Stories

วันไร้เงาชูเฮ : มิไฮโล เปโตรวิช… กุนซือใหม่ ‘ชนาธิป สรงกระสินธ์’ ที่ซัปโปโร

ชายถือไม้เท้าวัยแซยิดผู้ผ่านการผ่าตัดสะโพกและหัวเข่าขวา เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายจนกระทั่งก้าวเข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร

We are part of The Trust Project What is it?

ห่างออกไป 5,400 ไมล์จากซัปโปโร ชีวิตของ มิไฮโล เปโตรวิช เริ่มต้นขึ้นที่เมืองลอซนิก้า ประเทศยูโกสลาเวีย โดยคุณพ่อของเขาเป็นคนงานโรงงาน เปโตรวิชเริ่มต้นเล่นฟุตบอลเมื่อตอนอายุ 10 ขวบ และเมื่อตอนอายุ 14 เขาก็ได้เข้าสู่อะคาเดมี่ของ เร้ด สตาร์ เบลเกรด ทีมอันดับ 1 ของประเทศ

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าชะตาชีวิตของเขาไม่ได้ถูกลิขิตให้เป็นยอดนักเตะ เมื่อลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของเร้ด สตาร์ เพียงไม่กี่นัด ก่อนจะย้ายไปโอลิมปิย่า ลุบยาน่า และดินาโม ซาเกร็บ ก่อนจะไปค้าแข้งที่ออสเตรียกับสตวร์ม กราซ และแขวนสตั๊ดพร้อมกับได้สัญชาติที่นั่น

ลูกศิษย์ อิวิก้า โอซิม

เปโตรวิชเริ่มต้นจับงานโค้ชด้วยการคุมทีมเล็กๆ ระดับท้องถิ่นอย่าง เอสเฟา พอลเลา ก่อนจะกลับไปรังเก่าสตาร์ม กราซ อีกครั้ง เพื่อคุมทีมสมัครเล่นของสโมสรพร้อมกับเป็นลูกมือของ อิวิก้า โอซิม เทรนเนอร์ของทีมชุดใหญ่ ณ ขณะนั้น

และที่นั่น เปโตรวิชก็ได้รับวิชาไปจากโอซิมเต็มๆ ซึ่งตัวเขาเองก็ยอมรับว่าได้รับอิทธิพลจากกุนซือชาวบอสเนียนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแนวทางการเล่นแบบ “วิ่งไปด้วย คิดไปด้วย” ที่เปโตรวิชนำไปเป็นแบบอย่าง

เปโตรวิชฝึกปรือวิชากับโอซิมเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะออกไปคุมทีมชุดใหญ่กับหลายทีมในสโลวีเนีย ก่อนจะกลับมายังสตวร์ม กราซ อีกครั้งในฐานะกุนซือทีมชุดใหญ่ หลังจากที่โฮซิมสละเก้าอี้เพียงแค่ปีเดียว

น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถดำเนินรอยตามความยิ่งใหญ่ที่ผู้เป็นอาจารย์ทิ้งไว้ได้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่อยู่ในถิ่น ยูพีซี-อารีน่า จึงมีแต่ความว่างเปล่า ไร้ซึ่งถ้วยรางวัล ทำให้สโมสรไม่ต่อสัญญาออกไป แม้แฟนบอลจะลงทุนล่ารายชื่อ 4,000 คนให้ขยายสัญญาออกไปอีกก็ตาม

เปโตรวิชย้ายไปหาความท้าทายใหม่กับ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ทีมแชมป์ เอ็มเพอเรอร์ส คัพ แต่มีอันต้องตกชั้นไปอยู่เจลีกทู เขาพาต้นสังกัดใหม่คว้าแชมป์ฟูจิ ซีร็อกซ์ ซูเปอร์ คัพ ได้ทันทีที่คุมทัพแบบเต็มซีซั่น โดยเอาชนะคาชิม่า แอนท์เลอร์ส ทีมแชมป์ลีกในการดวลจุดโทษ ก่อนจะพาซานเฟรซเซคว้าแชมป์เจลีกทู เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้ภายในฤดูกาลเดียว

ตกงานเพราะคอนซาโดเล

แต่ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือ เปโตรวิชพาซานเฟรซเซทะยานขึ้นอันดับ 4 ได้ในซีซั่นแรกที่กลับขึ้นสู่ลีกสูงสุด พร้อมกับคว้าตั๋วไป เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีกด้วย และปีต่อมาเขาก็พาซานเฟรซเซเข้าชิงเจลีกคัพ ก่อนจะพ่ายต่อ จูบิโล่ อิวาตะ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวกลับไม่ได้รับการต่อสัญญาออกไปในฤดูกาลสุดท้ายของเขากับซานเฟรซเซ เนื่องจากทางสโมสรต้องการลดภาระค่าใช้จ่าย

นั่นทำให้เปโตรวิชโยกไปคุม อุราวะ เร้ด ไดมอนด์ส ทีมอันดับ 15 เมื่อฤดูกาลก่อนหน้า และเขาก็เสก “เดอะ เร้ดส์” ให้กลายเป็นทีมที่ได้ไป เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เกือบทุกปี และยังคว้าแชมป์เจลีกคัพ อันเป็นแชมป์แรกของสโมสรตั้งแต่ปี 2008

แต่จุดหักเหของเขากับอุราวะก็เกิดขึ้น เมื่อฟอร์มช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2018 กระท่อนกระแท่น และต้องมาเยือนทีมน้องใหม่ที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้นอย่าง คอนซาโดเล ซัปโปโร

โดย ณ ตอนนั้น ทีม “เค้าแมวเมืองเหนือ” ได้ส่ง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรก อย่างไรก็ตามเป็น 2 หัวหอกร่างยักษ์อย่าง เคน โทคุระ และ เจย์ โบธรอยด์ ที่ทำคนละประตูให้เจ้าบ้านคว้าชัย ส่งให้ฟางเส้นสุดท้ายระหว่างตัวเขากับอุราวะขาดสะบั้น

เหมาะกับชนาธิป

แม้คอนซาโดเล ซัปโปโร จะทำให้เขาเสียงานที่อุราวะไป แต่ก็เป็นคอสซาโดเลเช่นกันที่ทำให้เขาหวนคืนสู่งานคุมทีมอีกครั้ง เมื่อตกปากรับคำจะมาคุมทีมแทนที่ ชูเฮ โยโมดะ ตั้งแต่ฤดูกาล 2018 เป็นต้นไป

“ซัปโปโรได้ติดต่อกับเปโตรวิชมาตั้งแต่ 2 เดือนก่อน จนกระทั่งอยู่ในจุดที่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้” โยชิคาซู โนโนมูระ ประธานสโมสรกล่าวกับเว็บไซต์ Yahoo ในญี่ปุ่น “ในตอนที่ทีมกำลังดิ้นรนหนีตกชั้น เรื่องดังกล่าวจะส่งผลเสียอย่างมากแน่หากไม่พูดคุยกับโยโมดะไว้ล่วงหน้า ก่อนจะถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกสู่สาธารณะ”

“ผมเองก็เสียดายเหมือนกันที่โยโมดะออกไป เราพยายามให้เขาอยู่กับสโมสรต่อในตำแหน่งอื่น แต่เขาก็ปฏิเสธอย่างสุภาพ”

“เหตุผลที่ผมเลือกเปโตรวิชก็เพราะว่าเราอยากยกระดับตัวเองให้สูงขึ้น และปลูกฝังการเล่นเกมรุกอันสวยงามเข้าไปอยู่ในดีเอ็นเอ และตัวเขาก็ว่างงานพอดี ดังนั้นมันจึงเป็นโอกาสที่ไม่ควรหลุดลอยไป”

“ถึงแม้เราจะไม่มีเงินมากมายพอที่จะซื้อตัวรุกระดับท็อป แต่นักเตะที่เรามีอยู่ก็มีหลายคนที่ไปกับบอลได้ดี”

ได้ยินท่านประธานกล่าวดังนี้แล้ว เชื่อว่าหนึ่งในนักเตะที่ว่าก็คือ ชนาธิป สรงกระสินธ์ อย่างแน่นอน...