Analysis

วีเจย์ วิค : ทำไมถึงไม่มีนักเตะมาเลเซียในโผ 50 นักเตะเอเชียยอดเยี่ยม?

เป็นปีที่สามติดต่อกันแล้ว ที่ไม่มีนักเตะมาเลเซีย ติดชาร์ต 50 นักเตะยอดเยี่ยม เอเชีย และดูแล้วมันก็น่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกหลายปี วันนี้ วีเจย์ วิค จากโฟร์โฟร์ทู มาเลเซีย จะมาให้เหตุผล 5 ข้อว่า ทำไมถึงเป็นแบบนั้น

We are part of The Trust Project What is it?

1 ไม่มีใครดีพอ

มันคือความจริงที่เจ็บปวดเมื่อได้ยิน นั่นคือเหตุผลที่ตรงที่สุดว่านักเตะ มาเลเซีย นั้นไม่ดีพอที่จะได้รับการพิจารณาให้ติด 50นักเตะยอดเยี่ยมเอเชีย

ก่อนหน้านี้มีการ ลิสต์แคนดิเดต ออกมา 5 รายที่มีโอกาสเข้ามาในโผ แต่ว่ามันก็ไม่มีใครดีพอที่จะเข้ามาได้

ในขณะที่ประเทศไทย เพื่อนร่วมอาเซียน กลับมีพัฒนาการที่น่าทึ่งนั่นทำให้มีนักเตะถึง 4 คนที่เข้ามาติดอันดับ 50 นักเตะยอดเยี่ยมเอเชีย ส่วน มาเลเซีย พวกเขามีผลงานในปี 2016 เพียงแค่การเอาชนะ ติมอร์เลสเต้ ในศึก เอเชียนคัพ รอบเพลย์ออฟ

ตอนนี้ มาเลเซีย ไม่ได้เป็นรองเพียงแค่ไทยเท่านั้นในแถบอาเซียน เพราะว่าทั้ง อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ และ เมียนมาร์ ก็ดูจะเหนือกว่าทีม "เสือเหลือง" ไปซะแล้ว

2. ไม่มีเกมระดับชาติให้พิจารณา

เหล่าผู้เชี่ยวชาญของเราใส่ชื่อของ ซาฟิค รอฮิม เข้ามาอยู่ในโผที่จะพิจารณาเข้ามา แต่ว่าก็มีอยู่แค่นั้น

เมื่อเทียบกับชาติอื่น เวียดนาม ส่งเข้ามา 4 คน ส่วน เมียนมาร์ และ อินโดนีเซีย 2 คน แม้กระทั่งกัมพูชา ก็ยังมีชื่อเข้ามา 1 คน

แม้ว่าจะมีเกมที่แพ้ให้กับ ซาอุดิ อาระเบีย 2-0 ที่เป็นเกมที่พวกเขาสู้ได้ดี แต่จากนั้นพวกเขาก็มีโปรแกรมเพียงแค่อุ่นเครื่องกับ เมียนมาร์ และ มาเก๊า ซึ่งเป้นทีมที่แย่ที่สุดอันดับสองของ เอเชีย

ซาฟิค คือนักเตะที่ดีที่สุดของ มาเลเซีย ในยุคของเขา แต่ว่าตอนนี้เขาเลิกเล่นทีมชาติไปแล้ว และนั่นอาจทำให้เขาไม่ได้รับคะแนนมากพอที่จะเข้ามาอยู่ในโผ 50 อันดับนักเตะยอดเยี่ยมเอเชีย

ซาฟิค กับ เพื่อนร่วมทีม เจดีที ของเขาอีกสามคน ได้แก่ อาดัล ซาฟูอาน อับดุล ราซัค, เอส คูนาเนียน และ อามิรูล ฮาดิ ไซนาล ช็อคคนทั้งชาติด้วยการประเศเลิกเล่นทีมชาติเมื่อเดือนกรกฎาคม ปีก่อน ทำให้ไม่ได้ไปลงแข่งขันในรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ

ซาฟิค คือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของภูมิภาคนี้ เขาจบเป็นดาวซัลโวของรายการเมื่อปี 2014 ซึ่งเป็นก่อนที่ โฟร์โฟร์ทู จะมีการจัดอันดับนักเตะยอดเยี่ยมเอเชีย

ส่วนนักเตะคนอื่นของ มาเลเซีย นั้นแน่นอนอยู่แล้วว่าไม่ดีพอที่จะเข้ามาอยู่ในข่ายการพิจารณา

แม้ว่าจะมีเกมที่แพ้ให้กับ ซาอุดิอาระเบีย 0-2 เป็นเกมที่พวกเขาสู้ได้ดี แต่จากนั้นพวกเขาก็มีโปรแกรมเพียงแค่อุ่นเครื่องกับ เมียนมาร์ และ มาเก๊า ซึ่งเป็นทีมที่แย่ที่สุดอันดับสองของเอเชีย

การไปทัวร์ ที่ โอเชียเนีย เมื่อเดือนมิถุนายน พวกเขาเก็บชัยชนะได้เพียงแค่นัดเดียว แถมยังไปแพ้ อินโดนีเซีย ที่โดนแบนจากฟีฟ่า มา 1 ปีกด้วยสกอร์ 3-0 เมื่อเดือนกันยายน

การขาดตัวหลักในรายการ ซูซูกิ คัพ ไปถึง 9 ตำแหน่ง มันทำให้พวกเขาตกรอบอย่างรวดเร็ว ด้วยการพ่ายให้กับ เวียดนาม และ เมียนมาร์ รวมถึงการชนะ กัมพูชา แบบหืดจับ 3-2 จบเป็นอันดับสามในรอบแบ่งกลุ่ม

3. การขาดความทะเยอะทาน

ลีกของประเทศ มาเลเซีย กลายเป็นลีกที่มาตรฐานต่ำที่สุดที่หนึ่ง เมื่อเทียบกับ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ​ออสเตรเลีย หรือแม้กระทั่งลีกเพื่อนบ้านอย่าง ไทย

ในอดีต ยังมีนักเตะหลายรายที่ออกไปเล่นในต่างแดน แต่ว่าตอนนี้มันต่างออกไป ด้วยปัจจัยรอบด้าน

ตุนคู อิสมาเอล ประธานสมาคมฟุตบอลประเทศ มาเลเซีย ให้เหตุผลว่าตอนนี้ พวกนักเตะที่เล่นในลีกบ้านเกิดนั้นสบายเกินไป ทำให้ไม่มีความกระหายที่จะไปเล่นต่างแดน 

นาซมี่ ฟาอิซ มานซอร์ เคยไปเล่นที่โปรตุเกส เมื่อปี 2012 แต่ว่าก็ยกเลิกสัญญากับทีมในอีก 6  เดือนให้หลังด้วยเหตุผลทางด้านการเงิน ส่วน อาห์หมัด ฟาครี ซารานี่ ก็เป็นอีกคนที่ไปเล่นที่โปรตุเกส ก่อนที่จะโดนปล่อยตัวออกมาหลังจากนั้นไม่นาน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้หลายคนเลือกที่จะอยู่สบาย ๆ ในประเทศตัวเองต่อไป เพราะว่าเงินจากลีกนี้มันก็ไม่ใช่น้อย ได้อยู่กับบรรยากาศที่คุ้นเคย ดีกว่าต้องไปปรับตัวกับสภาพอากาศ และอาหารในต่างแดน

4. ผลงานของสโมสรในการแข่งขันระดับทวีป

การแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก และ เอเอฟซี คัพ เป็นเหมือนรายการที่จะให้นักเตะมาเลเซีย ได้ทดสอบศักยภาพของตัวเอง สุดยอดนักเตะหลายคนที่อยู่ในโผ 50 นักเตะยอดเยี่ยมเอเชีย

แต่การที่ลีกของ มาเลเซีย ไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะได้เข้ารอบแบ่งกลุ่มของ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยอัตโนมัติ ทำให้พวกเขาได้มาเล่นในรายการที่รองลงมานั่นก็คือ เอเอฟซี คัพ ซึ่งพวกเขามีทีมที่เข้ารอบรองชนะเลิศเมื่อปีก่อน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจดีที เคยสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์มาเมื่อปี 2015

แต่ว่าตอนนี้กลายเป็นว่าหลายทีมจาก มาเลเซีย ไม่ได้ทุ่มเทกับการเล่นในศึก เอเอฟซี คัพ แบบเต็มที่ มันกลับกลายเป็นว่าพวกเขาไปเน้นกับการเล่นในฟุตบอลถ้วยประเทศตัวเองซะมากกว่า 

5. การพัฒนา? คงต้องรออีกหลายปี

ถ้าทุกอย่างยังเป็นแบบนี้ สิ่งที่หวังได้ก็คือการขึ้นมาของคนรุ่นใหม่มีการลงทุนมหาศาลกับโปรแกรมดังกล่าวตั้งแต่ปี 2014 ในขณะที่ทีมในลีก มาเลเซีย ก็กำลังพยายามที่จะพัฒนาขึ้นมา

มันคงจะใช้เวลาหลายปี กว่าที่นักเตะเยาวชนจากโปรแกรมนี้ จะขึ้นมาเป็นมืออาชีพและเป็นตัวทีมชาติมาเลเซีย โดยเป้าหมายที่ใกล้ที่สุดก็คงเป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี

มาเลเซีย เกือบจะผ่านเข้ารอบในปี 2015 แต่ว่าผู้เล่นในทีมชุดนั้นอย่าง โดมินิค ตัน, โคกลีสวาราน ราจ และ นามุดดิน ซามัต กลับไม่สามารถพัฒนาขึ้นมาได้อย่างที่คาดกันเอาไว้ แต่ว่า มาเลเซีย ก็ยังพอจะหวังได้กับนักเตะเหล่านี้

แม้ว่าจะยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม แต่ว่าเหล่าบรรดาสโมสรในประเทศต่างก็ตระหนักแล้วว่ามันถึงเวลาที่พวกเขาต้องลงทุนเพื่ออนาคต และสักวันหนึ่ง นักเตะจากทีม “เสือเหลือง”​จะเข้ามาติดในโผ 50 อันดับนักเตะยอดเยี่ยมเอเชีย