TPL รีวิว : กฏข้อสุดท้ายของการตัดสินแชมป์

ในคืนที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คู่ปรับแห่งไทยพรีเมียร์ลีก เอาชนะคู่แข่งด้วยสกอร์ที่เหลือเชื่อ 7-0 เท่ากัน อาจจะทำให้การขับเคี่ยวในปีนี้ต้องมาตัดสินกันที่กฏข้อสุดท้าย ...ขณะที่แพท สเตเดี้ยม ก็เกิดเรื่องราวดราม่าขึ้นมากมาย

ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 เข้ามาถึงนัดที่ 23 พร้อมกับทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะกลุ่มลุ้นแชมป์ที่เริ่มเด่นชัด

ก่อนเกมนี้ เมืองทอง ยูไนเต็ด แซง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขึ้นมาเป็นจ่าฝูงหลังเกมนัดตกค้างกลางสัปดาห์สามารถบุกไปชนะ การท่าเรือ เอฟซี 2-1 ทำให้มีประตูได้เสียดีกว่า 1 ประตู โดยมี 50 แต้มเท่ากัน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์เก่าลงสนามก่อน เมืองทอง ยูไนเต็ด 1 ชั่วโมง ซึ่งจำเป็นต้องยิงประตู ชัยนาท ฮอร์นบิล ผู้มาเยือนให้ได้มากที่สุดเพราะกฏการนับลูกได้เสียจะถูกนำมาใช้ทันทีหากทั้งสองทีมมีแต้มเท่ากันในบั้นปลาย

กรวิทย์ นามวิเศษ และ สุเชาว์ นุชนุ่ม ช่วยกันทำคนละประตูในนาทีที่ 19 และ 41 ช่วยให้ ปราสาทสายฟ้า ออกนำ นกใหญ่พิฆาต 2-0 ในครึ่งเวลาแรก ในขณะที่ เมืองทอง กำลังลงสนามพบกับ ราชนาวี

ครึ่งหลัง บุรีรัมย์ ได้ 3 ประตูในช่วงเวลาห่างกันเพียง 6 นาที จาก กิลแบร์โต มาเชนา 2 ประตู และ ดิโอโก 1 ประตู ก่อนที่ โก ซุล กิ จะมาซัดประตูที่ 6 ปิดท้ายด้วย มาเชนา นาทีที่ 85 ซึ่งเป็นการทำแฮททริกที่สองของตัวเองในปีนี้ ให้บุรีรัมย์ ชนะ ชัยนาท ไปแบบถล่มทลาย 7-0

ธีรทร บุญมาทัน ยังรักษาฟอร์มเก่งในนัดที่บุรีรัมย์เปิดบ้านถล่มชัยนาท 7-0

ด้าน เมืองทอง ยูไนเต็ด นอกจากจะต้องพบแรงกดดันจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้วพวกเขายังเจอปัญหาในบ้านตัวเองช่วงต้นเกมเมื่อไฟสนามเอสซีจี สเตเดียม ดับถึง 2 ครั้ง ในขณะที่ ระเบียบทีพีแอลนั้นหากไฟดับเกิน 3 ครั้งจะถูกปรับแพ้ทันที

อย่างไรก็ตามฝ่ายเทคนิคของเมืองทองก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ให้เกมกลับมาดำเนินต่อไปได้ ก่อนที่พวกเขาจะเดินหน้าไล่ยิงราชนาวีทันที

สองคู่หู “ M&M"มาริโอ ยูรอฟสกี้ และ ธีรศิลป์ แดงดา ช่วยกันทำคนละประตูให้ทีมออกนำ 2-0 ในครึ่งเวลาแรก ก่อนที่ครึ่งหลังนาทีที่ 53 ธีรศิลป์จะตามซ้ำลูกยิงของ เคลตัน ให้เมืองทองหนีห่าง 3-0 และเป็น ชนานันท์ ป้อมบุบผา ที่ลงมาสำรองยิงประตูที่ 4 นาที 76

15 นาทีสุดท้ายเมืองทองต้องการ 2 ประตูเพื่อทำลูกได้เสียเท่ากับ บุรีรัมย์ และ 3 ประตูเพื่อแซงกลับมานำอย่างเต็มตัว และพวกเขาก็ทำได้ นาทีที่ 83 ชนานันท์ ซัดประตูที่สองของตัวเอง เช่นเดียวกับ เคลตัน ที่ทำได้ในช่วงทดเจ็บนาทีแรก

เท่านั้นไม่พอนาทีที่ 93 ราชนาวีมาทำเสียจุดโทษและเป็น ธีรศิลป์ ที่ซัดแฮททริกปิดท้ายให้ กิเลนผยอง เอาชนะไป 7-0 เท่ากับสกอร์ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เอาชนะ ชัยนาท จนแซงกลับมาเป็นผู้นำ

"กิเลนผยอง" เก็บชัยชนะในเกมลีกมา 5 นัดติดต่อกันแล้ว และตอนนี้พวกเขาก็กำลังรั้งจ่าฝูงเหนือปราสาทสายฟ้าด้วยผลประตูได้เสียที่ดีกว่า

สถานการณ์ในเวลานี้ เมืองทอง และ บุรีรัมย์ แข่ง 23 นัดมี 53 คะแนนเท่ากัน และเสีย 17 ประตูเท่ากัน โดย เมืองทอง ยิงได้ 51 ประตูเป็นทีมนำส่วน บุรีรัมย์ ยิงได้ 50 ประตู ซึ่งตามกฏของทีพีแอลเรื่องการจัดอันดับหาทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลหากมีทีมที่มีคะแนนเท่ากัน อันดับแรกจะดูเฮดทูเฮด โดยเมืองทองและบุรีรัมย์เท่ากันแน่นอนแล้วเนื่องจากเสมอกันมาทั้งสองเกม (1-1 ,2-2) โดยทีพีแอลจะไม่นับอเวย์โกลในกฏเฮดทูเฮด

กฏข้อต่อมาก็คือผลต่างประตูได้เสียหากยังเท่ากัน จึงจะมาดูที่ประตูได้ ซึ่งเวลานี้ทั้งคู่ต่างกันเพียงประตูเดียว ทำให้มีโอกาสที่ข้อสุดท้ายจะถูกนำมาใช้คือการให้ทั้งสองทีมมาแข่งขันใหม่เพื่อหาผู้ชนะอย่างแท้จริง

นอกจากเกมสุดดราม่าของสองทีมนำอย่าง เมืองทอง และ บุรีรัมย์ แล้ว สัปดาห์ที่ 23 ยังมีบิ๊กแมตช์อีกหนึ่งเกมที่ต้องพูดถึงคือการพบกันของ การท่าเรือ เอฟซี และ ชลบุรี เอฟซี ที่แพท สเตเดี้ยม ที่แทบจะกลบกระแสของทุกคู่ในวีคนี้ไปเลย

ทีมของ สมชาย ทรัพย์เพิ่ม อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องลุ้นหนีตกชั้นอย่างเต็มตัวขณะที่ ฉลามชล ของ จเด็จ มีลาภ ต้องการ 3 แต้มเพื่อกลับมาลุ้นแชมป์

เกมนี้ส่งสัญญาณเดือดตั้งแต่ประตูแรกในนาทีที่ 19 เมื่อ เคน วินเซนต์หลุดไปชนกับสินทวีชัยในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินสุเมธ สายแวว ไม่ให้เป็นการฟาวล์ก่อนที่ แอนเดอร์สัน จะวิ่งตามมาสกัดพลาดเป็นการเข้าประตูตัวเองให้การท่าเรือออกนำ 1-0

และจากนั้น 3 นาที เอกภูมิ ก็หลุดไปจ่ายให้ วินเซนต์ ยิงโล่งให้ท่าเรือทำเอาแฟนทีมเยือนอึ้งเมื่อนำไป 2-0 อย่างรวดเร็ว กระทั่งนาที 32 พิภพ อ่อนโม้ ก็มาช่วยจุดประกายความหวังให้ฉลามชลโดยยิงให้ทีมไล่มา 1-2

แต่ไฮไลท์ของเกมนี้มาเกิดขึ้นนาทีที่ 40 ท่าเรือมาได้จุดโทษจากจังหวะ ชลทิตย์ จันทคาม สกัดบอลจาก วุฒิชัย ทาทอง แต่ สุเมธ สายแวว มองว่าเป็นการฟาวล์สร้างความไม่พอใจให้กับนักเตะชลบุรีเป็นอย่างมาก ถึงขั้น จเด็จ มีลาภต้องเดินลงไปอธิบายในสนาม แต่ก็ไม่เป็นผลก่อนที่ ดาบิด โรเชลา จะซัดเข้าไปแบบที่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ยื่นนิ่งปล่อยบอลเข้าประตู ขณะที่แฟนบอลท่าเรือไม่แสดงอาการดีใจจากประตูนี้ซึ่งเป็นลูกสุดท้ายของเกมที่เขาทำได้

เป็นอีกหนึ่งคำคืนที่การตัดสินของเชิ้ตดำสร้างความผิดหวังให้กับคอบอลไทยทั้งประเทศ

แน่นอนว่าหลังจบเกมมีกระแสมากมายตามมาโดยเฉพาะการตัดสินของ สุเมธ สายแวว ที่ทำให้เจ้าตัวถึงกับร่อนหนังสือขอลาออกหลังเคยถูกแบนมาแล้วครั้งนึงในซีซั่นนี้ ขณะที่ คณะกรรมการผู้ตัดสินก็น่าสนใจว่าจะมีปฏิกิริยาใดๆตามมาในช่วงสัปดาห์นี้