ทอมมี่ โช ซีอีโอแห่งกังวอน เอฟซี : ผมมาเมืองไทยก็เพราะหวังเจอ ‘ปิยะพงษ์’ คนต่อไป

สิ่งที่น่าภาคภูมิใจสุดๆ ของ  กังวอน เอฟซี ทีมอันดับ 5 เคลีก คลาสสิคของเกาหลีใต้ ตอนนี้… คงเป็นรังเหย้าสุดเท่ ที่สุดแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใครในโลก…

อัลเพนเซีย สกี จัมปิ้ง สเตเดี้ยม… สนามที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดการแข่งขัน โอลิมปิก ฤดูกาลหนาว 2018 ที่เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ ถูกใช้เป็นสังเวียนเหย้าของ กังวอน เอฟซี ในฤดูกาล 2017 ซึ่งมันกลายเป็นสิ่งที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจไปทั่ววงการลูกหนังโลก และสื่อยักษ์ใหญ่แดนผู้ดีอย่าง  “เดอะ การ์เดี้ยนส์” เองก็เคยเขียนถึงสนามแห่งนี้มาแล้ว เพราะเพียงคุณสไลด์ลงมาที่ด้านล่างของลานสกี คุณก็จะปรากฏกายอยู่หลังประตูของสนามฟุตบอล

คนหลายคนถามผมว่า… เข้ามาบริหารทีมฟุตบอลทำไม? คุณก็ลองดูอย่าง จอห์น ดับเบิลยู เฮนดรี้ (เจ้าของเฟนเวย์ สปอร์ตส กรุ๊ป - เจ้าของสโมสรลิเวอร์พูล) ซิ

กังวอน เอฟซี ณ ปัจจุบันกำลังโลดแล่นอยู่ในเคลีก คลาสสิค… แถมดูแล้ว พวกเขากำลังต่อกรกับทีมชั้นนำของแดนโสมขาวได้อย่างน่าติดตาม แตกต่างจากหลายปีก่อนที่พวกเขาดูเป็นทีมที่ไม่ใช่ทีมเงินถุงเงินถัง ดิ้นรนหนีการตกชั้นทุกปี แถมหาความน่าสนใจได้น้อยนิด พวกเขาใช้งบประมาณราว 20,000 ล้านวอนในการทำทีมฤดูกาลนี้ ...เบื้องหลังสำคัญ คือ การดึงตัว มิสเตอร์ แต ยง โช หรือชื่ออังกฤษว่า มิสเตอร์ ทอมมี่ โช วัย ย่าง 53 ปี อดีตผู้จัดการทั่วไปของ เน็กต์เซน ฮีโร่ ทีมเบสบอลดังของเกาหลีใต้ เข้ามาเป็นผู้บริหารในตำแหน่งซีอีโอ (Chief Executive Officer) เมื่อต้นฤดูกาล 2016

“สมัยก่อน...ผมเคยทำงานอยู่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง”

“ผมอยู่ซัมซุงร่วม 20 ปี ย้ายไปหลายแผนก ทั้งภาคการผลิต, การตลาด รวมถึงฝ่ายต่างประเทศ… มันทำให้ผมมีประสบการณ์และเข้าใจกลไกความรู้ในหลายๆด้าน ก่อนออกมาร่วมหุ้นทีมเบสบอล เมื่อตอนอายุ 45 ปี ทีมเราเป็นทีมเล็กๆ แต่ต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่ที่มีบริษัทเงินทุนหนาเป็นสปอนเซอร์ได้ ซึ่งมันก็นับว่าน่าภาคภูมิใจไม่น้อย ทีมเราเคยเป็นถึงอันดับ 2 ด้วยซ้ำ”

อัลเพนเซีย สกี จัมปิ้ง สเตเดี้ยม รังเหย้าของกังวอน เอฟซี ที่ถูกใช้ในฤดูกาล 2017 และกำลังจะถูกขอใช้ต่อไป

“การเข้ามาสู่วงการฟุตบอลผมตั้งใจว่าจะทำให้กังวอน เอฟซี เป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ และเป็นที่รู้จัก… เรื่องการตลาดนั้น - การแข่งขันในวงการเบสบอลเกาหลีใต้นั้นสูงมากกว่าฟุตบอลเกาหลีใต้ - อย่างไรก็ตามเราต้องคิดว่าเบสเบลเล่นกันอยู่ไม่กี่ประเทศ แต่ฟุตบอลเล่นกันทั่วโลก เพราะฉะนั้นมันจึงมีทางให้เราได้คิดถึงวิธีขยายตลาดอยู่มากมายหลากหลาย”

“คนหลายคนถามผมว่า… เข้ามาบริหารทีมฟุตบอลทำไม? คุณก็ลองดูอย่าง จอห์น ดับเบิลยู เฮนดรี้ (เจ้าของเฟนเวย์ สปอร์ตส กรุ๊ป - เจ้าของสโมสรลิเวอร์พูล) ซิ… เขาเป็นเจ้าของทีมเบสบอล (บอสตัน เร้ด ซ็อกซ์) และก็เป็นเจ้าของลิเวอร์พูลด้วย ผมก็มีแนวคิดแบบเดียวกับเขาเนี่ยแหละ ที่ว่าหลักการในการบริหารทีมกีฬา มันประยุกต์ใช้กันได้หมด”

... ความจริง กังวอน เอฟซี เป็นทีมของรัฐ เป็นทีมของจังหวัดกังวอน แต่การได้ผู้บริหารหัวใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยไฟในการทำงาน คือ สิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้กังวอน เลื่อนชั้นจาก เคลีก ชาลเล้นจ์ เมื่อฤดูกาล 2016 และก้าวมารั้งอันดับต้นๆ ของเคลีก คลาสสิค ณ เวลานี้ แต่มากไปกว่านั้น คือ การที่เขาต้องการพัฒนาให้ทีมกังวอนเป็นที่รู้จักไปทั่วเอเชีย มันจึงเป็นเหตุผลที่เขาเข้ามาเดินสายทำความรู้จัก และผูกมิตรกับสโมสรต่างๆในเมืองไทย ทั้งชลบุรี เอฟซี, โปลิศ เทโรฯ รวมถึง พีทีที ระยอง

“จริงๆ ผมรู้จักฟุตบอลไทยมานานแล้ว ตั้งแต่ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน มาเล่นที่เกาหลีใต้ แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่า… ผมไม่ได้เข้าไปชมเขาแบบติดเกาะขอบสนามหรอก เพราะสมัยนั้นผมยังเป็นพวกมนุษย์เงินเดือน ก็ไม่ค่อยมีเวลานักหรอก”

ผมก็คิดว่านักเตะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีคุณภาพมากที่สุดก็ คือ ผู้เล่นจากไทย ผมก็หวังว่าอยากจะเห็นนักเตะแบบปิยะพงษ์ไปเล่นที่เกาหลีใต้อีกสักคน ถึงจะหายากก็ตาม

“ผมรู้ซึ้งถึงความยอดเยี่ยมของนักฟุตบอลไทยเป็นอย่างดี และนั่น คือ สาเหตุที่ทำให้ผมเดินทางมาที่เมืองไทย มันคงมีประโยชน์มากมายถ้าผมได้เป็นพันธมิตรอย่างจริงจัง และจริงใจกับสโมสรใดสโมสรหนึ่งในเมืองไทย… ลักษณะการเป็น Partnership ของเรา คงมีประโยชน์ต่อกันไม่น้อย ทั้งเรื่องตัวผู้เล่น, การแลกเปลี่ยนความคิดและการพัฒนาสโมสร ตลอดจนเรื่องการนำนักเตะไทยไปเล่นที่เกาหลีใต้” มิสเตอร์ โช กล่าวถึงวัตถุประสงค์การมาเมืองไทย

“ทีมของเราตอนนี้ก็มี เลือง ซวน ตรวง (นักเตะทีมชาติเวียดนาม) เราคว้าเขามาจากอินชอน ยูไนเต็ด ปีนี้เขายังไม่ได้ลงในสนามในเคลีกให้กับเรา แต่นั่นก็เพราะว่าเขามักมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ถ้าให้พูดตามความจริง ผมก็คิดว่านักเตะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีคุณภาพมากที่สุดก็ คือ ผู้เล่นจากไทย เพราะฟุตบอลที่นี่ได้พัฒนาไปมากแล้ว ผมก็หวังว่าอยากจะเห็นนักเตะแบบปิยะพงษ์ไปเล่นที่เกาหลีใต้อีกสักคน ถึงจะหายากก็ตาม”

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

การลงทุนเงินร่วม 20,000 ล้านวอน เพื่อคว้านักเตะอย่าง จอง โจ กุ๊ก อดีตกองหน้าทีมกวางจู เอฟซี ที่ซัดไปถึง 20 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว, คิม ซอง ยอง จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดีกรีอดีตทีมชาติเกาหลีใต้ ชุดโอลิมปิก เกมส์ 2008, มุน ชาง จิน ดาวรุ่งจาก โปฮัง สตีลเลอร์ รวมถึง อี บอม ยอง ผู้รักษาประตูที่ทำให้สหราชอาณาจักร ต้องน้ำตาในฟุตบอลโอลิมปิก เกมส์ 2012 ที่อังกฤษ ช่วยให้ กังวอน เอฟซี แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะนี้พวกเขาอยู่อันดับ 5 ของตาราง โดยมีแต้มตามหลังจอนบุค ฮุนได ที่ใช้งบประมาณมากกว่าพวกเขาร่วม 2 เท่า เพียง 4 คะแนน หลังผ่านไป 13 นัดฤดูกาล 2017

“ผมหวังว่าจะทำให้กังวอน จบท็อปทรี”

“เราต้องการไปโลดแล่นในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยน์ลีก และเป็นจะเป็นทีมจังหวัดที่คว้าแชมป์เอเชียให้ได้ นั่นคือเป้าหมายของเราในอนาคต”

คิม ซึง ยอง ก็ย้ายไปเล่นให้กับกังวอน เอฟซี ในฤดูกาลนี้เช่นกัน พร้อมกับลงสนามไปแล้ว 12 นัด ยิง 2 ประตู

ความชัดเจนของ กังวอน เอฟซี คือ พวกเขาไม่ต้องรอให้ทีมได้เป็นแชมป์ และเถลิงความยิ่งใหญ่… แต่พวกเขาเลือกสร้างพันธมิตร และขยายตลาดให้ทีมเริ่มเป็นที่รู้จัก ตั้งแต่วันที่ตั้งไข่สู่ความสำเร็จในอนาคตตามที่ตั้งเป้าไว้… เมืองไทย คือ ฐานสำคัญ และนักเตะไทยด้วยเช่นกันที่พวกเขาอยากได้ไปร่วมทีม

“จริงๆ เราเองก็อยากได้ตัว ชนาธิป สรงกระสินธ์ นะ…เราคิดว่าทีมเกาหลีใต้น่าจะแข็งแกร่ง กว่าทีมจากญี่ปุ่นในภาพรวม แต่โชคร้ายที่เขาย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นเสียก่อน” มิสเตอร์ พูดแบบขำๆปิดท้าย

Topics