ทิ้งไว้กลางทาง : 7 แข้งพรสวรรค์อัจฉริยะไทยไปได้ไม่สุด

บางคนได้ชื่อว่า "เดอะตุ๊ก2" แต่ถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องเลิกลาไปก่อนวัยอันควร, บางคน ธีรศิลป์ แดงดา ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเก่งกว่าตัวเขาด้วยซ้ำ, บางคนนับเป็นอัจฉริยะที่กุนซือบราซิลชุดแชมป์โลก ต้องออกปากชื่มชม...

ชีวิตคนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น จะมีเพียงพรสวรรค์ไม่ได้... FFT TH ได้รวบรวมเหล่าแข้งสุดยอดพรสวรรค์วงการลูกหนังไทย ที่ทิ้งสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้ไว้แค่กลางทาง เรื่องราวของแต่ละคนเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่

ศักรินทร์ จันทร์โยธา

รูนี่ย์เมืองไทย

นี่ คือ นักเตะที่ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงเบอร์ 1 ทีมชาติไทยในปัจจุบัน ยอมรับว่าคนๆนี้เก่งกว่าตัวเขาเสียอีก สมัยยังนักเตะเยาวชน… เขา คือ กองหน้าที่ใครต่อใครคาดคิดว่าจะเก่งกาจที่สุดในประเทศ ไม่ใช่ “เอล แดงดา” แต่เป็นเด็กหนุ่มชื่อว่า “โก้” ศักรินทร์ จันทร์โยธา

ความจริงทั้งคู่ คือ ดูโอที่อันตรายที่สุดคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังขาสั้นเมืองไทย ในฐานะผลผลิตของ อัสสัมชัญ ธนบุรี... “มุ้ย-โก้” ช่วยกันยิงระเบิดเทิดเทิง โดย โก้-ศักรินทร์ เป็นกองหน้าประเภทอัจฉริยะ เท้าซ้ายของเขาอัดแน่นด้วยพรสวรรค์ ลูกยิงที่หนักหน่วง และคมกริบ จึงได้รับฉายาว่า “รูนี่ย์เมืองไทย” จากสื่อในยุคก่อน ยิ่งเมื่อเล่นคู่กับ มุ้ย-ธีรศิลป์ ที่เป็นประเภทเจอกัน 1 ต่อ 1 เอายังไงก็ไม่อยู่ ทำให้คู่นี้ ยิ่งลงตัว...ถ้าจะเปรียบกับการ์ตูนสักเรื่องคงต้องนึกถึง ซึบาสะ กับ มิซากิ… พวกเขาช่วยกันพาอัสสัมชัญ ธนบุรี คว้าแชมป์มากมายทั้งฟุตบอลกรมพลศึกษา, ฟุตบอลไพรมินิสเตอร์, โค้ก คัพ และ ไนกี้ คัพ ตั้งแต่อายุ 12 ปี จนจบสถาบันการศึกษาในระดับมัธยม

ความเป็นอัจฉริยะจอมถล่มตาข่ายของ ศักรินทร์ จันทร์โยธา ยังเคยสร้างบาดแผลในใจให้กับ ธีรศิลป์ แดงดา เพราะความยอดเยี่ยมของเขาสร้างความประทับใจให้กับ เรย์ ฮอลล์ ผอ.อะคาเดมี่สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน ในสมัยนั้น จนทำคะแนนปาดหน้าได้เป็นตัวแทนไทยไปฝึกซ้อม ใช้ชีวิตที่เมืองลิเวอร์พูล กับ เอฟเวอร์ตัน พร้อมกับ รณชัย รังสิโย และ นฤพล อารมณ์สวะ และเมื่อกลับมาเขาก็ได้ออกสตาร์ทวิถีลูกหนังอาชีพกับ บีอีซี เทโรศาสน อดีตมหาอำนาจวงการลูกหนังไทย พร้อมกับรับเงินเดือน 35,000 บาท...เส้นทางอาชีพลูกหนังเขาดูดีกว่า ธีรศิลป์ แดงดา คู่หูของเขาในวัยเด็กอย่างชัดเจน อาการบาดเจ็บที่เอ็นเข่า บวกกับการใช้ชีวิตนอกสนามที่ไม่ดีพอ ทำให้ทุกอย่างพังทลาย

ฟ้าประทานพรสวรรค์ให้เท้าซ้ายอันทรงพลังกับเขา แต่ไม่ได้ทำให้เขารับรู้ตระหนักที่จะรักษาของขวัญชิ้นนั้นเอาไว้ เพราะอาการบาดเจ็บ และทัศนคติการใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นที่ไม่ดีนัก จนตัวเขาค่อยๆ หายไปจากสารบบวงการลูกหนังไทย ที่เริ่มบูมขึ้นมา...ห้วงเวลาเดียวกันที่ ธีรศิลป์ แดงดา กลายเป็นศูนย์หน้าที่ยิ่งใหญ่ในอาเซียน ขณะที่ตัวเขากลับเงียบเหงาและว่างเปล่า

ปี 2012 ศักรินทร์ จันทร์โยธา พยายามลดน้ำหนัก และฟิตซ้อม เพื่อทำให้ตัวเองได้กลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะกลับมาให้ได้ แบงค็อก ยูไนเต็ด (ขณะนั้นอยู่ดิวิชั่น 1) ภายใ้การคุมทีมของ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ คือ ผู้ให้โอกาส ซึ่งในวันแรกๆ ที่ข่าวตีพิมพ์ออกมาว่าเขาพร้อมจะกลับสู่สังเวียนลูกหนัง ธีรศิลป์ แดงดา คือ กลุ่มคนแรกๆ ที่โทรมาให้กำลังใจ

แต่บางครั้งสวรรค์ไม่ได้ให้ของขวัญมนุษย์อย่างเราบ่อยๆ สักเท่าไหร่ เขาไม่ผ่านความฟิต และต้องลงไปเล่นให้กับเมืองกาญจน์ ทีมบ้านเกิดของเขาในดิวิชั่น 2 แต่เอ็นเข่าก็ขาดอีก 2 ครั้ง แม้ใจสู้ควักเงินรักษาจนกลับมาเล่นได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม “โชคชะตา” ไม่ได้ลิขิตให้เขาเป็นนักเตะผู้ยิ่งใหญ่อีกแล้ว

หลายครั้งที่ทุกวันนี้ ศักรินทร์ ในวัย 27 ปี นั่งดูโทรทัศน์...เห็นเพื่อนๆรุ่นเดียวกันจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี ไปได้ดีในระดับทีมชาติ และลีกไทยที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เขาต้องน้ำตาคลอเบ้าปิดทีวี ลุกเดินหนีไป เพราะน้อยใจกับโชคชะตา

สิ่งเดียวที่เขายังหวังจะทำได้ ณ ปัจจุบัน คือ ขอพิสูจน์ ตัวเองกับ สโมสรบ้านเกิดเมืองกาญจน์ ระดับ ด.2 ให้เพื่อนๆ ร่วมรุ่นได้รับรู้ว่า เขายังรักสิ่งที่เขาฝันและอยากไปให้ถึงแม้จะหนักหนาสาหัสก็ตาม

ศักรินทร์ จันทร์โยธา (ซ้ายสุด) สมัยผนึกกำลังกับเพื่อนร่วมรุ่นอัสสัมชัญ ธนบุรี กวาดแชมป์ในประเทศมากมาย

Pages

Topics