อึดใจเดียว! ราเยวัช ย้ำแข้ง 'ช้างศึก' ต้องวิ่งและใช้พลังยิ่งกว่าเดิมเกมชิง เบลารุส

กุนซือชาวเซอร์เบียเชื่อวานการเจอกับเบลารุสในนัดชิงชนะเลิศคิงส์คัพยังเป็นงานยากของทัพช้างศึกไม่เปลี่ยนแปลง 

มิโลวาน ราเยวัช และ มงคล ทศไกร เป็นตัวแทนทีมชาติไทย แถลงข่าวก่อนเกม ฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 รอบชิงชนะเลิศ และตั้งเป้าคว้าชัยชนะและป้องกันแชมป์รายการนี้ให้ได้

วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 เวลา 11.00 น. ที่โรงแรมอัลมิรอซ ได้มีการแถลงข่าว ก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 45 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเบลารุส 

โดยทีมชาติไทย ส่ง มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ช พร้อม มงคล ทศไกร ปีกตัวเก่งที่เพิ่งซัดประตูเบิกร่องก่อนที่ทัพ "ช้างศึก" ถล่มเอาชนะ เกาหลีเหนือ ไป 3-0  เป็นตัวแทนแถลงข่าวครั้งนี้

ซึ่ง มิโลวาน ราเยวัช กุนซือ ทีมชาติไทย กล่าวว่า "สวัสดีทุกท่านครับ อย่างแรกเกมกับเกาหลีเหนือ ไม่ใช่เกมที่ง่าย เกาหลีเหนือเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่เราก็แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของทีมออกมาให้ทุกคนเห็น เราได้ดูเกมบูร์กินาฟาโซ กับ เบลารุสเป็นที่เรียบร้อยแล้วต้องยอมรับว่าทั้งสองทีมต่างมีความแข็งแกร่งและสุดท้ายต้องตัดสินกันที่การดวลจุดโทษ ผมเคยทำงานในแอฟริกามาก่อน ผมคิดว่าบูร์กินาฟาโซทำผลงานได้อย่างเยี่ยมและแฟนบอลของพวกเขาน่าจะภูมิใจในตัวทีมบูร์กินาฟาโซ ส่วนเบลารุส เราขอยินดีกับชัยชนะของพวกเขา ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เพิ่งชนะบัลแกเรียมาก่อน เราก็ได้ดู และในทีมชุดนี้ก็มีผู้เล่นดาวรุ่งมากมายและมีอนาคตสดใส ผมเชื่อว่าพวกเขาจะมีอนาคตที่สดใส"

"ทีมชาติไทยของเราก็เจอทีมที่แข็งแกร่ง เกาหลีเหนือมีนักเตะที่สภาพร่างกายดีมาก วิ่งได้ตลอด ครึ่งแรกเราเกือบเสียประตูหลายครั้ง แต่เราก็มาได้ประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก ซึ่งทำให้เราเล่นได้ง่ายขึ้น และหลังจากนี้เราจะพยายามเตรียมทีมให้พร้อมที่สุดสำหรับเกมที่จะเจอกับ เบลารุส เกมนี้เราจะเล่นที่ราชมังคลากีฬาสถาน การที่สนามต้องถูกใช้ติดๆกัน สภาพนามอาจจะไม่ดี ทำให้เราต้องใช้พลังมากขึ้น และ วิ่งมากขึ้น หลังจากนี้การฟื้นฟูร่างกายคือสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งผมเชื่อว่าทั้งสี่ทีมต่างโฟกัสเรื่องนี้ และหากเราทำได้ดี คุณภาพของเกมก็จะดียิ่งขึ้น"

ด้าน มงคล ทศไกร กล่าวว่า "เราต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อช่วงเช้าเราก็ฟื้นฟูร่างกายกัน ตอนนี้เราก็มีความพร้อมมากขึ้น ความสุขของแฟนบอลชาวไทยคือเห็นทีมคว้าชัยชนะและคว้าแชมป์ ผมจะทำเพื่อแฟนบอลชาวไทยให้ได้ และทำให้ดีที่สุด และส่วนตัวผมเชื่อมั่นว่าเราจะทำได้ดี"

สำหรับทีมชาติไทย จะลงแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ ครั้งที่ 45 ในรอบชิงชนะเลิศ พบกับทีมชาติ เบลารุส วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 เวลา 19.30 น. 

ส่วนรอบชิงอันดับที่ 3 ทีมชาติ บูร์กินาฟาโซ จะพบกับทีมชาติ เกาหลีเหนือ เวลา 16.30 น. ซึ่งทั้ง 2 นัดแข่งขันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 
 
แฟนบอลสามารถร่วมเชียร์ทีมชาติไทย ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 ด้วยการซื้อบัตรเข้าชมได้แล้ว ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือคลิก: http://bit.ly/2tbhzmA