วิเคราะห์หมากกล 4-4-2 ของ ซิโก้ เกมเฉือนเมอร์ไลออนส์

แม้จะชนะแบบหืดจับ แต่แฟนบอลก็ได้เห็นความหลากหลายทางกลยุทธของช้างศึก...

เริ่มต้นด้วย 4-4-2

“เหตุผลที่ใช้ชนาธิปเป็นหน้าต่ำเพราะต้องการใช้การทะลุลวงของเจเข้าไปเพื่อเจาะแนวรับอันหนาแน่นของสิงคโปร์ พี่ให้เขาเล่นเกมรุกเต็มตัวเลย ไม่ต้องพะวงหลัง”
 
นี่คือเหตุผลที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ให้ไว้ถึงเหตุผลที่เปลี่ยนระบบจาก 3-5-2 ที่ใช้ใน 2 นัดล่าสุด มาเป็น 4-4-2 ในเกมกับสิงคโปร์
 
ขณะเดียวกันซิโก้ก็เลือกขยับ สิโรจน์ ฉัตรทอง ถ่างออกมายืนปีกซ้าย พร้อมกับมอบโอกาสให้ รุ่งรัตน์ ภูมิจันทึก ปีกจากราชบุรีประเดิมสนามในฐานะตัวจริงครั้งแรกกับทีมชาติ
 
ซึ่งจากการเลือกแผงรุก 3 ตัวเห็นได้ชัดว่ากุนซือวัย 43 ปี ต้องการจะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะเข้าไปสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับลอดช่องอีกทาง นอกเหนือจากกลยุทธหลักอย่างต๊อกแต๊กสไตล์ โดยเฉพาะตัวริมเส้นอย่าง “ปีโป้” กับ “ปรินซ์” นั้นสามารถเลี้ยงตัดเข้าในแล้วยิงได้
 
อย่างไรก็ตามการที่สิงคโปร์ลงไปแพ็คกันแน่นบริเวณกรอบ 18 หลา ทำให้ทัพช้างศึกต้องพบกับความอึดอัดไม่น้อย เมื่อโอกาสยิงส่วนใหญ่ ถ้าไม่มาจากการบริเวณด้านข้าง ซึ่งมุมเหลือน้อยเต็มที ก็มาจากการยิงนอกกรอบ
 
"มันเป็นเรื่องยากในการเจอกับทีมที่มารับลึกและแน่นกว่าที่เราเคยเจอมา ดังนั้นมันจึงไม่ง่ายที่จะหาพื้นที่เจาะเข้าไปทำประตู" ทริสตอง โด ที่ขยับลงมาเป็นฟูลแบ็คในช่วงต้นเกมกล่าว
 
ซึ่งการที่มีผู้เล่นทางกราบทั้งแบ็คและปีกนั้นถือว่าได้ผลชะงัดนักในการหยุดการครอสทางริมเส้นของสิงคโปร์จนเหลือเพียงช้อยส์เดียวให้เลือกเล่น
 

คิก แอนด์ โฮป

และทางเลือกเดียวที่พลพรรคเมอร์ไลอ้อนส์พอจะทำได้ก็คือ เปิดบอลขึ้นไปข้างหน้าให้ คอยรุล อัมรี หัวหอกเดี่ยวในเกมนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กองหลังไทยปรับกระบวนท่าได้ทัน
 
ซึ่งแข้งเบอร์ 19 ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการพาบอลไปยิงเอง หรือพักบอลรอเพื่อนเติมขึ้นมา จนทำให้แข้งลอดช่องมีโอกาสยิงถึง 6 ครั้ง น้อยกว่าไทยแค่ 2 ทั้งที่ลูกทีมของซิโก้ครองเกมมากกว่า 62 : 38 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน
 
โดยนายด่านทีมชาติไทยอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ก็ยอมรับว่าลูกทีมของ ว. สุนทรมูรติ สร้างปัญหาให้อย่างมากทีเดียว "พวกเขาอันตรายมากในจังหวะสวนกลับ บางครั้งพวกเขามีนักเตะมากกว่าเรา จนทำให้สร้างสรรค์โอกาสได้มาก"
 
ตรงกันข้ามเกมรุกช้างศึกที่ยังเจาะไม่เข้า แม้ตอนต้นครึ่งหลังจะขยับเอาสิโรจน์ขึ้นมาเป็นหัวหอก และให้รุ่งรัตน์ยืนเป็นปีกซ้ายแล้วก็ตาม
 
จนสุดท้ายซิโก้ก็ต้องทำการเปลี่ยน…
 

“เปลี่ยน”

สิโรจน์คือคนแรกที่ถูกเปลี่ยนออก และเป็น ศราวุฒิ มาสุข เข้ามาแทนในนาทีที่ 63 ก่อนจะถอดรุ่งรัตน์ แล้วส่ง อดิศร พรหมรักษ์ ในอีก 9 นาทีถัดมา พร้อมกับปรับมาเล่นกองหลัง 3 ตัว เพื่อจะได้มีคนคอยซ้อนในกรณีที่บอลถูกเปิดมาจากแนวลึก พร้อมกับใช้ระบบวิงแบ็ค หลังจากเห็นว่าเกมริมเส้นเอาอยู่แล้ว
 
“มันเป็นเกมที่ค่อนข้างอึดอัด ท้ายเกมเราจึงมีการเปลี่ยนแท็คติกจาก แผงแบ็กโฟร์ มาเป็น แบ็กทรี ทำให้เกมเราต่อเนื่องมากขึ้น” ซิโก้กล่าว
 
และเป็น 1 ใน 3 ตัวสำรองอย่างศราวุฒิที่กลายมาเป็นซูเปอร์ซับโขกชัยให้ทีมในที่สุด
 
ซึ่งอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดนอกจากระบบการเล่นและตัวผู้เล่นก็คือ เรื่องการเล่นลูกตั้งเตะ โดยเฉพาะลูกเตะมุมที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยมีการต่อบอลสั้นสลับกับการโยนยาว และประตูที่ได้ก็มาจากจังหวะต่อเนื่องจากลูกคอร์เนอร์นั่นเอง
 
และตัวศราวุฒิก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เราได้มีการซักซ้อมกันมาก่อน ลูกเตะมุมก็เล่นสั้นบ้าง พอไม่ได้เราก็เซ็ตกลับไปกลับมา แล้วเราก็จะมีตัววิ่งโฉบไปเสาแรก และเสาสอง”
 
ส่วนตัวกุนซือวัย 43 ปีก็ได้พูดถึงความหลากหลายที่ถูกนำมาใช้ในเกมบดลอดช่องว่า “เราเรียนรู้จากทีมชุดนี้มาเป็นเวลา 3-4 ปี เราพยายามให้เด็กทุกคนสามารถเล่นได้ตามระบบตามๆ ทั้ง 4-4-2,  4-2-3-1, 4-3-3, 3-4-1-2, 5-3-2  เพื่อให้คู่แข่งจับทางเรายากขึ้น”
 
นั่นทำให้ช้างศึกตัวนี้มีความหลากหลายในยุทธวิธีการรบมากขึ้นไปอีก...