ถ้วยแห่งราชัน : เปิดปูม 36 แข้งดัง (เคย) เขย่าบัลลังก์คิงส์คัพ

ศึกชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ… ถ้วยรางวัลที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยมนต์ขลังมากที่สุดของไทย

ตลอดการแข่งขัน 44 ครั้งที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ มีนักเตะระดับโลก หรือมีชื่อเสียงโด่งดังในยุโรปมากมาย บางคนมาในฐานะแข้งโนเนม แต่พอกลับไปไม่นานถูกขายด้วยค่าตัวหลายร้อยล้าน, บางคนเป็นเพียงดาราดังในแดนลูกหนังบ้านเกิด แต่พอกลับไปไม่นานก็สถาปนากลายเป็นสุดยอดแข้งระดับโลก ซึ่งอีกหลายๆคนยังคงโลดแล่นอยู่ในเวทีระดับท็อปของยุโรป และเป็นกำลังสำคัญในทีมชาติด้วย ….

FFT TH รวบรวมเหล่านักเตะดังที่เคยเข้าร่วมเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของ คิงส์ คัพ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น จนถึงปัจจุบัน มาไว้ที่นี่    

ชา บุม-กุน

เกาหลีใต้

นี่ คือ ปฐมบทแห่งตำนานแข้งต่างชาติของคิงส์ คัพ

ด้วยวัยเพียง 19 ปีและกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเกาหลี ชา บุม-กุน หรือที่ชาวเกาหลีรู้จักกันในนาม ชา บอม-กอน ถูกเรียกให้ติดทัพโสมขาวมาเยือนเมืองไทยปี 1972 แม้จะผิดหวังที่ไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ โดยครองที่ 3 ร่วมกับสิงคโปร์ แต่เจ้าตัวก็ยังทำได้ 1 ประตูในเกมกับอินโดนีเซีย

ในปีถัดมา เขาก้าวแกร่งขึ้น และยิงไป 3 ประตูพาทีมคว้าแชมป์ ก่อนจะซิวอีก 3 สมัยในปี 1974, 1975 และ 1977 หลังจากนั้นอีก 3 ปี เขาก็ไปสร้างตำนานในบุนเดสลีกากับดาร์มสตัดท์, แฟร้งค์เฟิร์ต และเลเวอร์คูเซ่น ก่อนจะกลับมาทัวร์นาเม้นต์นี้อีกครั้งในฐานะกุนซือทีมชาติเกาหลีใต้ในปี 1998

ล่าสุดชาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้บริหารคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ยู-20 ที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ

ฮอ จอง มู

เกาหลีใต้

ฮอ จอง มู ถือเป็นกำลังสำคัญร่วมกับ ชา บุม-กุน ในการคว้าแชมป์คิงส์ คัพ สู่แดนโสม ด้วยการยิง 1 ลูกให้เกาหลีใต้เอาชนะไทย 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของนัดชิงชนะเลิศปี 1974

หลังจากนั้นอีก 6 ปีเขาก็ลุยลีกดัตช์กับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น และได้กุมบังเหียนโสมขาวถึง 3 หนด้วยกันในปี 1995, 1998 และ 2008

โดยในปีก่อนเขาได้ลงสมัครเลือกตั้งแต่ก็มีอันต้องถอนตัวไปในภายหลัง

โช กวาง แร

เกาหลีใต้

อดีตกองกลางผู้นี้ได้ลงเล่นให้กับทีมโสมขาวในนัดชิงชนะเลิศอันสุดดราม่ากับไทยในวาระครบรอบ 200 ปีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ปี 1982  ซึ่งมีทั้งการเล่นหนัก, วอล์คเอ้าท์ ไปจนถึงการดวลจุดโทษ ก่อนจะจบลงด้วยการปราชัยของทีมชาติเกาหลีใต้

ก่อนที่อีก 4 ปีถัดมาเขาจะได้ไปเวิลด์คัพรอบสุดท้ายที่แดนจังโก้ในปี 1986 ร่วมกับจอง-มู และบุม-กุน และเช่นเดียวกับฮีโร่ของชาติคนอื่นๆ เขาเคยคุมทีมชาติเกาหลีใต้ด้วยในปี 2010

โดยในปี 2014 เขาได้รับเลือกให้เป็นซีอีโอสโมสรแดกู เอฟซี

ปีเตอร์ ชไมเคิล, ไบรอัน เลาดรุ๊ป และสตาร์ทีมโคนม เดนมาร์ก

ใครจะเชื่อว่าครึ่งหนึ่งของนักเตะชุดนี้ จะก้าวไปถึงจ้าวยุโรป เมื่อ ปีเตอร์ ชไมเคิล, ไบรอัน เลาดรุ๊ป, ลาร์ส โอลเซ่น กัปตันทีมชาติ, จอห์น เจนเซ่น, คิม วิลฟอร์ต เล่นให้กับบรอนด์บี้ ส่วน เฮนริค ลาร์เซ่น เล่นให้ลิงบี้อยู่ในตอนนั้น

แต่พอหลังจากได้แชมป์คิงส์ คัพ ปี 1988 นักเตะแต่ละคนก็เริ่มขยับขยาย ในปีถัดมาเซ่นไปแอสตัน วิลล่า, เลาดรุ๊ปกับลาร์เซ่นไปบาเยิร์นกับปิซ่าปี 1990, ชไมเคิลกับโอลเซ่นย้ายไปแมนฯยูไนเต็ดกับแทร็บซอนสปอร์ตามลำดับในปี 1991, เยนเซ่นย้ายไปอาร์เซนอลปี 1992 มีเพียงวิลฟอร์ตที่อยู่กับบรอนด์บี้จนแขวนสตั๊ด แต่ทั้งหมดต่างก็มีส่วนให้เดนมาร์กคว้าแชมป์ยูโรในปี 1992 ด้วยกันทั้งสิ้น

ซึ่งปัจจุบัน ชไมเคิล รั้งตำแหน่งผู้เล่นที่ติดทีมชาติเดนมาร์กมากที่สุดตลอดกาลที่ 129 นัด ส่วนไบรอันนั้นใช้เวลาว่างลงเตะให้กับทีมศิษย์เก่าของลิงก์บี้ร่วมกับไมเคิ่ลพี่ชาย ขณะที่โอลเซ่นเป็นกุนซือหมู่เกาะแฟโรเช่นเดียวกับลาร์เซ่นและเจนเซ่นที่ไปเอาดีด้านโค้ช ทางด้านของวิลฟอร์ตได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งศตวรรษของลีกเดนมาร์ก

Pages