ตีแผ่แท็คติคพรีเมียร์ลีก : ‘คอนเต้’ ตบ ‘น้ามู’/ ปืนเจาะรถบัสไม่แตก/ ‘เป๊ป’ เอาไงดี?

Chelsea 4-0 Man United

FFT วิเคราะห์แท็คติค 4 เกมใหญ่พรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยใช้ Stats Zone

1. ปืนเคี้ยวโบโร่ไม่ลง

ไอเตอร์ การันก้า ออกมากล่าวก่อนเกมว่า จะไม่ใช่แผนรถบัสในเกมกับ อาร์เซนอล ทว่าไม่ว่า อดีตมือขวาของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะพูดอย่างไร แต่ทุกคนสนใจที่ผลลัพธ์เท่านั้น ซึ่ง การันก้า ทำสำเร็จ

โดยเกมนี้ “โบโร่” ตัดสินใจกองกลาง 5 คน พร้อมกับสั่งให้แผงหลังยืนลึก ซึ่งถือว่า การันก้า จงใจรับมือกับแนวรุกระดับ อเล็กซิส ซานเชส, เมซุต โอซิล และ ธีโอ วัลคอตต์ ซึ่งการใช้แผนนี้ ทำให้ตัวรุกทรีโอ้ ไม่มีพื้นที่เล่นมากมาย ถึงขนาดที่ 45 นาทีแรกนั้น ทั้งสามไม่สามารถสร้างโอกาสงามๆได้เลย

อันที่จริง ต้องบอกว่า “ปืนใหญ่” โชคดีด้วยซ้ำที่ไม่เสียประตูไปก่อน เพราะว่าทั้ง อัลบาโร เนเกรโด้ และ แกสตัน รามิเรซ มีโอกาสที่จะลงโทษเจ้าถิ่น แต่โดนเซฟโดน ปีเตอร์ เช็ก ทั้งหมด อีกหนึ่งคนที่โดดเด่นของฝั่งทีมเยือนก็คือ อดามา ตราโอเร่ ที่ปั่นป่วนแนวรับทีมดังแห่งลอนดอนตลอด

ในครึ่งหลังนั้น ตราโอเร่ คนเดิม ยังช่วยสร้างจังหวะโต้กลับสวยๆให้ทีมอีกสองครั้ง แต่ผู้เล่นอาร์เซนอลก็ช่วยกันป้องกันไว้ได้

หมดเวลาสถิติขึ้นว่า “ปืนใหญ่” ครองบอลถึง 75% แต่โอกาสยิงกลับแพ้ “สิงห์แดง” ที่ 10 ต่อ 11 ครั้ง อีกสถิติที่น่าสนใจคือ มิดเดิลสโบรห์ เคลียร์บอลได้ถึง 32 ครั้ง, บล็อคลูกเปิดได้ 8 ครั้ง และสกัดบอลได้อีก 20 ครั้ง

ด้วยผลงานระดับนี้ อดีตเซนเตอร์แบ็คอย่าง การันก้า คงพอใจมากๆ

 

2. แนวรับพา เชลซี พิชิต แมนฯ ยู

แม้จะไม่ใช่กองหลังอาชีพมาก่อน แต่คนอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้เป็นกัปตันทีมและหัวใจในแดนกลางของ ยูเวนตุส สมัยยังค้าแข้ง ก็ย่อมรู้วิธีการเล่นเกมรับขั้นเทพ และผงานที่พา เชลซี ถล่ม แมนฯ ยูไนเต็ด เละเทะ 4-0 คือเครื่องพิสูจน์ชั้นดี

โดยเกมนี้ เจ้าถิ่นฉวยโอกาสจากความไม่พร้อมของแนบรับทีมเยือนได้ตั้งแต่สามสิบวินาทีแรก ก่อนที่ แกรี่ เคฮิลล์, เอเด็น อาซาร์ และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จะช่วยกันยิงลูกที่เหลือ

 

ในด้านแท็คติคนั้น เกมรับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ทำได้ยอดเยี่ยม เมื่อพวกเขาจัดการให้ ปอล ป็อกบา, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ มารูยาน เฟลไลนี่ ให้อยู่ในพื้นที่ห่างจุดสำคัญได้ตลอด โดยแนวรับเชลซี ใช้วิธียืนต่ำเข้าช่วย

ซึ่งภาพจาก Stats Zone บอกเราได้ดีว่า แนวรุก “ปีศาจแดง” สามารถผ่านบอลสำเร็จในระยะ 25 หลาของเจ้าถิ่นได้น้อยมากในครึ่งแรก โดยตัวแพงที่สุดในโลกอย่าง ป็อกบา ผ่านบอลสำเร็จในโซนนี้แค่ 2 ครั้ง และยังเป็นการจ่ายคืนหลังทั้งหมดอีกด้วย

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เชลซี แย่งบอลในพื้นที่ริมเส้นได้ตลอด นั่นเพราะว่า เกมรุกของทีมดังแห่งแมนเชสเตอร์นั้น ไม่ค่อยเจาะตรงกลางนั่นเอง

3. เรือยังเป๋

ข้ามมาที่อีกทีมแห่งแมนเชสเตอร์ โดย เซาแธมป์ตัน ที่มาในระบบ 4-4-2 แบบเพชร ยันเสมอกับ “จ่าฝูง” อย่าง แมนฯ ซิตี้ ได้ โดยนี่เป็นอีกครั้งที่ “เรือใบสีฟ้า” เสมอด้วยสกอร์ 1-1 หลังสัปดาห์ที่แล้ว เอฟเวอร์ตัน ก็จัดการพวกเขามาแล้ว

เกมนี้ “นักบุญ” วาง นาธาน เรดมอนด์ และ ชาร์ลี ออสติน เป็นหน้าคู่ โดยมี ดูซาน ทาดิช ยืนอยู่หลังสองหัวหอก พร้อมกับใช้กองกลางอีกสามคนเพื่อป้องกันเกมรุกเจ้าถิ่นโดยเฉพาะ

ขณะที่ฝั่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใช้แผน the 3-2-2-3 โดยมี อิลคาย กุนโดกัน และ แฟร์นันดินโญ่ ยืนคุมเกม และมี เควิน เดอ บรุนย์ กับ ดาวิด ซิลบา ทำเกมรุก อย่างไรก็ตาม พวกเขามีปัญหาในการทำเกมรุกพอสมควร ซึ่งสถิติไม่สามารถหาโอกาสยิงเข้ากรอบในครึ่งแรกได้เลย บอกทุกอย่างได้ดีที่สุด

 

หลังจากนั้น จอห์น สโตนส์ มาก่อความผิดพลาดจนทีมโดนขึ้นมา ก่อนที่ เคเลชี อิเฮียนาโช่ จะมาช่วยตีเสมอได้

สิ่งที่ต้องชื่นชมก็คือ แนวรับของทีมเยือนที่ทำผลงานได้ดี โดย เซาแธมป์ตัน ใช้การตัดเกมบ่อยๆเพื่อหยุดการตั้งเกมของเจ้าถิ่น แม้ เป๊ป จะพยายามแก้เกมด้วยการส่งแนวรุกลงไปเพิ่มจนเหลือกองหลังเพียง 2 คน ก็ไม่สามารถทำให้ทีมเก็บสามแต้มได้

และจากนี้ กุนซือชาวสเปน ต้องเจองานยากเช่นนี้ในทุกเกมแน่นอน

4. ไก่ไม่ขันอีกครั้ง

สองทีมนี้วางแผนการเล่นมาคล้ายๆกัน คือ บีบสูงและพยายามตัดบอลคู่แข่งอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งคู่ป้องกันตั้งแต่แดนหน้า ซึ่งนั่นทำให้เกิดการเสียบอลระหว่างสองทีมบ่อยมาก จนทำให้โอกาสทำประตูลดน้อยลงไปด้วย

โดย บอร์นมัธ และ สเปอร์ส มีโอกาสยิงรวมกันเพียง 24 ครั้ง และมีเพียง 5 ครั้งที่เข้ากรอบ โดยเจ้าถิ่นใกล้เคียงกับการยิงเข้ากรอบครั้งแรกและครั้งเดียวมากกว่าอีก 4 ครั้งของ สเปอร์ส ด้วยซ้ำ แต่ลูกยิงของ ชาร์ลี แดเนียลส์ ถูก ฮูโก้ ยอริส เซฟอย่างเหลือเชื่อก่อนชนคานออกมา

“เราคุยถึงเรื่องนี้ก่อนเกมแล้ว และเรารู้อยู่แล้วว่าพวกเขาเป็นทีมที่มีวิ่งไม่มีหมด” เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กล่าวหลังเกม

“มันเป็นเกมที่ยากเพราะว่าพวกเขากดดันเรามากๆ แต่เราปล่อยให้พวกเขามีโอกาสเพียงครั้งเดียว และ ฮูโก้ ก็เซฟได้อย่างมหัศจรรย์”

“แผนของเราคือทำลายจังหวะพวกเขาและแนวทางที่พวกเขาเคยเล่น” เอ็ดดี้ ฮาว ให้สัมภาษณ์

แม้เกมนี้จะไม่มีสกอร์และผู้ได้ชัยชนะ แต่บอกได้เลยว่า นัดนี้เป็นการดวลกึ๋นของสองกุนซือที่สนุกไม่แพ้เกมใด…

 

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android

New features every day on FourFourTwo.com • More analysis