ธนพล ศรีทอง : ขับเบนซ์มาคัดบอล...จากลูกคุณหนูสู่ยอดดาวยิงเดอะทีเร็กซ์

นี่ คือ นักเตะที่เติบโตบนกองเงินกองทอง แต่เลือกใช้ชีวิตบนผืนหญ้าเพราะความหลงใหลในเกมลูกหนัง…    

นักฟุตบอลอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นระดับโลกหรือระดับไหนๆ นอกจากจะมีใจรักในเกมลูกหนังจนผลักดันให้พวกเขาอยากจะเป็นนักเตะอาชีพแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งคือเพื่อต่อสู้ดิ้นรนความยากจน ใช้สองเท้าสร้างอาชีพและรายได้เลี้ยงปาก-ท้อง ดูแลคนในครอบครัว

แต่ ธนพล ศรีทอง หรือ เจ้าของฉายา “เดอะเบสโกล” ดาวยิงฟอร์มแรงแห่ง ”เดอะทีเร็กซ์” ขอนแก่น เอฟซี ทีมจากลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลับตรงกันข้าม เขาเลือกเปลี่ยนจากเส้นทางเฒ่าแก่น้อยบนกองเงินสู่ชีวิตบนผืนหญ้า

เรื่องสั้น 60 วินาที

เด็กหนุ่มจาก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น พื้นฐานทางบ้านถือว่ามีฐานะค่อนข้างร่ำรวยเลยทีเดียว เพราะเป็นเจ้าของกิจการเดินรถทัวร์ “ดาวสิงห์ชัย” รับ-ส่ง ผู้โดยสาร อ.กระนวน-ขอนแก่น จากอนาคตว่าที่เฒ่าแก่น้อยที่รอการสานต่อกิจการมรดกร้อยล้านของตระกูล “ศรีทอง”  เขากลับเลือกใช้ชีวิตตามเส้นทางของตัวเอง เพราะหลังจากดูเกมลูกหนังจังหวะเดียวอันสุดแสนเพลินตาและเร้าใจ ของพลพรรค “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล มันก็ทำให้เขาต้องมนต์สะกด ของคำว่า “ฟุตบอล”

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

นี่คือหนึ่งในตัวอย่างของคนที่มีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอล เขาไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ  ก่อนหน้าที่จะกลายมาเป็นนักฟุตบอล แม้ครอบครัวจะประเคนอุปกรณ์กีฬาหรูหราราคาแพงมากมาย ทั้ง ไม้เทนนิส, ไม้กอล์ฟ และอีกสารพัดชนิดกีฬาประเภทที่จัดว่า “ไฮโซ” แต่ทุกอย่างถูกกองไว้ที่ปลายเตียงจนฝุ่นเกราะกัง ต่างจากรองเท้าฟุตบอลที่นับวันจะยิ่งขาดวิ่นไปเรื่อยๆ

ด้วยฐานะทางบ้านร่ำรวยและมีธุรกิจที่มั่นคง พ่อและแม่ของเขาจึงไม่อยากให้ลูกเป็นนักฟุตบอลอาชีพสักเท่าไหร่นัก

ครั้งหนึ่งพ่อของเขาเคยถามเขาว่า “เล่นฟุตบอลแล้วมันได้อะไรลูก” ประโยคนี้จากปากพ่อและแม่ของเขาดังก้องในหู ซึ่งเป็นคำถามที่ เบส-ธนพล เองก็หาคำตอบไม่ได้ รู้แค่ว่าใจมันรักแค่นั้น ตัวเขาเองยอมรับว่าครอบครัวไม่อยากให้เป็นนักฟุตบอล เขาเข้าใจดี เพราะพ่อ-แม่ไม่อยากเห็นลูกเจ็บตัว ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องปะทะ หรือไม่ก็เจอกับแดดร้อน แต่คำพูดห้ามปรามกลับยิ่งทำให้ตนเองรู้สึกท้าทาย โดยเฉพาะยามที่ได้แหกกฎหนีไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก แม้จะต้องถูกลงโทษก็ไม่กลัว ขอเพียงแค่ได้ทำในสิ่งที่ใจต้องการ จนสุดท้ายครอบครัวยอมยกธงขาว กัดฟันอนุญาตให้ “เบส” เล่นฟุตบอลเพราะเห็นว่าห้ามจนเกินเยียวยา

“เบส” เข้าสู่ทีมในฐานะแข้งดาวรุ่งของขอนแก่น เอฟซี พร้อมกับ “เบียร์”ธณชัย หนูราช นายทวารจอมหนึบซึ่งปัจจุบันสังกัดชลบุรี เอฟซี เงินเดือนเริ่มต้นที่ 8,000 บาทถ้วน แม้มันจะไม่มากมายเท่ากับทำธุรกิจอยู่บ้าน แต่มันก็คือความสุขใจที่ได้ทำ ที่สำคัญเขาเป็นคนไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และไม่ชอบเที่ยวเตร่ยามราตรี เรียกได้ว่าเป็นแข้งที่มีระเบียบวินัยเป๊ะ ไม่มีนอกกรอบ และเพียงปีแรกในสีเสื้อเดอะทีเร็กซ์ เขากลับฉายแววอย่างน่าทึ่ง ใครจะไปเชื่อว่าแข้งโนเนมวัย 20 ปีเศษ จะหาญกล้าท้าชิงตำแหน่งศูนย์หน้าประจำทีม ลงประสานงานกับ เรซิโอ มาติอัส ดาวยิงแบรนด์ดังจากอาร์มี่ ยูไนเต็ด ได้อย่างยอดเยี่ยม จนมีทีมรุมตามจีบมากมาย

แต่หลายทีมที่เขาไปกลับลงเอยไม่ดีนัก...ก่อนออกสตาร์ทฤดูกาล 2016 “เบส” ได้รับการทาบทามจากหลายสโมสร โดยเฉพาะ “โลมาน้ำเงิน”พัทยา ยูไนเต็ด ทีมดังไทยลีกที่มีการเซ็นสัญญากันไปเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายการเจรจาล่มไปในที่สุด รวมถึงทีโอที เอสซี และอินเตอร์ พัทยา น้องใหม่ในดิวิชั่น 2 ที่จบไม่สวยด้วยปัญหาทางการเงินทั้งสิ้น

หลังจากที่โชคชะตาไม่เป็นใจหลายครั้ง ทำให้เขาตัดสินใจเลือกขอนแก่น เอฟซี อู่ข้าวอู่น้ำเดิม แม้เงินเดือนจะไม่มากมายเหมือนที่อื่น

ฤดูกาลนี้เขาระเบิดฟอร์มยิงกระจายเพียงแค่เลกสองลงสนาม 9 นัด ซัดไปแล้ว 9 ประตู กลายเป็นเพชรฆาตหน้าใหม่ที่ได้รับการจับตามอง แจ้งเกิดเต็มคราบและ พร้อมก้าวขึ้นมาเขย่าบัลลังก์ทำเนียบดาวซัลโวโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเวลานี้

Credit ภาพ : คุณ Thammaphat Vongvanich และสโมสรขอนแก่น เอฟซี

จากปากคนใกล้ตัว

หลังจากครอบครัวไฟเขียวให้เขาได้ทำตามความฝัน เจ้าตัวเริ่มเตะบอลเล่นกับเพื่อนแถวบ้าน ก่อนขยับไปเตะเดินสายล่ารางวัลต่างๆลับฝีเท้าตัวเองเรื่อยมา และเข้ามาคัดตัวนักกีฬาตัวแทนของจังหวัดทุกครั้ง และด้วยเหตุนี้ทำให้เขาได้พบกับ “โค้ชเฒ่า” สถิติ แพงมา และณรงค์ ท่วมไธสง ทีมงานสตาฟ์ฟโค้ชขอนแก่น เอฟซี ซึ่งเป็นกุนซือในสมัยนั้นเป็นครั้งแรก

สถิติ แพงมา เล่าว่า ทุกๆปีเวลาคัดตัว ผู้คนจะเห็นรถเบนซ์คันงาม สนนราคาหลายล้านบาทของแข้งไฮโซรายนี้ถูกจอดแอบอยู่ตามสุมทุ่มพุ่มไม้บริเวณสนามกีฬากลาง จ.ขอนแก่น เพื่อปกปิดจากสายตาประชาชน

Credit ภาพ : คุณ Thammaphat Vongvanich และสโมสรขอนแก่น เอฟซี

“ผมรู้มาตลอดว่าเขาขับรถเบนซ์ บ้านเขามีฐานะ”

“วันคัดตัวทุกครั้งเขาจะขับไปแอบไกลๆ แล้วค่อยเดินหิ้วสตั๊ดมาที่สนาม เพราะกลัวว่าคนจะดูถูกฝีเท้าว่าเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ บ้านรวยแบบนี้ใครเห็นก็ต้องตราหน้าไว้ก่อนว่าคงไม่มีความอดทน อาจไม่เหมาะกับอาชีพนักบอลเพราะมันลำบาก แต่เขาก็ทำได้ และทำได้ดีอย่างน่าทึ่งจริงๆ”

นอกจากนี้ “เบส”กลายเป็นขาประจำที่ต้องเดินคอตก ยามที่จ.ขอนแก่น คัดเลือกตัวนักกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แต่แล้วด้วยความมุมานะ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค กอปรกับเสียงรถด่วนขบวนสุดท้ายมาถึงในช่วงอายุ 17 ปีเต็มรุ่น เขาก็ได้รับโอกาสให้สวมยูนิฟอร์มเป็นนักฟุตบอลทีมจังหวัดครั้งแรก

จุดแข็ง

คือความขยัน มีสัญชาตญาณในการยิงประตูที่ชาญฉลาด อีกทั้งยังมีทักษะการครองบอลที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ลีลาการจ่ายบอลแต่ละครั้งก็ยังไม่ธรรมดาอีกด้วย สามารถเล่นได้ทั้งกองหน้า , กองกลาง และริมเส้น

จุดอ่อน

ด้วยวัยเพียง 23 ปี อาจจะยังขาดเรื่องของประสบการณ์และชั้นเชิงไปบ้าง จึงจำเป็นต้องพัฒนาและรักษาคุณภาพให้คงอยู่ไว้ให้ได้ เพื่อกลายเป็นดาวยิงและพาทีมไปสู่จุดหมายถึงยากกว่านี้ได้สำเร็จ

รู้หรือไม่

แม้จะชอบเตะบอลแค่ไหน ดาวยิงขอนแก่นรายนี้ก็ไม่เคยทิ้งเรื่องการเรียน ด้วยความที่เขาเป็นเด็กเรียนเก่ง หัวดี ทำให้เขาสอบเอนทรานซ์ติดที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เอกบริหารการจัดการ โดยเรียนควบคู่ไปกับการเป็นนักฟุตบอลของมหาวิทยาลัยเมืองหมอแคนแห่งนี้ไปด้วย และเขาเคยเป็นแฟนคลับตัวยงคนหนึ่งของขอนแก่น เอฟซี ที่มักจะหาเวลาว่างจากการฝึกซ้อมและเรียน ซื้อบัตรมานั่งดูฟุตบอลขอนแก่น เอฟซี แข่งขันที่ข้างสนามเป็นประจำทุกสัปดาห์

จุดหมายต่อไป

หลังกลับมาช่วยทีมในเลกสองก็มีโอกาสยิงประตูให้ทีมอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าเป้าหมายของเขาคือทำทุกเกมให้ดีที่สุด  แต่สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการลุ้นดาวซัลโวแล้ว คือการพาทีมไปสู่รอบแชมป์เปี้ยนลีกและเลื่อนชั้นให้ได้ แต่อาจจยากไปเสียหน่อย สำหรับสถานการณ์ของทีมในตอนนี้ เพราะพวกเขาตามหลังโซนลุ้นแชมเปี้ยนส์ลีก อยู่ถึง 7 คะแนนและเหลือเพียง 3 เกมเท่านั้น 

Credit ภาพปก : คุณ Thammaphat Vongvanich และสโมสรขอนแก่น เอฟซี