Analysis

อูไน เอเมรี่ กับการชดใช้บาปที่ อาร์เซน เวนเกอร์ ได้สร้างไว้ในช่วงหลัง

อูไน เอเมรี่ กำลังชดใช้บาปที่ อาร์เซน เวนเกอร์ และทีมงานซื้อขายได้สร้างปัญหาเอาไว้ในช่วง 3 ปีหลัง

We are part of The Trust Project What is it?

หลังจากที่ อาร์เซน เวนเกอร์ ตัดสินใจวางมือจาก อาร์เซนอล หลายๆคนก็ลืมถึงความผิดพลาดที่เขาได้สร้างไว้ เพื่อระลึกถึงสิ่งดีๆในตัวกุนซือคนนี้เมื่อครั้งอดีต

และด้วยจิตสำนึกที่เราไม่สามารถเกลียดกุนซือชาวฝรั่งเศสลง ก็ต้องบอกว่าเขาไม่ใช่ผู้ที่กระทำผิดแค่คนเดียวกับการซื้อขายของทีมปืนใหญ่ในช่วงปีที่ผ่านมา

และปัจจุบัน อูไน เอเมรี่ ก็กำลังเป็นผู้ชดใช้ความเสียหายของการบริหารที่ผิดพลาดมาหลายปีโดยต้องย้อนกลับไปเมื่อตลาดซื้อขายซัมเมอร์ปี 2015/16

ในตอนนี้กลุ่มแฟนบอลของอาร์เซนอล ได้เรียกตลาดซื้อขายครั้งนั้นว่า ‘ตลาดซื้อขาย ปีเตอร์ เช็ค’ ในซัมเมอร์ปี 2015 เคยเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเหล่า กันเนอร์ส ในการสร้างทีมอันยอดเยี่ยมขึ้นมา

คุณลองจินตนาการถึง เมซุต โอซิล ที่อยู่ในฟอร์มการเล่นที่พีคที่สุด (มันอาจจะยาก ผมรู้) ประสานงานกับ อเล็กซิส ซานเชส ในร่างที่พีคที่สุด เรากำลังพูดถึงทีมปืนใหญ่ที่บรรจุกระสุนพร้อมถล่มทุกทีม

ครั้งหนึ่งเคยมีความสงบสุขในถิ่นลอนดอนเหนือ หลังจากนั้นทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ติดต่อกันได้ และทีมก็มีข่าวกับกองหน้าระดับ ‘บิ๊กเนม’ อย่าง คาริม เบนเซม่า ก็ยิ่งทำให้แฟนๆคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทีมรักของพวกเขาจะกลายเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ลีกหลังห่างหายไปอย่างยาวนาน

สุดท้ายแล้วฝันของแฟนๆก็พังทลาย ตลาดซื้อขายปิดลงกระแทกใส่หน้าเหล่ากูนเนอร์สด้วยการที่พวกเขาเป็นเพียงทีมเดียวจาก 5 ลีกใหญ่ในยุโรปที่ไม่ได้เซ็นสัญญากับนักเตะเอาท์ฟิลด์ ซึ่งนักเตะคนเดียวที่พอจะมีชื่อที่เสริมเข้ามาคือ ปีเตอร์ เช็ค

ทีมปืนใหญ่แยกทางกับนักเตะ 18 คนทั้งจากการขาย, ยืมตัว และ ยกเลิกสัญญา ซึ่งนักเตะหลักๆที่พวกเขาเสียไปในปีนั้นก็มี ลูคัส โพโดลสกี้ ที่ถูกขายไปให้กับ กาลาตาซาราย และ วอยเซ็ค เชสนีย์ ไปร่วมทีม โรม่า

แล้วตัวแทนที่จะเข้ามาเป็นกำลังเสริมล่ะ? การที่พวกเขาได้ เช็ค เข้ามาเสริมทีมเพียงคนเดียวตลอดทั้งช่วงหน้าร้อนเป็นอะไรที่น่าอับอายและแสดงให้เห็นถึงความงกของ เวนเกอร์, อิวาน กาซิดิส และ สแตน โครเอนเก้

ในปีนั้น เลสเตอร์ ได้ชูถ้วย พรีเมียร์ลีก ส่วนแฟนๆอาร์เซนอลก็ถูกทิ้งให้เซ็งกับนโยบายซื้อขายของทีมรักที่ทำลายโอกาสในการท้าชิงการเป็นแชมป์

อาร์เซนอล ไม่เพียงแค่พลาดแชมป์ แต่พวกเขายังขาดความกระตือรือร้นในการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาอยากที่จะเหนืออยู่แข่งในลีก ซึ่งได้แสดงออกมาในตลาดซื้อขายปีต่อมา

แมนฯ ยูไนเต็ด ทำลายสถิติโดยการเซ็นสัญญากับ พอล ป็อกบา, ลิเวอร์พูล ทุ่มเงินซื้อ ซาดิโอ มาเน่ และ ลีรอย ซาเน่ เป็นดีลที่โดดเด่นที่สุดของ แมนฯ ซิตี้ ในตลาดซื้อขายฤดูกาล 2016/17

การเห็นคู่แข่งเสริมทีมเพื่อเสริมแกร่งก็และสถานการณ์ที่กำลังอยู่ภายใต้ความกดดันที่ต้องการจะไถ่โทษให้แฟนๆ เมื่อเห็นอย่างนั้น อาร์เซนอล เริ่มรู้ว่านโยบายการซื้อขายเมื่อ 12 เดือนที่แล้วมันใช้ไม่ได้แล้ว

หลายๆคนรู้ดีว่า อาร์เซนอล เป็นทีมที่มีแมวมองที่เก่งและได้รับการเกื้อหนุนจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการเก็บสถิติและข้อมูลของนักเตะแต่ละบุคคล พวกเขาเป็นทีมที่มีนโยบายปั้นเด็กขึ้นมาเป็นนักเตะระดับสูง

สโมสรถึงกับเข้าซื้อกิจการ StatDNA บริษัทที่เข้ามาปฏิวัติวงการการเก็บข้อมูลสถิติด้านฟุตบอล ด้วยราคา 2 ล้านปอนด์ เพื่อช่วยให้รู้ถึงศักยภาพของนักเตะใหม่ที่จะซื้อเข้ามา แต่สุดท้ายผลที่พวกเขาได้คือหายนะ

ความผิดพลาดครั้งที่หนึ่ง คือดีลของ กรานิต ชาก้า กลายเป็นดีลที่ล้มเหลว จำนวนเงิน 35 ล้านปอนด์มากพอที่จะกล่อมให้ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัด ยอมปล่อยกองกลางของพวกเขาออกมา ซึ่งทีมจากเยอรมัน น่าจะยังไม่เชื่อเลยว่าจะขายได้ราคาขนาดนี้

ชาก้า ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอลเนื่องจากมักจะเล่นผิดพลาดอยุ่บ่อยครั้ง และในฤดูกาลนี้ เขาคือผู้ถือครองสถิติที่เล่นผิดพลาดจนทำให้ทีมเสียประตูมากที่สุดอยุ่ที่ 5 ครั้ง

ทีมปืนใหญ่ใช้เวลาในช่วงหน้าร้อนไปกับการหมายตัว คอสตาส มาโนลาส ของ โรม่า แต่ทีมจาก เซเรีย อา ก็ยื้อไว้จนถึงที่สุดและปล่อยให้ อาร์เซนอล ต้องยอมแพ้และหากองหลังตัวใหม่โดยมีเวลาไม่ถึงวันก่อนที่ตลาดจะปิดลง

แผน B ที่ซูเปอร์คิมพิวเตอร์ได้บอกกับ อาร์เซนอล คือ ชโกดราน มุสตาฟี่ ของ บาเลนเซีย ที่พวกเขาใช้เงิน 35 ล้านปอนด์ซื้อเข้ามาโดยเชื่อว่าฝีเท้าของนักเตะรายนี้เหมาะสมกับราคานี้ ซึ่งกลายมาเป็นความผิดพลาดที่สอง

กองหลังเยอรมันได้เริ่มตุ้นกับชีวิตค้าแข้งกับ อาร์เซนอล อย่างยอดเยี่ยม แต่ชื่อเสียงของเขาก็ค่อยๆขุ่นหมองลงเรื่อยๆจากฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอและการตัดสินใจอันย่ำแย่ แต่ มุสตาฟี ก็ยังได้ลงสนามอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากทีมไม่มีตัวแทนที่ดีกว่าเข้ามา

และก็แฮทริก! ความผิดพลาดที่สาม ลูคัส เปเรซ ย้ายจาก เดปอร์ติโว เข้ามาด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ ซึ่งนี่นับว่าเป็นหนึ่งในดีลที่กริบที่สุดนับตั้งแต่ทีมเข้าสู่ยุคเอมิเรตส์

เวนเกอร์ ดูจะชัดเจนว่าเขาไม่ใช่แฟนคลับของการเซ็นสัญญาที่อิงจากสถิติ ดาวเตะชาวสเปนจึงแทบจะไม่มีบทบาทกับทีม

24 เดือนต่อมา ทีมปืนใหญ่ก็ขาย เปเรซ ออกไปด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์และในตอนนี้เขาก็กลายเป็นปัญหาของ เวสต์แฮม ไปแล้ว

เงิน 87 ล้านปอนด์ที่จ่ายไปเรียกได้ว่าถูกผลาญอย่างไร้ประโยชน์เนื่องจาก อาร์เซนอล จบฤดูกาล 2016/17 ด้วยการหลุดท็อป 4 เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ความเละเทะได้ถูกทิ้งเอาไว้นับตั้งแต่การปกครองของ เวนเกอร์ ยุคก่อน ที่ทุกวันนี้ก็ยังทำความสะอาดได้ไม่หมด และมันได้ส่งผลกระทบที่อาจจะทำให้ อาร์เซนอล กลายเป็นอัมพาตไปซักระยะหนึ่ง

ค่าเหนื่อยที่ทีมต้องแบกรับทำให้ เอเมรี่ ถูกมัดมือเอาไว้ให้ไม่สามารถชี้ว่าเขาต้องการใครในตลาดซื้อขาย และกุนซือชาวสเปนก็ได้ออกมาเผยข่าวที่ทำให้เหล่าสาวกปืนใหญ่ต้องเจ็บตับ นั่นก็คือทีมไม่มีเงินที่จะเสริมทีมในตลาดซื้อขายครั้งนี้

และถ้านี่ยังแย่ไม่พอ สเวน มิสลินทัท หัวหน้าแมวมองที่ถูกยกย่องจาก กูนเนอร์ส ว่าเป็นความหวังในความโกลาหล ก็กำลังมีข่าวลือว่าเขาจะออกจากทีมหลังจากมีข้อพิพาทเกิดขึ้น

แมวมองสัญชาติเยอรมัน คนนี้ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในแมวมองระดับท็อปในวงการฟุตบอลยุโรป เขาได้รับเครดิตว่าเป็นผู้ค้นพบ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ อุสมาเน่ เดมเบเล่ แต่ในตอนนี้ เขาหาใครพบแล้วยังไงต่อ? ในเมื่อทีมมีงบ 0 ปอนด์ให้ใช้งาน

ส่วนตัวแล้ว ผมไม่อยากโทษเขาเลยที่เลือกหันหลังให้กับทีมที่กำลังโกลาหลอยู่ในตอนนี้

แฟนอาร์เซนอลต้องสงบจิตใจและยอมรับความจริงที่ว่าจะต้องใช้เวลาอย่างยาวนานเป็นเรื่องที่หลักเลี่ยงไม่ได้ในการเปลี่ยนแปลงทีม เนื่องจากควาผิดพลาดที่เกิดขึ้นในระบอบการปกครองยุคเก่า

ถ้าหาก เอเมรี่ สามารถทำให้ทีมติดท็อป 4 ได้จากทีมนี้ นั่นคงทำให้เขาถูกยกว่าเป็นผู้สร้างปาฏิหาริย์

แต่คุณเชื่อในปาฏิหาริย์ไหม?

ติดตามบทความฟุตบอลที่คุณรักเพิ่มเติมได้ที่ FourFourTwo.com