วันที่ห้องมืดมิด : หัวใจที่แตกสลายของมิสเตอร์วันคลับแมน… ‘ไมตรี กุหลาบขาว’

“ผมตื่นขึ้นมาก็ได้แค่นอนในห้อง หน้าต่างไม่เปิด...คิดอยู่คนเดียวในห้องมืดๆว่า วันพรุ่งนี้ชีวิตของเราจะเป็นยังไง...”

หัวใจที่แตกสลายของ ไมตรี กุหลาบขาว… “มิสเตอร์วันคลับแมน” ผู้รับใช้สโมสรฟุตบอลบีบีซียู เอฟซี มาตั้งแต่ปี 2008 เขาเปรียบดั่งลูกหม้อของสโมสร และไม่คิดย้ายไปไหน เพราะความผูกพันกับต้นสังกัด ไม่ว่าทีมของเขาจะตกชั้นกี่ครั้ง เขาก็ยินดีร่วมหัวจมท้ายกับสโมสรต่อ เพราะหัวใจทั้งสี่ห้องอยู่ติดกับทีมๆนี้เท่านั้น

แต่วันที่  27 เมษายน พ.ศ. 2560… เกิดเหตุการณ์ดั่งสายฟ้าฟาดเข้ากลางอก

“วันนั้นเราเล่นลิงชิงบอลกันอยู่ก่อนซ้อม” ไมตรี เล่าเหตุการณ์สุดสะเทือนหัวใจให้กับโฟร์โฟร์ทู

“มันเป็นวันที่เราลงฝึกซ้อมกันตามปกติ จนกระทั่งพี่ที (สุธีร์ แป้นน้อย - ผู้จัดการทั่วไปบีบีซียู เอฟซี) เดินเข้ามาและเรียกให้นักเตะทุกคนมารวมตัวกัน… วินาทีนั้น ผมคิดว่าคงมีการอำใครสักคนในทีม มันมีบางครั้งที่เราแกล้งน้องๆในทีม ด้วยการเรียกมารวมตัวหลังซ้อม แล้วบอกว่าน้องคนๆนั้นถูกยกเลิกสัญญา ซึ่งผมก็คิดว่าครั้งนี้คงเช่นเดียวกัน”

“เรายุบทีมแล้ว” นี่ คือ คำพูดของ สุธีร์ แป้นน้อย ที่บอกกับพลพรรคนักเตะบิ๊กแบง… ความรู้สึกตกใจ ตั้งตัวไม่ถูกเกิดขึ้น… วันนั้นทุกคนกลับบ้านพร้อมกับคำถามที่ชวนสงสัยมากมายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“คงไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวผู้ใหญ่ก็คงกลับมาทำ” เบื้องลึกของหัวใจไมตรี แอบคิดไว้เช่นนั้น แม้หวาดหวั่นกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เขา คือ คนที่ให้หัวใจกับสโมสรแห่งนี้มาตลอดทั้งชีวิตนักเตะอาชีพ และเขายังเชื่อมั่นศรัทธา… แต่ไม่เลย วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560 ข่าวเรื่องบีบีซียู เอฟซี ยุบทีมถูกเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง ไม่ใช่แค่เฉพาะในไทย แต่รวมถึงชาติอื่นๆในย่ายอาเซียน ทุกคนเริ่มตระหนักว่ามันไม่ใช่เรื่องตลก… ไมตรี อ้างว้าง...เคว้งคว้าง...และเดียวดาย

“มันเหมือนคนอกหัก… พี่เข้าใจไหม?” ชายผู้อยู่กับสโมสรเดียวมาถึง 9 ปี ให้สัมภาษณ์กับโฟร์โฟร์ทู

“ผมตื่นขึ้นมาก็ได้แค่นอนในห้อง หน้าต่างไม่เปิด...คิดอยู่คนเดียวในห้องมืดๆ วันพรุ่งนี้ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร...จะเอายังไง..ชีวิตผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน และก็ไม่เคยคิดด้วย แม่ผมถามว่าผมจะเลิกเล่นฟุตบอลเลยไหม? จะกลับไปอยู่บ้านเรากันไหม? ตอนนั้นผมก็ยังตอบไม่ได้”

“อาทิตย์แรกหลังจากรู้เรื่อง...ผมเป็นแบบนั้นอยู่เป็นอาทิตย์”

ชีวิตของไมตรี...ขึ้นๆลงๆ ระหว่างไทยลีกกับดิวิชั่น 2 มาตลอด เขาตกชั้นถึง 3 ครั้งกับบิ๊กแบง แต่ต้นสังกัดใหม่ เงินทองที่มากขึ้นไม่อาจพรากหัวใจที่เขามีให้กับสโมสรแห่งนี้

“ถามว่าผมเคยคิดว่าอยากจะย้ายทีมไหม? เคยครับ!” ไมตรี ตอบอย่างหนักแน่น

“ผมเคยไปคุยเจรจากับสงขลา ยูไนเต็ด ตอนยุคที่ อ.พยงค์ (ขุนเณร) ทำทีมเรียบร้อยแล้ว แต่ปีนั้นทางสโมสรพาพวกเรา (นักเตะบีบีซียู) ไปเที่ยวกับเกาหลีใต้ ผมบอกทางสงขลาว่า ผมจะกลับมาเซ็นสัญญา แต่พอผมได้ไปอยู่กับเพื่อนร่วมทีมที่เกาหลี ผมก็ตัดใจไม่ลง ผมไม่อยากทิ้งทีมไปไหน อยู่ที่นั่นมันมีความสุขที่สุดแล้ว เราอยู่กับเหมือนครอบครัว… ผมคิดในใจว่า ต่อให้ตกชั้นกี่ครั้ง เราก็จะสู้เพื่อให้กลับมาเล่นไทยลีกกันให้ได้อีก”  

“ความฝันของผม คือ ผมอยากเป็นวันคลับแมน… ผมอยากเป็นเหมือนโทนี่ อดัมส์ (กองหลังตำนานของอาร์เซน่อล) เขา คือ ไอดอลของผม และผมอยากจะจบชีวิตค้าแข้งแบบเขา อยู่ทีมเดียวจนกว่าจะแขวนสตั๊ด และใช่...วันนี้ความฝันสูงสุดในชีวิตนักฟุตบอลผมหมดไปแล้ว”

“แต่ผมตัดสินใจแล้วนะ… ผมจะยังไม่เลิกเล่นฟุตบอล ผมจะยังเล่นต่อไป ผมยังรักฟุตบอล ต่อให้เป้าหมายใหม่ของผม ไม่ใช่การติดทีมชาติเหมือนใครก็ตาม” ไมตรี กล่าวทิ้งท้าย