TTL2017 Best Lineup of the Week : นัดที่ 7

ศึกโตโยต้า ไทยลีก กลับมาลงสนามแข่งขันกันอีกครั้งในนัดที่ 7 และใครที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ติดตามได้ที่นี่

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

นายทวารวัย 32 ปี ของ “ปราสายฟ้า” โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ในศึกแห่งศักดิ์ศรีกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อจัดการเซฟจังหวะสำคัญได้หลายต่อหลายครั้ง ช่วยทีมเก็บคลีนชีท พร้อมล้างแค้น “กิเลนผยอง” ได้สำเร็จ หลังตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ถึง 3 ครั้ง ติดต่อกัน
 

กรกช วิริยอุดมศิริ

นอกจากจะเป็นผู้ทำแอสซิสต์ประตูแรกของเกมได้แล้ว ผลงานโดยรวมของเขาถือว่าทำได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเกมรับ สกัดจังหวะอันตรายจากคู่ต่อสู้ และมีลูกนิ่งที่อันตรายสุดๆ เปิดบอลให้เพื่อนร่วมทีมลุ้นทำประตูได้หลายครั้ง

พรรษา เหมวิบูลย์

ทำหน้าที่ในเกมรับได้อย่างโดดเด่น ทั้งภาคพื้นดิน และกลางอากาศ หยุดเกมรุกของ “กิเลนผยอง” ไว้ได้หลายต่อหลายครั้ง ประสานงานกับ โซลวี ออตเตเซ่น ได้อย่างแข็งแกร่ง ช่วยทีมเก็บคลีนชีทพร้อมคว้า 3 แต้มจากคู่แค้นตลอดกาลได้สำเร็จ

เอเวอร์ตัน

นับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้เสมอต้นเสมอปลายที่สุดในศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาลนี้ สำหรับปราการหลังชาวบราซิเลียนของ “กว่างโซ้งมหาภัย” ที่จัดการเก็บกินลูกกลางอากาศได้หมด รวมถึงในภาคพื้นดินที่เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง

อนาวิน จูจีน

ฟูลแบ็คของ “ช้างศึกยุทธหัตถี” รายนี้ มีส่วนร่วมกับเกมรุกของทีมโดยตลอด วิ่งขึ้น-ลง ช่วยทั้งจังหวะบุกและเกมรับได้เสมอ และยังเป็นผู้ยิงประตูตีเจ๊า ช่วยทีมคว้า 3 แต้ม จากรัง “มังกรไฟ” กลับบ้านได้สำเร็จ

ปรินซ์ อัมปองซาห์

แม้จะถูกเปลี่ยนตัวเข้าไปเล่นแทน อังเดร หลุยส์ ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย แต่แค่ 6 นาที ที่อยู่บนสนามก็สามารถปั่นป่วนแนวรับของ “ราชันมังกร” เรียกจุดโทษให้ทีมขึ้นนำได้ทันที ก่อนที่อีก 13 นาที ต่อมา จะเรียกจุดโทษเพิ่มได้อีกลูก ช่วย “ฉลามชล” เปิดบ้านเก็บชัยได้สำเร็จ

อันโตนิโอ พีน่า

แข้งบราซิเลียน วัย 27 ปี เล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น ถอยลงลึกไปช่วยทีมไม่ให้เสียประตูอยู่ได้หลายครั้ง และยังเหมาคนเดียวถึง 2 ประตู จากจังหวะฟรีคิกสุดสวย ช่วย “สวาทแคท”​ ปลดล็อคคว้าชัยครั้งแรกในรอบ 5 เกมหลังสุด

Nakhonratchasima FC (Official)

จักรพันธ์ แก้วพรม

โดดเด่นในการทำเกมแดนกลางของปราสาทสายฟ้า ทั้งเกมรับและรุก การพาบอลขึ้นไปข้างหน้าด้วยตัวเอง หรือการจ่ายบอลออกจากเท้าแต่ละครั้ง ล้วนสร้างประโยชน์ให้แก่ทีม และยังลงมาช่วยเกมรับผนึกกำลังกับ โก ซุล กิ จนเล่นได้เหนือกว่าแดนกลางของทีมเยือนอย่างเห็นได้ชัดในเกมนี้

นูรูล ศรียานเก็ม

แม้จะเพิ่งเดินทางกลับจากแคมป์ทีมชาติได้ไม่กี่วัน ก็ไม่แสดงอาการล้าออกมาให้เห็น สร้างความอันตรายต่อแนวรับของคู่ต่อสู้ได้ตลอดทั้งเกมด้วยความสามารถเฉพาะตัว และความเร็วอันจัดจ้านของเขา

เจย์ซี จอห์น

หัวหอกร่างยักษ์ชาวบาห์เรน กลับมาคืนฟอร์มได้อย่างถูกที่ถูกเวลา หลังจากเหมาคนเดียวสองประตู ช่วยทีมออกนำไปก่อน 2-0 ก่อนจบลงด้วยชัยชนะของ “แข้งเทพ” เหนือผู้มาเยือนอย่าง สุโขทัย เอฟซี 4-2

ดิโอโก หลุยส์ ซานโต

มีส่วนร่วมกับเกมรุกของ “ปราสาทสายฟ้า” เกือบทุกจังหวะ และเป็นผู้ทำแอสซิสต์ให้ สุเชาว์ นุชนุ่ม ซัดประตูปิดกล่องให้ทีมชนะไป 2-0 นอกจากนี้ยังปั่นป่วนแนวรับของ เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยตลอด ก่อนเรียกใบเหลืองที่สองจาก ทริสตอง โด เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป