วีรสตรีลูกหนัง : กุนซือหญิงชาวฮ่องกงผู้พาทีมฟุตบอลชายเถลิงแชมป์

กุนซือชาวฮ่องกง ชาน ยึน-ติง ก้าวผ่านแรงต่อต้านในช่วงแรกของครอบครัว เพื่อสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงคนแรกที่นำทีมฟุตบอลชายคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2016 ชาน ยึน-ติง สลักชื่อของเธอลงบนหน้าประวัติศาสตร์โดยการเป็นเฮดโค้ชหญิงคนแรกที่กุมบังเหียนทีมผู้ชายคว้าแชมป์ลีกสูงสุด หลังอีสเทิร์นเอาชนะคู่ปรับอย่างเซาธ์ ไชน่า คว้าแชมป์ฮ่องกง พรีเมียร์ ลีก โดยยังเหลืออีกหนึ่งเกมให้ลงแข่ง

ผมไม่คิดว่ามันจะสลักสำคัญอะไรว่าโค้ชเป็นชายหรือหญิง ... เรามองเธอไม่ต่างกันเลย

- แอนดรูว์ บาริซิช หัวหอกของอีสเทิร์น

ชัยชนะดังกล่าวยังทำให้พวกเขาไม่ต้องกัดเล็บนั่งลุ้นในนัดสุดท้ายอีกด้วย เมื่อในเกมสุดท้ายของซีซั่นพวกเขาต้องเจอกับทีมอันดับสองที่จี้มาติดๆอย่างคิทฉี
 
ความสำเร็จของเธอเกิดขึ้นภายในเวลาแค่สี่เดือนเท่านั้น หลังได้รับการเลื่อนขั้นจากตำแหน่งผู้ช่วยโค้ช รับช่วงต่อจากยึง ชิง-ควอง ที่อำลาทีมไปอยู่เม่ยจู๋ ฮัคก้า ทีมในระดับลีก วัน ของประเทศจีน เมื่อเดือนธันวาคม
 
ชานเป็นโค้ชที่อายุน้อยที่สุดของฮ่องกง พรีเมียร์ ลีก ที่พาอีสเทิร์นคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 21 ปี แถมยังทลายการผูกขาดของเซาธ์ ไชน่า และคิทฉี ที่แบ่งกันคว้าแชมป์มาตลอด 9 ปี อีกด้วย
 
อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นครั้งแรกของโค้ชจอมทะเยอทะยานรายนี้ก็ใกล้จะมาถึงอีกเช่นกัน เนื่องจากค่าสัมประสิทธิ์ของฮ่องกงในเอเอฟซี ทำให้อีสเทิร์นจะไม่ต้องเล่นรอบคัดเลือกศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017
 
ในทางกลับกันนี้ ทำให้อาจได้เห็นพวกเขากลายเป็นตัวแทนทีมแรกจากเขตแดนประเทศ ที่ได้เข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันระดับทวีป
 
แต่หลายๆสิ่งอาจแตกต่างออกไปมากสำหรับชาน ผู้ที่ได้รับสถิติโลกรับรองโดยกินเนสส์สำหรับความสำเร็จของเธอเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้ ตามสัญชาตญาณแรกของเธอเมื่อถูกเสนอให้เข้ารับตำแหน่ง
 
"ในช่วงเวลานั้นฉันประหลาดใจมากจริงๆ เพราะไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น และแน่นอนว่าในตอนแรกฉันปฏิเสธไป เพราะไม่คิดว่าจะมีประสบการณ์มากพอ" ชาน บอกกับ โฟร์โฟร์ทู
 
"แต่บอร์ดบริหารแค่บอกให้ฉันมั่นใจ ว่าพวกเขาเชื่อมั่นในตัวฉัน และไม่ว่าทีมจะดีขึ้นหรือแย่ลง พวกเขาก็จะสนับสนุนฉันเสมอ ฉันยินดีกับเรื่องนี้มากจริงๆ"

ชานกับถ้วยแชมป์แรกในชีวิตการคุมทีม

ปฏิกิริยาจากนักเตะ

ชานไม่ใช่แค่คนเดียวที่ช็อคกับการเลื่อนขั้นเป็นเฮดโค้ชของเธอ หัวหอกชาวออสเตรเลียนอย่าง แอนดรูว์ บาริซิช ยอมรับว่าเหล่านักเตะต่างก็ไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นเจ้านายคนใหม่จนกระทั่งมีประกาศอย่างเป็นทางการ
 
"มันเซอร์ไพรส์พวกเราทุกคน เราไม่รู้เลยจริงๆว่าโค้ชคนเก่าจากไปและถูกบอกในวันเดียวกันว่าโค้ชชานจะเข้ามาทำทีมต่อ" บาริซิช ดาวซัลโวอันดับสองของทีมด้วยจำนวน 7 ประตู ในซีซั่นนี้ บอกกับ โฟร์โฟร์ทู
 
"แต่ผมไม่คิดว่ามันจะสลักสำคัญอะไรว่าโค้ชเป็นชายหรือหญิง นักเตะทุกคนปฏิบัติกับเธอเหมือนกับโค้ชผู้ชาย เรามองเธอไม่ต่างกันเลย"
 
บาริซิช ที่ชีวิตค้าแข้งอันพเนจรของเขา ผ่านการค้าแข้งมาแล้วทั้งในเยอรมัน, อินโดนีเซีย, อินเดีย และบ้านเกิดออสเตรเลีย ก็ปลาบปลื้มที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จครั้งนี้
 
เขาค่อยๆรู้สึกดีขึ้นเรื่องๆกับการที่โค้ชหญิงในทีมผู้ชายสามารถตั้งความหวังได้ในอีกหลายปีข้างหน้า
 
"ผมคิดว่าเธอได้เปิดประตูให้ผู้หญิงคนอื่นแล้วจริงๆ เพราะสิ่งที่เธอทำและสิ่งที่เธอประสบความสำเร็จนั้นมันยิ่งใหญ่มากๆ"

ความหลงใหลในเกมลูกหนัง

ในตอนแรกชานสนใจกีฬาฟุตบอลเพราะความรักที่มีต่อเดวิด เบ็คแฮม แต่ครอบครัวได้ปฏิเสธคำอ้อนวอนของเธอสำหรับการสมัครเข้าโปรแกรมฟุตบอลตอนอายุ 13 ปี โดยให้เธอไปตั้งใจกับการเรียนแทน
 
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วแรงต่อต้านของครอบครัวก็ทำให้เธอต้องหูหนวก เมื่อเธอปลอมลายเซ็นแม่เพื่อเข้าร่วมแคมป์ฟุตบอลช่วงซัมเมอร์ตอนอายุ 15 และก็ไม่มีทางให้เธอหันหลังกลับแล้ว
 
หลังรับงานโค้ชพาร์ทไทม์ให้กับทีมโรงเรียนขณะกำลังศึกษาเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย ชานตัดสินใจหันหน้าเข้าหาอุตสาหกรรมฟุตบอลแบบเต็มตัวในระดับมืออาชีพ
 
งานเต็มเวลาครั้งแรกของเธอมาในบทบาทนักวิเคราะห์ข้อมูลที่ ทีเอสดับบลิว เปกาซัส ก่อนภายหลังเลื่อนรับตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชที่ซัน เปกาซัส (ทีเอสดับบลิวก่อนหน้านี้), เซาเธิร์น ดิสทริคท์ เอฟซี และสุดท้ายกับอีสเทิร์นในปัจจุบัน
 
นอกจากนี้เธอยังได้รับตำแหน่งโค้ชเอเอฟซี เอ ไลเซนส์ ในปี 2013

ชานได้รับใบรับรองสถิติโลกจากกินเนสส์

ชานยอมรับว่าเธอถูกแต่งตั้งเข้ารับงานเฮดโค้ชเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ 3-5 ปี แต่เน้นชัดถึงความทะเยอทะยานของเธอว่าจะคุมทีมผู้ชายไปเรื่อยๆ มากกว่าพยายามสร้างชื่อกับฟุตบอลหญิง
 
"ในฮ่องกง พัฒนาการของฟุตบอลหญิงไปได้ไม่สวยนัก มันยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น ดังนั้นถ้าคุณต้องการเรียนรู้บางสิ่งและเก็บประสบการณ์ดีๆ คุณต้องทำกับทีมผู้ชาย" เสียงสะท้อนจากชาน ผู้ที่เคยอยู่กับชาติน เอสเอ ในลีกสมัครเล่นฟุตบอลหญิงของฮ่องกง
 
ยังมีเพื่อนร่วมอาชีพเพศเดียวกันในวงการฟุตบอลผู้ชายอีกหรือไม่? และเธอวางแผนอนาคตไว้อย่างไร ติดตามได้ในหน้าถัดไป