ธนบาลัน นาดาราจาห์ : แข้งลีก 3 ของมาเลเซียที่พาเสือเหลืองทะลุชิงไทย

ธนบาลัน นาดาราจาห์ เป็นหนึ่งในนักเตะของ มาเลเซีย ทีได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากจากฟอร์มการเล่นในศึก AFC ยู23 รอบคัดเลือกที่กรุงเทพมหานครฯ และวันนี้เขาพาทีมมาเลเซีย เข้าชิงซีเกมส์ ไปพบกับทีมชาติไทย...

และนั่นรวมถึงค่าตอบแทนทั้งหลายทั้งปวงที่จะตามมาด้วย ซึ่งนั่นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางบวกของอาชีพค้าแข้งของเขาได้หากมันออกมาดี

เขาเคยเป็น 1 ใน 5 นักเตะเยาวชนดาวรุ่งของประเทศมาเลเซียที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมฝึกซ้อมร่วมกับ ศูนย์ฝึกลา มาเซีย จากการเชิญของ ไนกี้ ในช่วงปี 2012 อย่างไรก็ตามฝันของเขาต้องสะดุดเมื่อคุณพ่อ ซึ่งเป็นผู้ผลักดันเขาต้องมาเสียชีวิตตอนที่เขาอายุ 18 ปี

เขายังคงมีแม้และน้องสาวอีกสองคนให้ดูและ หลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิต

เขากลายเป็นหัวเรือใหญ่ของครอบครัวไปโดยปริยาย ในขณะที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากทำให้เขาต้องผลักดันตัวเองถึงขีดสุดแม้จะต้องเจอกับภาระที่หนักอึ้ง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่เขาบอกกับ FourFourTwo ว่าเป้าหมายในการเล่นฟุตบอลของเขา คือ การได้ค่าตอบแทนสูงๆ เพื่อเอามาจุนเจือครอบครัว

อดีตนักเตะของ SSTMI แต่ไม่สามารถขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้จนเขาต้องย้ายออกไปอยู่กับ เฟลครา สโมสรในลีกดิวิชั่น 3 ของประเทศเพื่อหาโอกาสลงเล่นที่มากยิ่งกว่าเดิม

สิ่งที่จะทำให้เขาสร้างชื่อเสียงในซีเกมส์ และนำมาซึ่งสิ่งที่เขาต้องการนั่นคือ ธนบาลัน  ต้องทำงานให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไร้ซึ่งข้อแม้

"การย้ายไปเล่นใน FAM ลีก (ลีก 3 ของประเทศ) ของผมโดนตั้งคำถามหนักมากจริงๆ เพราะว่ามันเป็นระดับที่ค่อนข้างจะห่างจากที่ผมเคยอยู่ แต่ผมต้องทำแบบนั้นเพราะอยากจะผลักดันตัวเอง และการที่ผมย้ายมาที่นี่ทำให้ผมติดทีมชาติชุดยู 22 ในตอนนี้ไงล่ะ" เขากล่าว

"ท้ายที่สุดเเล้วสิ่งที่ผมต้องการคือ การเป็นนักฟุตบอลที่ดีและสามารถยืนระยะในอาชีพได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพัฒนาการ และเรื่องรายรับที่จะทำให้ผมดูแลครอบครัวได้ดีขึ้น  นั่น คือ แรงจูงใจที่ดีที่สุดของผมล่ะ"

ผมจะสู้เพื่อตำแหน่งของผมในทีมชาติ ผมขอขอบคุณ ออง คิม สวี ที่ทำให้ผมได้ลงเล่นสม่ำเสมอโดยเฉพาะในเกมรอบคัดเลือกที่ผ่านมา

ธนบาลัน เล่าให้กับสื่อท้องถิ่นอย่าง “เดอะ สตาร์” ว่าครั้งแรกมันยากมากที่เขาจะได้รับการสนับสนุน จากครอบครัวในเรื่องของฟุตบอล เพราะการที่พ่อของเขาเสียชีวิต และตัวเขาเองก็ยังอยู่ในสถานะ… ของการเป็นนักเรียน ม.ปลาย เท่านั้น  

"ผมยังพอมีเวลาอยู่บ้างสำหรับการพาตัวไปสู่ลีกที่ใหญ่และระดับที่สูงกว่านี้ ผมภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึง่ของทีมชุดยู 23 และได้ลงเล่นเกมชิงแชมป์ทวีปเอเชียในปี 2018 และมันคือผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมเคยทำได้"

"ผมจะสู้เพื่อตำแหน่งของผมในทีมชาติ ผมขอขอบคุณ ออง คิม สวี ที่ทำให้ผมได้ลงเล่นสม่ำเสมอโดยเฉพาะในเกมรอบคัดเลือกที่ผ่านมา และซีเกมส์ครั้งนี้"

'แชมป์เอเชีย คือเป้าหมายที่ใหญ่กว่า...แต่ ซีเกมส์ ก็จำเป็นต้องจบด้วยเหรียญทอง'

เดือนสิงหาคมนี้กีฬาซีเกมส์จะถูกจัดขึ้นที่กรุง กัวลาลัมเปอร์ ซึ่งความคาดหวังของชาวมาเลเซีย และรัฐบาลคือทีมฟุตบอลชายของพวกเขาจะต้องคว้าเหรียญทองให้ได้

ความเป็นจริงแล้ว ซีเกมส์ คือรายการที่ได้รับความสนใจจากแฟนๆในภูมิภาคมากกว่า ขณะที่สมาคมฟุตบอลของมาเลเซียก็ถึงกับยอมให้มีการเลื่อนคิวเก็บตัวเพื่อรายการนี้เป็นพิเศษ แต่ในฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียกลับไม่ได้โอกาสแบบนั้นเลย

อย่างไรก็ตาม ธนาบาลัน กลับให้มุมมองที่แตกต่างกันระหว่าง 2 ทัวร์นาเม้นต์ที่กล่าวไป

"ฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปยู 23 เป็นสิ่งสำคัญและยิ่งใหญ่กว่า ซีเกมส์ แต่อย่างแรกเลยเราเองก็ต้องสร้างความต่อเนื่องให้ได้ก่อน ก่อนที่จะเจอกับเกมระดับเอเชีย หากเราเจอพัฒนาให้จุดอ่อนเป็นจุดเเข็ง และมองไปที่รายการระดับใหญ่ๆของโลกไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลก หรือ โอลิมปิค"

แม้จะกล่าวไว้อย่างนั้นแต่ ธนบาลัน ก็เผยว่าเขาไม่ได้หมายความว่าซีเกมส์จะเป็นรายการที่พวกเขาละทิ้งความสำคัญแต่อย่างใด เพราะแฟนบอลเองก็ห่างไกลรสชาติของการฉลองแชมป์รายการนี้มานานหลังจากเคยทำได้ 2 สมัยติดต่อันในปี 2009 และ 2011

เขายอมรับว่าทีมชาติไทยที่เคยเอาชนะ มาเลเซีย ได้ 3-0 คือทีมที่น่ากลัว และมีโอกาสมากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นด้วยเสียงเชียร์ของแฟนบอล และความมุ่งมั่นของนักเตะมาเลเซีย ธนบาลัน เชื่อว่า “ทัพเสือเหลือง” เองจะตอบแทนศรัทธาครั้งนี้ได้สำเร็จ

"ซีเกมส์ ยากแน่ ... ไทย คือเต็งจ๋าของรายการ แต่เรามีเวลาเตรียมตัวเยอะกว่าและทีมของเราจะแกร่งกว่าครั้งแรกที่เคยเจอกัน และเราจะแข็งเเกร่งขึ้นเมื่อลงเล่นที่นี่"

"แน่นอนที่สุดเหรียญทองคือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเฉลิมฉลองในกรุงกัวลาลัมเปอร์จะเป็นอะไรที่วิเศษที่สุด ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดและพร้อมเเล้วสำหรับการเจอกับ ไทย, พม่า, อินโดนีเซีย และ เวียดนาม"