TPL รีวิว : เมื่อพระรองสะดุด และ 2 อริยึดหัวตาราง

เมื่อสองทีมในกลุ่มพระรองไม่มีแต้มติดมือหรือจะส่งให้คู่ปรับตลอดกาลอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้องแย่งแชมป์กันเพียงสองทีม

เมื่อสองทีมในกลุ่มพระรองไม่มีแต้มติดมือหรือจะส่งให้คู่ปรับตลอดกาลอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้องแย่งแชมป์กันเพียงสองทีม

ไทยพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 21 ก่อนจะปิดพักเบรกอีกครั้งให้กับทีมชาติไทย มีสองเกมสำคัญที่ทีมท็อปไฟว์ต้องโคจรมาตัดแต้มกันเอง โดยบิ๊กแมตช์คือ ชลบุรี เอฟซี อันดับ 4 ที่ชนะรวดมา 6 นัดในลีกเปิดบ้านต้อนรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงและทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใคร

เกมนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าฉลามชลภายใต้การนำของ จเด็จ มีลาภ จะประกาศตัวเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้หรือไม่ และพวกเขาก็ออกสตาร์ทได้ดีเมื่อเพียงแค่ 3 นาที เลอันโดร อัสซัมเซา เปิดฟรีคิกโค้งเข้าไปกดดัน ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ก่อนที่ แอนเดอร์สัน จะโฉบตัดเข้ามาโหม่งตุงตาข่าย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นลูกสูตรที่ทีมซ้อมมาเป็นอย่างดีหลังเพิ่งเคยทำประตูลักษณะนี้มาในนัดเฉือนชนะ ราชบุรี 2-1

แต่จุดเปลี่ยนมาเกิดขึ้นก่อนหมดครึ่งแรกเมื่อ โก ซุล กิ ที่เคยทำพลาดโหม่งเข้าประตูตัวเองในเกมของคู่นี้เมื่อเลกแรกจนทีมได้เพียงแค่แต้มเดียว มาซัดให้ บุรีรัมย์ ตีเสมอได้สำเร็จ ก่อนที่ กองกลางชาวเกาหลีใต้ จะมามีส่วนกับประตูชัยในช่วง20 นาทีสุดท้ายของทีมด้วยเมื่อโหม่งเช็ดลูกเปิดของ ธีราทร บุญมาทัน ให้ ดิโอโก จิ้มเปลี่ยนทางเข้าไป

ชลบุรี ต้องพบกับความพ่ายแพ้ที่บ้านครั้งแรกบนศึกไทยพรีเมียร์ลีก รอบกว่า 2 ปี ซึ่งเกมสุดท้ายที่พวกเขาเก็บแต้มไม่ได้ที่ชลบุรี สเตเดี้ยม ก็คือการปราชัยให้กับ ปราสาทสายฟ้า แบบขาดลอย 1-4 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2013

นอกจากการเสียสถิติไร้พ่ายในบ้าน 39 นัดที่น่าภาคภูมิแล้ว การแพ้ต่อทีมจ่าฝูงยังส่งผลต่อสถานการณ์ลุ้นแชมป์ของ ชลบุรี เป็นอย่างมากเมื่อถูกทำแต้มทิ้งห่างไปเป็น 8 คะแนน

ส่วนอีกคู่ที่ ไทย ญี่ปุ่น ดินแดง แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ที่ชนะรวดมา 3 นัดพบกับ บางกอกกล๊าส ที่หวังจะเก็บ 3 แต้มเพื่อกลับมาลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวอีกครั้ง แต่เกมนี้ แข้งเทพ ยังได้ความยอดเยี่ยมของ เจย์ซี จอห์น กองหน้าทีมชาติบาห์เรนที่เข้ามาตอบโจทย์ในเลกสองหลังยิงประตูที่ 4 จาก 5 นัดของตัวเองให้ทีมออกนำ

แถมก่อนหมดเวลา แมตต์ สมิธ กองหลังคนสำคัญของกระต่ายแก้วก็มาทำพลาดครั้งใหญ่เมื่อจับบอลแล้วลื่นเสียหลักปล่อยให้ เอกชัย สำเร หลุดเข้าไปยิงง่ายๆปิดกล่องให้ แบงค็อก เอาชนะไป 2-0 พร้อมขยับมาอยู่ที่ 4 ส่วน บีจี เก็บได้เพียง 3 คะแนนจาก 3 เกมหลังสุดตามหลังบุรีรัมย์เป็น 6 แต้มแล้ว

ขณะที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงน่าจะได้ขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปถึงโค้งสุดท้ายเมื่อยังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมบุกไปเอาชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี ถึงถิ่น ศรีนครลำดวน 3-1 โดย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ฉลองการกลับมามีชื่อติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ด้วยการเหมาคนเดียว 2 ประตู ก่อนที่ คัพฟ้า บุญมาตุ่น จะมายิงตีตื้นให้กับเจ้าถิ่นในนาทีที่ 65 แต่ เคลตัน ซิลวา ดาวยิงฟอร์มร้อนแรงก็มาซัดประตูที่ 12 ในไทยพรีเมียร์ลีกของตัวเองซีซั่นนี้ และเป็นการยิงนัดที่ 3 ติดต่อกันให้เมืองทองเอาชนะไป 3-1

ชัยชนะของกิเลนผยอง ทำให้ไล่จี้ บุรีรัมย์ ด้วยระยะห่าง 3 แต้มเท่าเดิมแต่พวกเขาได้เปรียบเล็กน้อยเมื่อมีโปรแกรมตกค้างกับ การท่าเรือ เอฟซี อยู่ 1 นัดแถมลูกได้เสียขึ้นมาเท่ากันที่ 24 ประตู

สำหรับโซนท้ายตารางสถานการณ์ของ บีอีซี เทโรศาสน ยังคงไม่ดีขึ้นเมื่อพลาดการเก็บชัยชนะในรอบเกือบ 4 เดือนที่สนามกม.5สัตหีบ ทั้งที่ออกนำ ราชนาวี ไปก่อน 2-0 จาก อิวาน บอสโควิช และ อดิศักดิ์ ไกรษร แต่ก็ต้องมาโดนตีเสมอ 2-2 ก่อนหมดเวลาแถมต้องมาเสียผู้เล่นอย่าง วัสพล โทสันเที๊ยะ และ สมพร ยศ ผู้รักษาประตูซึ่งถูกไล่ออกทั้งคู่ไปอีก โดยมังกรไฟมีแต้มเหนือกว่า ราชนาวี ทีมในโซนตกชั้นเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น

หลังจากนี้ 1 เดือนถือเป็นโอกาสสำคัญของทั้ง 18 ทีมที่จะได้ปรับจูนทีมอีกครั้งก่อนจะกลับมาแข่งขันในวันที่ 12-13 กันยายน ซึ่งบิ๊กแมตช์ที่รออยู่ก็คือ ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านพบ บางกอกกล๊าส สองทีมพระรองที่สะดุดมาใครจะกลับมาสู่เส้นทางได้ก่อนกัน ส่วน เมืองทอง ยูไนเต็ด จะยังรักษาความได้เปรียบต่อไปอีกหรือไม่เมื่อต้องไปเยือน แบงค็อก ยูไนเต็ด ในขณะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะไปเยือนทีมกลุ่มท้ายตารางอย่าง ราชนาวี