Stories

ทรงนี้เดี๋ยวแพงแน่ : 10 นักเตะที่ควรซื้อก่อนบอลโลกจะเริ่มแข่ง

แม้หลายสโมสรอาจจะขอรอดูฟอร์มเป้าหมายการเสริมทัพในฟุตบอลโลกเสียก่อน แต่สำหรับนักเตะกลุ่มนี้เราอยากบอกว่า รีบคว้าตัวมาเถอะ เพราะฟอร์มยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านพ้นไป อาจถูกต่อยอดจนราคาค่าตัวสูงเกินเอื้อมก็เป็นได้

We are part of The Trust Project What is it?

อาเหม็ด เฮกาซี่ (อียิปต์)

เขียนโดย

เจษฎา บุญประสม

แม้ไม่อาจช่วยให้ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ต้นสังกัดของเขารอดพ้นจากการตกชั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปได้ แต่หากไม่มีกองหลังสายพันธุ์ไอยคุปต์รายนี้แล้ว “เดอะ แบ็กกี้ส์” อาจตกชั้นไปก่อนหน้านานแล้วด้วยซ้ำ

เฮกาซี่นั้นถือเป็นกองหลังพันธุ์อึด เมื่อเขาลงสนามในลีกสูงสุดอังกฤษฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไปครบทุกนัด (ขาดเพียง 33 นาทีก็จะลงครบทุกนาที) ช่วยให้เวสต์บรอมฯ เสียเพียง 56 ประตูในฤดูกาลนี้ซึ่งน้อยกว่าทีมที่รอดตกชั้นอย่าง เวสต์แฮม เสียอีก แถมยังสามารถสอดขึ้นมาโหม่งทำประตูได้ โดยทำไป 2 ประตู

แม้อาจมีปัญหาเล่นนอกเกมอยู่บ้าง (ชัดๆ ก็ตอนที่เจ้าตัวทักทายสุดเจ็บใส่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตัวรุกเพื่อนร่วมชาติวันเจอ ลิเวอร์พูล) แต่ผลงานของเขากับการมาเล่นในลีกสุดหินอย่างพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกถือว่าไม่เลวเลย ยิ่งเดอะ แบ็กกี้ส์จำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายเพื่อเล่นในลีกรองแล้ว ช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะสมที่สุดหากทีมระดับกลางถึงล่างตารางพรีเมียร์ลีกหวังคว้าตัวเสริมทัพ เพราะหากอียิปต์ทำผลงานดีในฟุตบอลโลกคราวนี้ ราคามีพุ่งแน่นอน

อาลีรีฎอ ญาฮันบัคช์ (อิหร่าน)

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวรุกสายเลือดเอเชียที่โชว์ฟอร์มเปล่งปลั่งสุดๆ เพราะในเอเรดิวิซี่ฤดูกาลที่ผ่านมา ตัวรุกอิหร่านรายนี้สามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวของลีกมาครองด้วยผลงาน 21 ประตู ซึ่งถือเป็นนักเตะเอเชียรายแรกของลีกที่ได้รางวัลนี้อีกด้วย

อาวุธที่ครบครันของเขา ทั้งการครองบอลที่เหนียวแน่น, การผ่านบอลที่แม่นยำ, ลูกยิงไกลอันทรงพลัง และเล่นเกมรับได้อย่างไม่ขัดเขิน ทำให้ญาฮันบัคช์ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับทีมที่ต้องการตัวรุกสไตล์ อาร์เยน ร็อบเบน ที่ชอบเลี้ยงจากริมเส้นเข้ามาสร้างสรรค์โอกาสหน้ากรอบประตู 

ที่สำคัญ ด้วยวัยเพียง 24 ปีตอนนี้ เวลาในการเติบโตของเขายังมีอีกเยอะ และหากเจ้าตัวที่จะเป็นตัวหลักของอิหร่านเกิดโชว์ฟอร์มดีที่รัสเซีย หลายทีมอาจต้องเสียใจที่ไม่ยอมคว้าตัวเขามาร่วมทีมเร็วกว่านี้ก็เป็นได้

ฮาคิม ซิเยค (โมร็อกโก)

นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมสังกัด อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม เมื่อปี 2016 ตัวรุกรายนี้ก็พัฒนาฝีเท้าจนเป็นที่กล่าวขวัญถึงไปทั่วยุโรป

แม้ฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไปจะเป็นอีกปีที่น่าผิดหวังสำหรับทีม แต่หากไม่มีซิเยค เชื่อได้ว่าสถานการณ์ของอาหยักซฺ์อาจไม่มีลุ้นแชมป์ไปนานแล้ว เมื่อเจ้าตัวคือศูนย์กลางในการขึ้นเกมบุกของทีม ซึ่งผลงาน 9 ประตู 17 แอสซิสต์ คงตอบคำถามได้ดีอยู่แล้ว เช่นเดียวกับในทีมชาติ ที่โมร็อกโกผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จโดยมีเขาเป็นกำลังสำคัญ ขณะที่ฮอลแลนด์บ้านเกิดนั้นกลับต้องเฝ้าบ้าน 

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าอาหยักซ์เปิดโอกาสให้นักเตะของตนได้ไปเติบโตที่อื่นเสมอ และคราวนี้อาจถึงเวลาของซิเยคแล้วที่จะออกสู่โลกกว้างในเวทีใหญ่

ฌิบริล ซิดิเบ้ (ฝรั่งเศส)

ฟูลแบ็กสารพัดประโยชน์เลือดเฟรนช์รายนี้โชว์ฟอร์มโดดเด่นสุดๆ กับ โมนาโก ตลอด 2 ฤดูกาลหลัง ที่นำทีมสู้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง มหาเศรษฐีประจำลีกได้สูสี แถมยังปาดหน้าคว้าแชมป์ด้วยเมื่อฤดูกาล 2016/17

เกมรับที่เหนียวแน่น การเปิดบอลที่แม่นยำ และลูกยิงไกลอันทรงพลัง คือสิ่งที่ทำให้ซิดิเบ้เป็นฟูลแบ็กสายบุกที่น่าจับตามองสุดๆ แห่งยุโรป พร้อมกับก้าวขึ้นเป็นตัวเลือกแรกของ ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ ในตำแหน่งแบ็กขวาทีมชาติฝรั่งเศสไปแล้ว

ยิ่งโมนาโกเป็นทีมที่แม้จะไม่เกี่ยงกับการปล่อยนักเตะฝีเท้าดี แต่ก็พร้อมเรียกราคาที่สูงลิ่วแล้ว การรีบตกลงคว้าตัวให้ได้เสียแต่ตอนนี้ ถือเป็นการดีกว่าต้องยอมทุ่มหลังหลังเห็นฟอร์มสุดแจ่มในฟุตบอลโลกแน่ๆ

อิสไมล่า ซาร์ (เซเนกัล)

แม้เพิ่งย้ายมาร่วมสังกัด แรนส์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนบาดเจ็บหนักเอ็นฉีกหลังเปิดฤดูกาลได้ไม่นาน แต่ดูเหมือนว่าจะหยุดยั้งพัฒนาการของตัวรุกดาวรุ่งวัย 20 จากเซเนกัลรายนี้ไม่ได้

ฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป แม้ซาร์จะทำได้เพียง 5 ประตูกับ 5 แอสซิสต์ แต่ 4 ประตูกับ 3 แอสซิสต์นั้นเกิดขึ้นหลังจากที่เขาหายเจ็บ มีส่วนช่วยนำทีมขึ้นไปจบอันดับ 5 ของตาราง ไปลุยศึกยูโรปาลีกได้สำเร็จ

ด้วยความเร็ว, การครองบอลที่เหนียวแน่น และความสารพัดประโยชน์ เล่นได้ทั้งกองหน้าตัวเป้าและริมเส้น เรามีโอกาสที่จะได้เห็นการกระชากของเขารวมถึง ซาดิโอ มาเน่ จนแผงกองหลังคู่แข่งขาดเป็นริ้วๆ ซึ่งอาจทำให้ค่าตัวของซาร์พุ่งกว่านี้อีกเยอะจนต้องเสียดายในภายหลังก็เป็นได้