ต้องดีกว่านี้ : 8 แข้งดังพรีเมียร์ลีกที่ทำผลงานไม่โดนใจในยูโร 2016

หลังผ่านรอบแรกยูโร 2016 Tim Ellis คอลัมนิสต์ของเราจะมาวิเคราะห์ผลงานของเหล่าดาวดังจากพรีเมียร์ลีกที่ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตราฐานที่ ฝรั่งเศส...

1. มาร์ติน สเคอร์เทล (สโลวาเกีย)

เชื่อว่า แฟนๆหลายคนคงคิดออกมาดังๆหลายครั้งระหว่างดูเกมของ สโลวาเกีย ว่า   “สเคอร์เทล มันทำอะไรของมันว่ะ?”

อย่างเกมแรกกับ เวลส์ นั้น ปราการหลังจากลิเวอร์พูล เกือบทำทีมเสียจุดโทษ เช่นเดียวกับเกมกับ รัสเซีย ที่ สเคอร์เทล พลาดในช่วงวินาทีสุดท้ายจนเกือบทำให้ อาร์เต็ม ชูบา เข้าไปยิงประตูตีเสมอ

และแม้จะช่วยเคลียร์ลูกยิงของ เดเล่ อัลลี่ บนเส้น พร้อมกับช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีทในเกมสุดท้ายกับ อังกฤษ ได้ ทว่าต้องบอกว่า จริงๆแล้ว เขาโชคดีไม่น้อยที่เพื่อนๆร่วมทีม “หงส์แดง”(ฮา) และ บรรดานักเตะ “สิงโตคำราม” ไม่คมกันเองมากกว่า

Skrtel challenges England striker Jamie Vardy for the ball

“ขอโทษเพื่อน ผมไม่ได้ตั้งใจ”

ประกอบกับฟอร์มในช่วงหลังๆกับต้นสังกัดที่ผิดพลาดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะลูกที่ 3 ที่ เซบีญ่า ยิงใส่ ลิเวอร์พูล ในรอบชิงชนะเลิศ ยูโรป้า ลีก นั้น เป็นความผิดพลาดของ กองหลังเลือดสโลวัค เต็มๆ ดังนั้น บอกได้เลยว่า ปีหน้า เราอาจไม่เห็น สเคอร์เทล ที่ แอนฟิลด์ อีกต่อไป

2. ปีเตอร์ เช็ก (สาธารณรัฐเช็ก)

ในเกมกับ โครเอเชีย นายทวารอาร์เซนอล แสดงให้เห็นถึงความไม่นิ่งในช่วงครึ่งแรกจนมีส่วนทำให้ทีมเสียประตู

ในปี 2012 นายด่านร่างโย่ง พา สาธารณรัฐเช็ก ผ่านรอบแรกได้สำเร็จ แต่ 4 ปีต่อมา ทุกอย่างกลับตลาปัตร

โดยในเกมกับ โครเอเชีย นายทวารอาร์เซนอล แสดงให้เห็นถึงความไม่นิ่งในช่วงครึ่งแรกจนมีส่วนทำให้ทีมเสียประตู ทั้งยังไม่สามารถเก็บคลีนชีทได้เลยในการลงเล่นทั้งสามเกม ซึ่งสุดท้าย ประเทศของ เช็ก ตกรอบ และหมดโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว

3. โจ ฮาร์ท (อังกฤษ)

อาจจะจริงที่ ฮาร์ท เสียเพียงสองประตูในรอบแรก แต่ผู้รักษาประตูวัย 29 ปี ควรจะใช้พลังงานทั้งหมดที่มีในการคุมเกมหน้าปากประตูให้เยือกเย็นกว่านี้ ทั้งยังจำเป็นต้องนิ่งในการรับมือเกมใหญ่ๆ

และถ้าอยากให้ “สิงโตคำราม” ไปไกลกว่านี้ นายด่านแมนฯซิตี้ ต้องแสดงให้เห็นว่า เขาสามารถเซฟจนทำให้ทีมประสบความสำเร็จเหมือนที่ จีจี้ บุฟฟ่อน ทำได้กับ อิตาลี

4. อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (ฝรั่งเศส)

หลังจากมีปีแรกบนเกาะผู้ดีที่สุดยอด กองหน้าแมนฯยูไนเต็ด ได้รับคาดหมายว่าจะเป็นเด็กระเบิดที่แดนบ้านเกิด ทว่าหลังจากผ่านไปสามนัด ปรากฎว่า มาร์กซิยาล ได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งเดียว ทั้งยังเล่นไม่เอาอ่าว ก่อนถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่จบครึ่งแรก ซึ่งสิ่งที่ ดาวยิงกึ่งปีกวัย 20 ปี ต้องเรียนรู้ก็คือ การรักษามาตราฐานให้ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม จะโทษ มาร์กซิยาล คนเดียวก็ไม่ถูก เพราะในทีมชาติฝรั่งเศสนั้น อดีตดาวรุ่งโมนาโก ถูกจับให้ไปยืนเป็นกองหน้า ซึ่งนั่นทำให้เขาไม่มีโอกาสใช้ความเร็วและการเลี้ยงบอลของถนัด ทั้งปีที่ผ่นมา มาร์กซิยาล ยังลงเล่นไปถึง 66 นัด ให้กับ สโมสรและทีมชาติ ซึ่งอาจทำให้เขาไม่ฟิตสมบูรณ์ก็เป็นได้  

Martial playing against Albania

มาร์กซิยาล ยังไม่เด่นเหมือนเล่นให้ “ปีศาจแดง”

5. แพ็ดดี้ แม็คแนร์ (ไอร์แลนด์เหนือ)

เกมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายของ แม็คแนร์ กับ แมนฯยูไนเต็ด คือ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และหลังจากนั้น กองหลังดาวรุ่ง ก็ไม่ได้รับโอกาสจาก หลุยส์ ฟาน กัล อีกเลย ซึ่งนั่นทำให้ผลงานที่ฝรั่งเศสของเขาค่อนข้างไม่ดี

โดย ดาวเตะไอร์แลนด์เหนือ ถูกเปลี่ยนออกในเกมแรกที่พบกับ โปแลนด์ หลังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ อย่างไรก็ตาม จะโทษเขาคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะว่า ไมเคิ่ล โอนีลล์ กุนซือของทีม ดันจับ แม็คแนร์ ไปเล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 ทั้งๆที่ที่ผ่านมา อย่างมากที่สุด ดาวรุ่ง “ปีศาจแดง” เคยเล่น กองกลางตัวรับ เท่านั้น..

6. แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ)

ตลอดสามเกมในรอบแรก ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ยังไม่สามารถซัดประตูได้เลยแม้แต่ลูกเดียว ทั้งยังโดนแฟนบอลทั่วโลกแซวเรื่องที่ต้องเป็นคนรับหน้าที่เตะมุมอีกด้วย

ในเกมกับ รัสเซีย เคน ถูกแม้กระทั่งกองหลังวัย 36 ปีอย่าง เซอร์เก อิกนาเชวิช วิ่งแซงมาแล้ว อีกทั้งสถิติหนึ่งที่ฟ้องความห่วยแตกของเขาได้ดีก็คือ จาก 149 นาทีในยูโร 2016 ดาวยิงจากสเปอร์ส มีโอกาสสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งแค่ 3 ครั้ง

แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่ความผิดของเขาคนเดียว เพราะในเมื่อคุณมีเพื่อนร่วมทีมอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง ที่เปิดหรือจ่ายก็ไม่ได้เรื่อง ทั้งยังต้องเจอกุนซืออัจฉริยะอย่าง รอย ฮอด์จสัน ที่จับกองหน้าไปเตะมุม

เคน คงได้แต่คิดในใจว่า “แล้วจะให้เรายิงประตูยังไงฟะ?” (ฮา)

7. มารูยาน เฟลไลนี่ (เบลเยี่ยม)

ในเกมแรกที่ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” พ่ายให้กับ อิตาลี นั้น เฟลไลนี่ คือ คนที่โดนโจมตีมากที่สุด เนื่องจาก กองกลางหัวฟู(และทอง ฮา) ไม่สามารถใช้ความสูงเล่นงานแนวรับ “มักกะโรนี” ได้เลย

Fellaini runs with the ball during Belgium's game against Italy

สีผมของ “ฟู” เด่นกว่า ฟอร์มการเล่นเยอะ

น่าเสียดายที่ เบลเยี่ยม มีผู้เล่นพรสวรรค์สูงหลายคน แต่พวกเขาขาดการเล่นเป็นทีมอย่างหนัก ซึ่งหากเป็นแบบนี้ต่อไป สุดท้ายพวกเขาก็คงไปไม่ถึงแชมป์และเล่นไม่สมราคาทีมที่เคยขึ้นเป็นอันดับ 1 ในฟีฟ่าแร้งกิ้งอีกครั้ง

8. ราฮีม สเตอร์ลิง (อังกฤษ)

ไม่ต้องบรรยายมากมายกับ ปีกจากแมนฯซิตี้(แฟนๆในอินเทอร์เน็ต จัดหนักไปหมดแล้ว ฮา)

ซึ่งอันที่จริง ฟอร์มของเขาในครึ่งแรกกับ รัสเซีย ก็ไม่ได้แย่อะไร เพียงแต่ทุกคนเคยเห็นภาพ สเตอร์ลิง ที่เล่นได้น่ากลัวกว่านี้เยอะ ทั้งยังทำเสียบอลง่าย ตัดสินใจพลาด และไม่รีบลงไปเล่นเกมรับ เมื่อเสียบอล (ตกลงมันมีไรดีไหมเนี่ย ฮา)

และที่สำคัญที่สุด คือ การจบสกอร์ที่เข้าขั้นแย่สุดๆ ซึ่งเป็นภาพที่เห็นประจำสมัยสวมชุด “หงส์แดง” และ “เรือใบสีฟ้า” และหากยังพัฒนาในจุดนี้ไม่ได้ สเตอร์ลิง ก็อย่าหวังที่จะเป็นนักเตะที่เก่งกว่านี้ได้อีกเลย…