโดย ธอเร เฮาก์สตัด

59. เอแดร์สัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

ปี 2017 กลายเป็นปีที่ดีที่สุดของ เอแดร์สัน ที่เขาแจ้งเกิดขึ้นมาอย่างเต็มตัว จากผู้รักษาประตูโนเนมในช่วงซัมเมอร์ของปี 2016 เขากลายเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูชั้นนำของวงการ ซึ่งก็ต้องขอบคุณฟอร์มอันยอดเยี่ยมในการเล่นให้กับ เบนฟิก้า

นายด่านแซมบ้า เก็บคลีนชีต ไปได้ 17 นัด ในลีกโปรตุเกส เมื่อซีซั่นที่แล้ว โดย 10 ในนั้นเกิดขึ้นในปี 2017 นั่นทำให้เขาได้ย้ายมาเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร และกลายเป็นผู้รักษาประตูที่แพงที่สุดตลอดกาลอันดับที่สอง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการผู้รักษาประตูที่ไว้ใจได้ โดยเฉพาะการเล่นด้วยเท้าในฐานะเป็นเหมือนสวีปเปอร์คนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ เคลาดิโอ บราโว่ นายด่านชาวชิลีนั้นสร้างความผิดหวังมาในซีซั่นก่อน แต่ว่า เอแดร์สัน ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองเช่นเดียวกันในการรักษาตำแหน่งมือหนึ่งของทีม โดยตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุ 24 ปีเท่านั้น และยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก

ช่วงเวลาสำคัญ : การเซฟจุดโทษในของ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ นาโปลี รวมถึงการที่ยังเล่นได้จนถึงตอนนี้หลังจากที่ปะทะกับ ซาดิโอ มาเน่ จนน็อกคาสนาม

เขียนโดย: ไมเคิล โยคิน

58. ดานี่ การ์บาฆัล (เรอัล มาดริด)

แฟน ๆ เรอัล มาดริด นั้นรอคอยมานานกับการที่นักเตะท้องถิ่นขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ และ การ์บาฆัล ก็คือนักเตะคนที่ว่า หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจจนมาเป็นตัวหลักของทีม “ราชันชุดขาว”

ผลงานของเขาในตำแหน่งแบ็กขวาเรียกได้ว่าน่าประทับใจ เขาแทบไม่เคยทำให้แฟนบอลผิดหวังกับการเล่นทั้งเกมรุกและเกมรับ เช่นเดียวกับทีมชาติสเปนที่ได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากการพัฒนาของเขา

ในปีที่ผ่านมาเขาพัฒนาขึ้นมาอย่างชัดเจนโดยเฉพาะในการเติมเกมรุก เขาเบียด ดานิโล่ ขึ้นมาเป็นตัวจริงของสโมสร และทำให้ ดาวเตะชาวบราซิลต้องย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา . เช่นเดียวกับผลงานของเขาในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทีั้งในเกมรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ ที่เป็นเหมือนเครื่องยืนยันว่าเขาคือหนึ่งในแบ็กที่ดีที่สุดในโลก

ช่วงเวลาสำคัญ : ลูกแอสซิสต์สุดสวยในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ที่ทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ประจำเกมนัดนั้น

เขียนโดย: เดวิด คาร์ทลิดจ์

57. ดีเอโก้ โกดิน (แอตเลติโก มาดริด)

ยุคทองของกองหลังทีมชาติอุรุกวัยนั้นเริ่มต้นในช่วงการคุมทีม แอตเลติโก มาดริด ของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ และแม้จะอายุ 31 ปีแล้ว แต่ โกดิน ก็ถูกมองว่าจะเป็นตัวหลักของทีม แอตเลติโก มาดริด ในระยะยาว

กาบี อาจจะเป็นกัปตันทีม แต่ โกดิน ก็เป็นผู้นำของทีมเช่นเดียวกันโดยเฉพาะในแนวรับ เขาแข็งแกร่งในการเล่นลูกกลางอากาศ และมีความเร็วพอที่จะคอยซ้อนแบ็กได้ ในขณะที่ แอตเลติโก มาดริด ไม่สามารถเซ็นนักเตะคนไหนได้ เนื่องจากว่าโดนแบนห้ามซื้อขายนักเตะ แต่หัวใจในแผงหลังคนนี้ก็ยังคงอยู่กับทีมต่อไป และเขาก็เหมือนโฉมหน้าของ แอตเลติโก มาดริด ในยุคการคุมทัพของ ซิเมโอเน่

ช่วงเวลาสำคัญ : การที่เขาทำลายสถิติเป็นนักเตะต่างชาติที่ลงเล่นให้กับ แอตเลติโก มาดริด มากที่สุด ที่จำนวน 314 นัด แซงหน้า หลุยส์ เปเรอา เป็นที่เรียบร้อย

เขียนโดย: ไซมอน แฮร์ริสัน

56. โยชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค)

จากผลงานในยูโร 2016 คิมมิช ทำให้แฟนบอลเยอรมัน ไม่ต้องกังวลอีกแล้วในการหาตัวแทน ฟิลิปป์ ลาห์ม และที่สำคัญ คิมมิช มีแต่จะดีขึ้นเรื่อย ๆ

ในวัย 22 ปี คิมมิช ดูแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องเต็ม 90 นาทีทั้งกับสโมสรและทีมชาติ ทักษะของเขามีแต่จะพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงความฟืต เขาทำ 3 แอสซิสต์ ในเกมที่พบกับ ไมนซ์ ในการเล่นเกมลีก ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณของการเติบโตของเขา

โยอัคคิม เลิฟ นายใหญ่ของทีม “อินทรีเหล็ก” ยกให้ คิมมิช เป็นดาวรุ่งที่ดีที่สุดของ เยอรมันในรอบ 10 ปี และเป็นแบบอย่างสำหรับนักเตะยุคใหม่ , เขามีพรสวรรค์ , มีความเป็นมืออาชีพ และถ้าหากว่าเขายังรักษาระดับการเล่นเอาไว้ได้ เขาจะเป็นเหมือนกับ ฟิลิปป์ ลาห์ม และจะเป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดของเยอรมันเลยทีเดียว

ช่วงเวลาสำคัญ : ลูกยิงตอกส้นสุดสวยของเขาในเกมที่ถล่ม ไฟร์บวร์ก 5-0 ของเขาถูกโหวตให้เป็นประตูยอดเยี่ยมของศึก บุนเดสลีกา ประจำเดือนตุลาคม และนั่นก็ยิ่งเป็นเครือ่งพิสูจน์ถึงความเก่งกาจและครบเครื่องของเขา

เขียนโดย: โจนาธาน ฮาร์ดิง

Pages