ถึงอังกฤษ...ชีวิตเปลี่ยน : 9 แข้งฟอร์มดับที่ลีกผู้ดี และแจ้งเกิดไม่ได้อีกเลย

โรแบร์โต้ โซลดาโด้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า โซลดาโด้ ที่เคยเป็น 1 ในนักเตะสเปนที่หาญกล้าท้าชิงตำแหน่งดาวซัลโว ลา ลีก้า สเปน กับทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะชีวิตเปลี่ยนทันทีหลังจากเลือกย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก

ในซัมเมอร์ปี 2013 สเปอร์ส เพิ่งขายแกเรธ เบลให้กับ เรอัล มาดริด ด้วยราคาที่เป็นสถิติโลกและนั่นทำให้เงินของพวกเขาเหลือเฟือที่จะซื้อตัวนักเตะระดับคุณภาพมาร่วมทีม และ โซลดาโด้ ที่ยิงไป 87 ประตูตลอด 3 ปีหลังให้กับ บาเลนเซีย ก็เป็นนักเตะที่ “ไก่เดือยทอง” ยอมจ่ายเงินถึง 26 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

"ผมมาที่นี่ในฐานะกองหน้าเพื่อทำประตูให้ทีม ผมพยายามทำประตูในฤดูกาลถัดไปให้มากกว่าเดิมอยู่เสมอ ดังนั้นนั่นจึงเป็นเป้าหมายของผม ผมหวังจะทำประตูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้ สเปอร์ส ในฤดูกาลหน้า" โซลดาโด้ กล่าวหลังชูเสื้อหมายเลข 9 กับไก่เดือยทอง

อย่างไรก็ตามในปีแรก โซลดาโด้ ยิงให้สเปอร์สในพรีเมียร์ลีกได้แค่ 6 ประตูเท่านั้น (จุดโทษ 5 ลูก) ขณะที่ในฤดูกาลต่อมาก็ยิงในลีกได้เพียง 1 ลูก โดยมีการบันทึกเป็นสถิติว่า โซลดาโด้ มีค่าเฉลี่ยการยิงประตู 1 ลูกต่อการลงสนาม 5 เกมเลยทีเดียว (0.28 ลูกต่อ1นัด)

เหตุการณ์ดันสร้างความลำบากให้เขาเข้าไปอีกเมื่อ แฮร์รี่ เคน ก็ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ซึ่งทำให้ โซลดาโด้ ที่รับค่าจ้างระดับต้นๆของสโมสรต้องโดนขายทิ้งเนื่องจากตกเป็นตัวสำรองอย่างถาวร

ทันทีที่ตลาดซื้อขายซัมเมอร์ปี 2015 เริ่มขึ้น สเปอร์ส ก็ขาย โซลดาโด้ ให้ บียาร์เรอัล ด้วยการยอมขาดทุนถึง 16 ล้านปอนด์ ณ เวลานั้นหลายฝ่ายเชื่อว่าการกลับสู่บรรยากาศที่คุ้นเคยจะทำให้อดีตดาวยิงทีมชาติสเปนกลับมาคืนฟอร์มโหดอีกครั้ง  ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ โซลดาโด้ เจ็บเเล้วเจ็บอีกโดยเฉพาะอาการที่หัวเข่าที่ครั้งหนึ่งทำให้เขาต้องพักรักษาตัวถึง 3 เดือนเลยทีเดียว  แม้ว่าในฤดูกาลแรก โซลดาโด้ จะลงสนามเป็นตัวจริงในเกมลีกถึง 27 เกม แต่การยิงไปเพียง 5 ลูกทั้งฤดูกาลดูจะห่างกันราวฟ้ากับเหวจากสิ่งที่เขาเคยทำได้เมื่อครั้งอดีต ส่วนฤดูกาลที่ 2 ก็เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอีกเช่นเคยปัญหาทั้งที่เข่าและแฮมสตริงทำเอาเขาได้ลงเล่นเเค่ 10 เกมเท่านั้น

ปัจจุบัน โซลดาโด้ วัย 32 ปี เพิ่งโดน บียาร์เรอัล ขายขาดให้กับ เฟเนร์บาห์เช่ มาหมาดๆ… บางทีอาจเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่เขาจะได้แจ้งเกิดกลับมาอีกครั้ง

ดาวิเด ซานตอน

หาก เปาโล มัลดินี่ ไม่เเลกเสื้อกับ ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ในเกม มิลาน ดาร์บี้ นัดสุดท้ายของเขาเชื่อว่าเสื้อหมายเลข 3 ของอดีตกัปตันทีมชาติอิตาลีจะต้องเป็นของ ดาวิเด้ ซานตอน อย่างแน่นอน

ซานตอน  คือ นักเตะที่ได้รับฉายาว่า "นิว มัลดินี่" เมื่อครั้งที่ โจเซ่ มูรินโญ่ คุมทีมอินเตอร์ มิลาน เหตุผลก็เพราะเขาเป็นนักเตะที่ถนัดเท้าขวาแต่โยกมาเล่นแบ็คซ้ายได้อย่างยอดเยี่ยม และซานตอนเองกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมงูใหญ่ในปี 2010 ชุดที่คว้า ทริปเปิ้ล แชมป์อีกด้วย

อย่างไรก็ตามฟอร์มของเขาก็หายไปพร้อมๆกับการย้ายออกของ มูรินโญ่ ... หลังจากที่ “เดอะ สเปเชียล วัน” ย้ายไปคุม เรอัล มาดริด ซานตอน ก็มีโอกาสลงสนามให้อินเตอร์น้อยลงเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดก็ย้ายไปอยู่กับ นิวคาสเซิล และร่วมตกชั้นกับทัพสาลิกาดงไปอีก 1 ครั้งจากระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี (อีก 2 ฤดูกาลคือการจบในอันดับที่ 10 และ 16 ของลีก)

แม้ช่วงเวลาหนึ่งเขาจะเคยทำได้ดี แต่ท้ายที่สุดซานตอนก็โชคร้ายเพราะได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าและอีกหลายที่มีถึง 11 ครั้งที่อาการเดี้ยงมาเยือนเขานับตั้งแต่ปี 2011 จนถึงปี 2014 ที่อยู่กับนิวคาสเซิล แม้เขาจะหายบาดเจ็บกลับมาแต่ก็ไม่เหลือที่ว่างในทีมสาลิกาดงต่อไป

ความจริงแล้วเจ้าตัวเองก็อยากจะสู้ แต่นั่นก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะสโมสรตั้งใจที่จะขายเขาออกจากทีมตั้งแต่แรก พร้อมทั้งดอง ซานตอน ไว้ข้างสนามโดยให้เหตุผลกับสื่อว่าเขา “ไม่ฟิตพอ” ที่จะลงเล่น ก่อนที่สุดท้ายแฟนสาวของ ซานตอน ทนไม่ไหวโพสต์ทวิตเตอร์บอกเล่าความจริงที่สโมสรทำกับคนรักของหล่อน

"สิ่งที่ ดาวิเด ถูกปฎิบัติเป็นเรื่องน่ารังเกียจ เขาฟิตมาตั้งแต่ปีมะโว้เเล้วแต่ก็โดนเมินเรื่องการให้โอกาส สโมสรจ้องแต่จะเอาเงินจากการขายเขาเท่านั้น พวกเขาไม่ได้เป็นสโมสรฟุตบอลแต่เหมือนกับนักธุรกิจมากกว่า แต่ก็ยังดีที่เขาบอก ดาวิเด ตรงๆว่าต่อให้ยังอยู่กับทีมเขาก็จะไม่ได้ลงเล่นอยู่ดี" โคลอี้ แซนเดอร์สัน คู่หมั้นของซานตอนทวีตด้วยความหัวเสีย

ทุกอยากเป็นไปอย่างสมใจ ซานตอน ก็ย้ายกลับไปอยู่กับทีมเก่าที่คุ้นเคยกับอินเตอร์อีกครั้ง แต่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป ตลอด 3 ปีที่ผ่านมากับทัพงูใหญ่ไม่มีปีไหนเลยที่เขาได้ลงเล่นเกิน 15 นัด ทั้งปัญหาเรื่องของการบาดเจ็บที่หัวเข่ายังมาเยือนอยู่บ่อยๆ

ในฤดูกาล 2016-17 ที่เพิ่งจบไป ซานตอน ไม่สามารถเเย่งตำแหน่งกับ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ, ยูโตะ นากาโตโมะ และ คริสเตียน อัลซัลดี้  ที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ได้เลย เขาถูกจับนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองมากถึง 22 เกมในการเเข่งขันแบบลีก ซ้ำร้ายยิ่งกว่าหากในช่วงตลาดซื้อขายช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาการเจรจากับ เวสต์แฮม ไม่ล่มกลางคันเสียก่อน ซานตอน เขาคงถูกอินเตอร์ขายทิ้งเป็นหนที่ 2 ไปเเล้ว  

ท้ายที่สุดฤดูกาลที่ผ่านมาก็เป็นปีที่ล้มเหลวของ ซานตอน รวมถึงต้นสังกัดที่จบในอันดับที่ 7 ของตารางคะแนนทั้งที่เสริมนักเตะไปถึง 100 ล้านยูโร เหตุการณ์บานปลายจนแฟนบอล “เนรัซซูรี่” แบนทีมด้วยการไม่เข้าไปชมสนามในช่วงท้ายฤดูกาลเลยทีเดียว