ทริสตอง โด : แข้งลูกครึ่งไทยยุคใหม่ผู้ถูกค้นพบโดยเกม FM!

จุดเริ่มต้นในการย้ายมายังเมืองไทยแข้งลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส อาจไม่ได้ดูเท่เหมือน ชาริล ชัปปุยส์ ที่พกดีกรีอดีตแข้งแชมป์โลกยู 17 สวิตเซอร์แลนด์ แต่ก็เอาน่ะ! สุดท้ายก็ “ฮ็อต” เหมือนกันละน่า…

หากตัดนักฟุตบอลลูกครึ่งยุคโบราณกาลไล่ตั้งแต่ หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร กัปตันทีมสยาม ปี พ.ศ.2458 ที่เป็นลูกครึ่งไทย-พม่า ต่อด้วย ลูกครึ่งไทยยุโรป (ไทย-อังกฤษ) คนแรกอย่าง นายแพทย์ บุญสม มาร์ติน ตลอดจนแข้งลูกครึ่งยุคกลางอย่าง “อัลเฟร็ด” เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ ออกไปแล้ว…

ทริสตอง โด ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส คือ นักเตะลูกครึ่ง “ยุคใหม่” คนที่ 6 ที่กำลังจะได้ลงเล่นในนาม “ทีมชาติไทยชุดใหญ่” ต่อจาก ปีเตอร์ แลง (ไทย-สวิส), สุรชาติ สารีพิมพ์ (ไทย-ลาว), ชาริล ชัปปุยส์ (ไทย-สวิส), แอนโธนี่ อำไพพิทักษ์วงษ์ (ไทย-อเมริกัน) และ มิก้า ชูนวลศรี (ไทย-เวลส์)

แต่...

คงไม่ต้องเล่าสาธยายว่าเขา คือ ใคร! เพราะคงได้รับรู้กันโครมๆ ผ่านช่องทางอื่นๆ มากมาย เกี่ยวกับลูกครึ่งหน้าหล่อของ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน คนนี้... แต่เรื่องราวของเขาในการมาเมืองไทย มีจุดเริ่มต้นแบบแปลกๆ เพราะสต๊าฟฟ์ของ “เดอะไฟเออร์ดรากอนส์” ไปสะดุดเห็นชื่อเด็กหนุ่มวัย 22 คนนี้ บน “ไทยแลนด์สู้สู้” เว็บบอร์ดฟุตบอลไทยชื่อดังที่มีการตั้งกระทู้ว่ามีแข้งสัญชาติไทยปรากฏบนเกม FM (Football Manager) กับทีม กาเซเล็ค อฌัคซิโอ้ จึงไปบอกกับ โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ ผู้อำนวยการสโมสรบีอีซี เทโรศาสน ชาวเบลเยี่ยม ที่ได้ใช้สายสัมพันธ์อันดีกับทีมในฝรั่งเศสกระชากเด็กหนุ่มผู้นี้มายังเมืองไทยเมื่อปี 2014

ความจริง ทริสตอง โด ในวัยเด็ก... เขาเคยเป็นแฟนบอล ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในยุคที่ โรนัลดินโญ่ เพลเมคเกอร์อัจฉริยะยังคงค้าแข้งที่เมืองหลวงของแดนน้ำหอม... แน่นอนในวันที่เขาได้เขาไปชมเกมในสนามครั้งแรกมันก็ทำให้เขาตื่นเต้นน่าดู และเคยคิดฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส แต่วันนี้หัวใจของเขา คือ “ช้างศึก”  

“แน่นอนว่า ผมเคยมีความคิดที่อยากจะเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส เพราะผมเติบโตที่นั่น” ทริสตอง โด เริ่มกล่าว  

“แต่ก็นั่นแหละ ผมไม่ได้คิดแบบตายตัวว่าจะต้องเล่นให้กับฝรั่งเศสเท่านั้น มันเป็นทางเลือกและจังหวะของชีวิต ซึ่งผมก็ไม่คิดว่าผมจะมีโอกาสมาติดทีมชาติไทยได้เร็วขนาดนี้เหมือนกัน แต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วผมก็จะเต็มที่กับมัน” แข้งลูกครึ่งผู้พูดได้ 3 ภาษา และกำลังจะเรียนภาษาไทยเพิ่มเติม กล่าวทิ้งท้าย