Stories

ถูกจับยาบ้า/ฝึกบอลในคุก/นักเตะอาชีพ : จากเรือนจำสู่สังเวียนแข้ง...จักรพันธ์ ศรีวิชัย

ชื่อของจักรพันธ์ ศรีวิชัย อาจไม่เป็นที่รู้จักในหมู่แฟนบอลทั่วๆไปสักเท่าไหร่ บางทีอาจจะไม่มีใครรู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ...

We are part of The Trust Project What is it?

แต่สำหรับแฟนฟุตบอลโซนภาคเหนือ น่าจะพอคุ้นหูกันบ้าง เพราะนี่คือกองหน้าระดับแถวหน้าของวงการลีกภูมิภาคโซนภาคเหนือ ที่ผ่านการค้าแข้งมาอย่างโชกโชน แต่ก่อนมีวันนี้...เขาเคยต้องโทษคดียาเสพติดมาก่อน และที่เรือนจำ คือ สถานที่ฝึกลูกหนังของเขา เรื่องราวของเขาเป็นเช่นไร ติดตามได้ที่นี่…..

สัมภาษณ์ - เขียนโดย

พีรวัตร สืบสวัสดิ์นิติกุล

นักโทษยาเสพติด

เช้าวันหนึ่งเมื่อปลายปี พ.ศ.2547 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย นำกำลังบุกไปยังบ้านหลังหนึ่งพร้อมด้วยหมายศาล โดยในบ้านหลังดังกล่าวมีเด็กวัยรุ่ยวัย 18 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในหมายศาล เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมอย่างง่ายดาย...

“วันนั้นผมก็อยู่ในบ้านกับครอบครัว ตำรวจมาเต็มหน้าบ้านพร้อมกับหมายศาลเพื่อมาจับผม คนในบ้านไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในใจผมรู้แล้วว่าตำรวจมาที่บ้านทำไม” จักรพันธ์ ศรีวิชัย เล่าถึงวันที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมถึงที่บ้าน

ย้อนเวลากลับไป 2 เดือนก่อนหน้าที่จะถูกจับกุม จักรพันธ์ ศรีวิชัย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ วางแผนล่อซื้อยาเสพติด (ยาบ้า) จากเขา แผนการที่ชุดปราบปรามยาเสพติด จ.เชียงราย วางไว้เกือบจะสำเร็จเมื่อเข้าประชิดตัว จักรพันธ์ ศรีวิชัย ซึ่งเป็นเป้าหมายได้แล้ว แต่เขาเอาตัวรอดจากการจับกุมครั้งนั้นได้แบบเฉียดฉิว

"วันนั้นก็มีการซื้อขายตามปกติ แต่พอรู้ว่าเป็นสายตำรวจ ผมก็หนีสุดชีวิต" จักรพันธ์ ศรีวิชัย พูดถึงวินาทีระทึก "ไม่คิดหรอกว่าจะรอด ตอนนั้นก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ไม่โดนจับ ก็ยัง งง อยู่เลยว่าหนีรอดมาได้ยังไง แต่สุดท้ายผมก็ถูกจับอยู่ดี...มีหลักฐานและพยานชัดเจน หลังจากนั้นอีก 2  เดือน เขาก็มาจับผมถึงในบ้านเลย"

หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกรวบตัวถึงบ้านพัก จักรพันธ์ ศรีวิชัย ถูกส่งตัวเข้ามาฝากขังที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย เพื่อรอคำตัดสินของศาล ว่าระยะเวลาการถูกจองจำในดินแดนที่ไร้อิสรภาพจะยาวนานแค่ไหน  

มันการเข้าคุกครั้งแรกและครั้งเดียวของ จักรพันธ์ ศรีวิชัย แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าเด็กวัย 18 ปีเศษไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กับการเข้าไปสู่ดินแดนที่ไม่เคยคุ้นเคยมาก่อน

“ความรู้สึกตอนนั้นเฉยๆนะ ไม่มีความกลัวอะไรเลย อาจจะเป็นด้วยความที่เรายังเป็นวัยรุ่นอยู่ก็ได้” จักรพันธ์ ศรีวิชัย เผยเมื่อ โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ถามถึงความรู้สึกวันแรกที่ต้องไปใช้ชีวิตในเรือนจำ

หลังจากถูกฝากขังเป็นเวลา 1 เดือน จักรพันธ์ ศรีวิชัย ก็ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี 6 เดือน โทษฐานครอบครองยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต การที่เขายอมรับและให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงถูกลดโทษลงกึ่งหนึ่ง ก่อนถูกนำตัวกลับไปที่เรือนจำอีกครั้ง แต่การกลับไปในครั้งนี้เขาถูกส่งตัวไปยังอีกแดนขัง 1 ซึ่งเป็นศูนย์รวมของนักเตะโทษคดียาเสพติด

ตอนนั้นไม่คิดหรอกว่าจะรอด ก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ไม่โดนจับ ก็ยัง งง อยู่เลยว่าหนีรอดมาได้ยังไง แต่สุดท้ายผมก็ถูกจับอยู่ดี...

“ผมแทบไม่ต้องปรับตัวอะไร ข้างในนั้นมีเพื่อนผมเข้าไปอยู่ก่อนแล้วหลายคน ก็เลยไม่มีปัญหาในการใช้ชีวิตอยู่ข้างใน” จักรพันธ์ ศรีวิชัย เผยถึงการถูกต้องโทษคดียาเสพติดอย่างเป็นทางการ พร้อมกับมีคำนำหน้าชื่อจาก นาย เป็น  “นักโทษชาย”

“ชีวิตข้างในอาจจะมีเพื่อนเยอะ แต่ก็ไม่สบายเหมือนอยู่ข้างนอกหรอก ทั้งการกิน การนอน ...คนที่เคยเข้าไปใช้ชีวิตข้างในก็คงรู้ ทุกอย่างข้างในต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของเรือนจำทั้งหมด” จักรพันธ์ พูดถึงฉากชีวิตในดินแดนอันไร้อิสรภาพ

1 ปี 1 เดือน 13 วัน

5.00 น. - 15.00 น. เป็นเวลาที่นักโทษดูจะได้ผ่อนคลายเมื่อถูกปล่อยออกจากเรือนนอน ซึ่งเต็มไปด้วยความแออัด ออกมาสูดอากาศ และทำกิจกรรมต่างๆ กันไป

“ในเรือนนอนค่อนข้างอึดอัด เรามักจะเฝ้ารอเวลาสัญญาณที่เขาปล่อยให้ออกจากเรือนนอนในช่วงเช้า ก็จะได้ออกมายืดเส้นยืดสายด้านนอก กิจกรรมที่ผมเป็นประจำคือการเล่นฟิตเนส ผมยกเวท และฟิตร่างกายทุกวันตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น”

“นอกยกเวท ผมก็เตะตะกร้อกับเพื่อนๆ และช่วงที่รอเล่นตะกร้อก็จะนำลูกบอลมาเดาะเล่นคนเดียว เหมือนเป็นการฝึกทักษะให้กับตัวเองไปในตัว” จักรพันธ์ ศรีวิชัย พูดถึงกิจกรรมในเรือนจำ ที่เขามักทำเป็นประจำซ้ำๆ ทุกวัน

ความจริงย้อนกลับไปก่อนหน้าที่จะเข้ามาใช้ชีวิตในเรือนจำ จักรพันธ์ ศรีวิชัย เคยมีความฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่ด้วยสไตล์การใช้ชีวิตที่ไม่ชอบอยู่ในฎระเบียบ ทำให้เขาไม่เอาจริงเอาจังกับการเล่นฟุตบอลเท่าไหร่

“ตอนเป็นเด็กก็เล่นฟุตบอลนะ ชอบจริงๆจังๆเลยล่ะ เคยเล่นให้ตัวโรงเรียนแต่ว่าต้องซ้อมเช้า-เย็น คือไม่ชอบซ้อมก็เลยไม่เอา เล่นอย่างเดียวดีกว่า แต่พอมาอยู่ในเรือนจำ ไม่มีโอกาสได้เล่นฟุตบอลเป็นทีมหรอก ไม่ค่อยมีคนเล่น ผมก็ได้แต่เอาบอลมาอัดกับกำแพงในคุกอย่างเดียว เหมือนกลายเป็นว่าเราซ้อม แต่ไม่มีโอกาสได้แข่งขัน” จักรพันธ์ ศรีวิชัย เล่าต่อ

นช.จักรพันธ์ ศรีวิชัย ใช้ชีวิตในเรือนจำด้วยการวงเวียนอยู่กับการเล่นฟิตเนส เตะตะกร้อ และเตะฟุตบอลอัดกำแพงคนเดียวเป็นเวลานานกว่า 1 ปี สายตาของผู้คุม เขาคือนักโทษชั้นดี ส่งผลให้ นช.จักรพันธ์ พ้นโทษก่อนกำหนด 3 เดือน รวมเวลาที่เขามีคำนำหน้าว่า นช. 1 ปี 1 เดือน กับอีก 13 วัน

เมื่อพ้นโทษสู่อิสรภาพภายนอก จักรพันธ์ ศรีวิชัย ก็มุ่งหน้ากลับบ้านหาครอบครัวเพื่อกราบเท้าระลึกผิดกับสิ่งที่เขาได้กระทำในก่อนหน้านี้กับผู้เป็นพ่อและแม่ หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่สนามฟุตบอล เพื่อกลับไปพบกับเพื่อนๆ ของเขา  

เพื่อนๆก็คงสงสัยว่าผมติดคุกมาปีกว่า แต่ทำไมร่างกายถึงฟิต แล้วเล่นฟุตบอลได้ดีกว่าเดิม ผมก็งงตัวเองเหมือนกัน

“ออกจากเรือนจำมาก็กลับมาอยู่บ้านได้สักพัก หลังจากนั้นก็ออกไปหาเพื่อน เพื่อนๆผมเตะฟุตบอลเดินสายกันอยู่ที่สนามบอล ตอนแรกก็คิดว่าจะไปดูเฉยๆ พอดีไม่มีตัวสำรองแล้วเพื่อนเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ผมก็เลยลงไปแทน เพื่อนๆเขาก็คงสงสัยว่าผมติดคุกมาปีกว่า แต่ทำไมร่างกายถึงฟิต แล้วเล่นฟุตบอลได้ดีกว่าเดิม ผมก็งงตัวเองเหมือนกัน วันนั้นยิงด้วยนะ แต่จำไม่ได้ว่ายิงกี่ลูก” จักรพันธ์ ศรีวิชัย เล่าถึงการเล่นฟุตบอลครั้งแรกภายหลังจากออกจากเรือนจำ  

เหมือนโชคชะตาเข้าข้างเขาให้ก้าวมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เพราะที่ข้างสนามวันนั้นมี ทวิช ไกลถิ่น หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมจังหวัดเชียงราย ชุดกีฬาแห่งชาติ นั่งดูอยู่ด้วย ก่อนถูกชักชวนให้ไปคัดตัว เพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดเชียงราย