ต้อนรับฮัลโลวีน : 10 เรื่องสุดเฮี้ยนโลกลูกหนังที่แข้งดังโดนดีมาแล้ว

เพื่อเป็นการต้อนรับวันฮัลโลวีนที่กำลังจะมาถึง คริสปิน แอนดรูว์ส คอลัมนิสต์ของเราอาสารวบรวมเรื่องราวอันน่าสะพรึงมาให้แฟนๆ ของ FFT ได้ขนหัวลุกไปด้วยกัน!

1) คาร์ไลส์กับศิลาอาถรรพณ์

ก่อนเกมลีกวันที่ครอว์ลีย์ ทาวน์ จะไปเยือนคาร์ไลส์ ยูไนเต็ด ในเดือนพฤศจิกายน 2013 กลุ่มตำรวจท้องถิ่นได้เดินทางไปกับแฟนบอลครอว์ลีย์พร้อมกับคำเตือนแปลกๆว่า… อย่าแตะหินต้องคำสาปเด็ดขาด

โดยหินแกรนิตที่ตั้งตระหง่านอยู่ในมิเลนเนียม แกลเลอรี ที่เมืองคัมเบรียนนั้น ทางอาร์กบิช็อปแห่งกลาสโกว์ได้เขียนคำสาปแช่งพวกโจรบอร์เดอร์ ไรเวอร์ เมื่อศตวรรษที่ 16 และมีความเชื่อว่าหินดังกล่าวที่มีการจัดแสดงมาตั้งแต่ปี 2001 คือต้นเหตุแห่งเคราะห์ร้ายต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นการแพร่กระจายของโรคปากและเท้าเปื่อย, น้ำท่วม หรือแม้แต่การที่คาร์ไลส์ตกชั้นสู่คอนเฟอเรนซ์ในฤดูกาล 2003/04

ซึ่งก็ไม่มีสาวกครอว์ลีย์คนไหนที่ไปสัมผัสมัน โดย บิลลี คล้าร์ก ทำประตูให้ทีมเก็บ 1 แต้มอันล้ำค่ากลับบ้านในนาทีที่ 88 และครอวลีย์ก็จบฤดูกาลด้วยอันดับกลางตารางส่วนคาร์ไลส์มีอันต้องตกชั้นอีกครั้ง

2) แข้งสเปอร์สเจอผี (ปลอม) อำ

เมื่อฮาโลวีนปีก่อน สเปอร์สทีวีได้บอกกับซานโดรว่าพวกเขาอยากจะขอสัมภาษณ์ และพากองกลางชาวบราซิเลียนเข้าไปยืนรอคำถามในห้องสลัว แล้วทันใดนั้น ไคล วอล์คเกอร์ ที่สวมหน้ากากผีรับหน้าที่อำเพื่อนก็โผล่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยตรงด้านหลังของห้อง ทำเอาซานโดรถึงกับสะดุ้ง แต่พอได้สติเจ้าตัวก็จัดการปล้ำวอล์คเกอร์เพื่อเป็นการเอาคืนพร้อมกับหัวเราะลั่น

ขณะที่ อันดรอส ทาวน์เซนด์ ก็โดนแบบเดียวกันจนถึงขนาดร่วงไปกองกับพื้นเช่นเดียวกับ เจอร์เมน เดโฟ ที่ใส่หน้ากากฮาโลวีนมาด้วย รวมถึง ไคล นอห์ตัน กับ สเตฟเฟน ฟรอยด์ ที่เจอดีเช่นกัน และมีแค่ แยน แฟร์ตองเก้น คนเดียวที่ไม่เหวอไปกับเขาด้วย โดยกองหลังทีมชาติเบลเยี่ยมเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นไอแพด แล้วพอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็แค่โปรยยิ้มอ่อนเท่านั้น ซึ่ง สตีเฟน คิง น่าจะจดบันทึกเอาไว้ใช้แต่งนิยายสยองขวัญเรื่องต่อไปนะ

3) คำสาปแช่งของหมอฟัน

เมื่อปี 1948 อเมริกา เด กาลี สโมสรในโคลอมเบียตัดสินใจอัพเกรดตัวเองเป็นสโมสรระดับอาชีพ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับ เบนฮามิน อูร์เรีย หมอฟันท้องถิ่นที่รู้จักกันดีในนาม การาบัตโต้ (ไม้ค้ำต้นถั่ว) เป็นอย่างมาก ถึงขนาดแช่งทีมรักของตัวเองว่าถ้าอยากเทิร์นโปรก็ทำไป แต่พวกนายจะไม่ได้แชมป์อะไรเลย จำไว้

ทั้งที่สโมสรเคยคว้าแชมป์ระดับภูมิภาคถึง 5 หนในทศวรรษที่ 1930 แต่พวกเขากลับต้องกระเสือกกระสนในลีกระดับประเทศตลอด 3 ทศวรรษหลังจากนั้น

และจุดหักเหก็เกิดขึ้นปี 1978 เมื่อแฟนบอลที่ถือตั๋วปีต่างพากันเบื่อหน่ายฟอร์มอันย่ำแย่ของทีมรัก ซึ่งรวมถึงตัวการาบัตโตที่ต้องออกแรงปัดเป่าด้วยตัวเอง และในซีซั่นถัดมาอเมริกาก็คว้าแชมป์ลีกระดับประเทศหนแรกได้สำเร็จ

4) อาถรรพ์ที่ไม่มีวันหาย

ในปี 1906 เมื่อเบอร์มิงแฮม ซิตี้ ย้ายสนามจากมันตซ์ สตรีท ไปยังเซนต์ แอนดรูว์ส พวกเขาขับไล่คนเร่ร่อนออกจากพื้นที่ซึ่งทำให้คนเหล่านั้นได้แช่งชักสโมสรให้ประสบเคราะห์กรรมไปอีก 100 ปี

ซึ่งเกมแรกของทีม “ตราลูกโลก” มีอันต้องยกเลิกเนื่องจากหิมะตก และพวกเขาก็ตกชั้นตอนจบฤดูกาล 1907/08 แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับทีมบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างแอสตัน วิลล่า อีกด้วย

ถึงแม้ว่าผู้จัดการทีมของพวกเขาจะพยายามล้างอาถรรพณ์ด้วยวิธีการต่างๆไม่ว่าจะเป็น รอน ซอนเดอร์ส ที่แขวนไม้กางเขนตรงสปอตไลท์ หรือ แบร์รี ฟราย ที่อุตส่าห์ฉี่รดตรงมุมธงทั้ง 4 มุมของสนามแต่ก็ไม่เป็นผล ในปี 2006 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของคำสาป เบอร์มิงแฮมก็ตกชั้นอีกครั้ง

และในซีซั่นถัดมาอันเป็นปีแรกที่คำสาปสิ้นอายุขัย ตรงหน้าเกียรติประวัติในหนังสือไดอารี่ของสโมสรก็โชว์ขึ้นมาว่าพวกเขาคว้าแชมป์ลีกได้ 7 สมัย, เอฟเอคัพ 7 ครั้ง, ยูโรเปี้ยนคัพ และยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ อีกอย่างละหน นั่นเป็นเพราะคำสาปถึงทำให้ทุกคนมองไม่เห็นแชมป์ของเบอร์มิงแฮมมาตลอดระยะเวลาดังกล่าวใช่หรือเปล่า? โชคร้ายที่คำตอบคือไม่ มันเป็นเพราะเครื่องปรินต์ดันทำพลาดรวมเกียรติยศของแอสตัน วิลล่า เอาไว้ต่างหาก

อย่าไปเตะลูกคอร์เนอร์ที่เซนต์ แอนดรูว์ส เชียวนะ

5) เบิร์นลีย์เจ้าที่แรง

ก่อนที่จะมาเป็น จิมมี แม็คอิลรอย สแตนด์ นั้น อัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกของเทิร์ฟมัวร์ถูกเรียกว่าบี โฮล เอนด์ มาก่อน  เพราะมันถูกสร้างตรงที่เคยเป็นรังผึ้ง ซึ่งก่อนหน้าที่เบิร์นลีย์จะย้ายมายังเทิร์ฟมัวร์เมื่อปี 1882 นั้น มีเรื่องเล่าขานถึงสิ่งลี้ลับที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวซึ่งเรียกกันว่า “เจ้าที่รังผึ้ง”

ส่วนใหญ่แล้วเจ้าที่จะเป็นภูตผีปีศาจที่ตามรังควานครอบครัวและทำให้สิ่งของต่างๆหายไป โดยเป็นที่พูดถึงกันมากในแถบตอนเหนือของอังกฤษ และเจ้าที่รังผึ้งก็ถือว่าเฮี้ยนมากทีเดียว มีการกล่าวกันว่าได้เคยลักพาตัวหญิงสาวที่เป็นคนท้องที่นางหนึ่งชื่อว่า โอลด์ เบ็ท โดยทิ้งร่องรอยไว้เพียงแค่ผิวหนังอันเล็กน้อยที่โดนพุ่มไม้เกี่ยวไปเท่านั้น ขณะที่ ฌอน ไดช์ เองก็ดูจะกลายเป็นเจ้าที่เข้าไปทุกทีหลังจากที่คุม “เดอะ คลาเร็ตส์” มาเป็นฤดูกาลที่ 4 แล้ว

เจ้าที่ได้ขโมยแต้มไปจากเบิร์นลีย์มาตลอดทั้งฤดูกาล