วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ : มิดฟิลด์ตัวรับผู้ที่แฟนจิ้งจอกสยามหวังให้แทน “ก็องเต้”

Wilfred Ndidi

ไมเคิล โยคิน คอลัมนิสต์ของเราขอพาทุกท่านไปรู้จักกับกองกลางทีมชาติไนจีเรีย ผู้ที่มีสไตล์ละม้ายคล้ายคลึงกับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อดีตห้องเครื่องตัวเก่งของเลสเตอร์ ซิตี้ ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

คงต้องบอกว่ามีหลายสาเหตุที่ทัพจิ้งจอกสยามไม่สามารถโชว์ฟอร์มแกร่งได้ดั่งฤดูกาลที่แล้วที่พวกเขาเล่นกันอย่างยอดเยี่ยมจนเข้าวินคว้าแชมป์ไปชนิดหักปากกาเซียนทั่วโลก ทว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นสาเหตุสำคัญที่แฟนบอลทุกคนคิดเหมือนกันคือ การที่พวกเขาไม่สามารถหาตัวตายตัวแทนของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวตัดเกมคนเก่งที่ย้ายไปร่วมทัพเชลซีได้ โดย นัมปาลิส เมนดี้ แข้งป้ายแดงที่ถูกดึงตัวเข้ามาเพื่อทดแทนก็องเต้ก็ทำผลงานได้ไม่เข้าตานัก ทำให้ในตลาดซื้อขายรอบนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนของทีมคงต้องกลับเข้าสู่ตลาดซื้อขายนักเตะและหาตัวแทนคนใหม่มาให้ได้

ดังนั้นในวันนี้ เราขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ กองกลางชาวไนจีเรียผู้ที่สามารถจะเป็นคำตอบของรานิเอรี่ได้ โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทัพจิ้งจอกสยามใกล้ที่จะได้ตัวแข้งรายนี้แล้วด้วยซ้ำ สำหรับเอ็นดิดี้ เขาเป็นดาวรุ่งที่สามารถแจ้งเกิดได้ในช่วงเวลาเพียงไม่นาน เพราะหลังจากที่เปลี่ยนจากการเป็นกองหลังตัวกลางมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับเมื่อต้นฤดูกาลที่แล้ว เข้าตัวก็ทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งคุมพิื้นที่แดนกลาง รวมถึงทำลายเกมรุกของคู่แข่ง เรียกได้ว่ากลายเป็นกำลังสำคัญให้กับสโมสรเก็งค์ในเบลเยี่ยมได้ทันที

Wilfred Ndidi

มีรายงานว่าเขาจะย้ายมาร่วมทัพจิ้งจอกสยามด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์

สาเหตุที่คุณควรรู้จัก

ย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ พ่อแม่ของเอ็นดิดี้ยังมองว่าการเล่นฟุตบอลนั้นเป็นเรื่องเสียเวลาอยู่เลย โดยเอ็นดิดิี้เติบโตขึ้นมาในครอบครัวของทหาร เขาถูกสั่งให้เลิกเล่นฟุตบอลและหันไปเอาดีทางด้านการเรียนอยู่บ่อยๆ อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เขาอายุได้ 15 ปี เขาก็ถูกแมวมองจาก แนธ บอยส์ เอฟซี ดึงตัวไปร่วมอะคาเดมี่ “ที่นั่นคือ 1 ใน อะคาเดมี่ที่ดีที่สุดในไนจีเรีย พวกเขาไม่ได้สอนแค่ฟุตบอลเท่านั้น แต่พวกเขายังสอนให้คุณรับมือกับอนาคตด้วย” เอ็นดิดี้เคยกล่าวเอาไว้ครั้งหนึ่งระหว่างการให้สัมภาษณ์

เอ็นดิดิี้ช่วยอะคาเดมี่แห่งนี้คว่าแชมป์ลีกเยาวชนในเมืองลากอสได้ 3 สมัยด้วยกัน ซึ่งนั่นทำให้เขาถูกแมวมองหลายๆ คนตามดูอย่างใกล้ชิด และ 1 ในนั้นคือ โรแลนด์ แยนส์เซ่น แมวมองชาวเบลเยี่ยมที่ปัจจุบันทำงานอยู่กับแมนฯ ยู โดยเขาประทับใจในตัวเอ็นดิดิี้เป็นอย่างมาก “เขาสูงและโดดเด่นมากๆ เขาเป็นนักเตะที่เล่นได้นิ่งเกินวัยจริงๆ”

หลังจากนั้น เกงค์ สโมสรดังแห่งเบลเยี่ยมก็เชิญเอ็นดิดี้ในวัย 16 ปี มาทดสอบฝีเท้าที่สโมสร “เขาฉายแววโดดเด่นมากๆ โดยเฉพาะคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของเขา” โดมินิโก โอลิเวียรี่ โค้ชทีมเยาวชนพูดถึงเอ็นดิดี้

เอ็นดิดี้ถูกเกงค์เซ็นสัญญาร่วมทัพทันที ซึ่งนั่นทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนแรกจากอะคาเดมี่ของแนธ บอยส์ที่ได้ย้ายมาค้าแข้งในยุโรป ขณะที่เมื่อช่วงต้นปี 2015 เจ้าตัวก็ถูกดันขึ้นชุดใหญ่ลงเล่นในลีกสูงสุดของเบลเยี่ยมไปเรียบร้อยแล้ว

ในตอนแรกนั้น เอ็นดิดิี้เริ่มต้นจากการเป็นกองหลังตัวกลาง ก่อนที่ อเล็กซ์ แม็คลีช กุนซือของทีมในตอนนั้นจะจับเขามาเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คบ้าง อย่างไรก็ตามในหน้าร้อนปี 2015 ปีเตอร์ มาส์ กุนซือคนใหม่ของทีมก็มองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเขาและจับเอ็นดิดี้ขยับขึ้นมาเล่นเป็นกองกลางตัวรับของทีม ซึ่งเขาก็ทำได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความฟิตของเขาที่ทำให้เอ็นดิดี้สามารถวิ่งไล่บอลได้ตลอดทั้งเกม

การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งครั้งนั้นของเอ็นดิดี้นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเลย เพราะเขากลายเป็น 1 ในกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดของลีกได้ในเวลาต่อมา และหลังจากที่ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง เจาก็เริ่มทำประตูได้อีกด้วย โดยในเกมที่ทีมเอาชนะคลับ บรูจ ไปได้ 4-2 เขาก็จัดการวอลเล่ย์ประตูสุดสวยช่วยให้ทีมชนะไปได้ แถมในเกมกับอันเดอร์เลชท์ เขาก็มาทำประตูได้อีกเช่นกันจนได้รับคำชมอย่างมากมาย

นอกจากนี้ เอ็นดิดี้ก็ได้โอกาสวาดลวดลายในเวทียุโรปแล้วด้วย โดยในฤดูกาลนี้ เขาลงสนามให้กับต้นสังกัดในรายการยูโรป้า ลีกไปแล้ว 12 นัดด้วยกัน แถมทั้งในรอบคัดเลือกและรอบแบ่งกลุ่ม เขายังเป็นอันดับต้นๆ ของนักเตะที่ตัดเกมได้มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์อีกด้วย ดังนั้นตอนนี้บางทีมันอาจจะถึงเวลาของเขาที่จะพิสูจน์ตัวเองในลีกที่สูงขึ้นแล้ว

Wilfred Ndidi

เป็นกำลังหลักช่วยทีมในรายการยูโรป้า ลีก

จุดแข่ง

แม้ว่าจะต้องรอดูกันต่อไปว่าเขาจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกได้หรือไม่ แต่ต้องยอมรับว่า ความสามารถในการแย่งบอลของเขานั้นยอดเยี่ยมมากๆ แถมการเข้าสกัดก็มีทีเด็ดทีขาดเนื่องจากเขามักจะเขาสกัดได้ถูกจังหวะเสมอ ทำให้ในฤดูกาลนี้ เขายังไม่โดยใบแดงเลยด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เขามีความคล้ายคลึงกับก็องเต้เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของเขากับก็องเต้ก็คือ ความสูง เอ็นดิดี้ สูงถึง 6 ฟุต 1 นิ้ว ซึ่งมันทำให้เขาเป็นนักเตะที่สามารถเล่นลูกกลางอากาศ และอันตรายยามเล่นลูกตั้งเตะด้วย ซึ่ง 1 ในประตูที่เขาเคยยทำได้ก็มาจากลูกโขกสุดสวยใส่แอธเลติก บิลเบาด้วย

นอกจากนั้น อีก 1 เรื่องที่เขาได้นับคำชมอย่างมากคือจิตใจที่แข็งแกร่ง เขาเป็นนักเตะไม่เห็นแก่ตัว ไม่หวงบอล และเล่นเพื่อทีมอย่างแท่จริง เขาเป็นนักเตะที่มีระเบียบวินัยในการเล่นสูง ขยันในการฝึกซ้อม และจะพยายามทำตามคำสั่งยามอยู่ในสนามเสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้กุนซือยกให้เขาเป็น “โกลเด้นบอย” เลยทีเดียว

จุดอ่อน

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เอ็นดิดี้กำลังพยายามปรับปรุงอยู่ก็คือการเล่นในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งจากการที่เขาออกสตาร์ด้วยการเป็นปราการหลัง ทำให้มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้หากเขาจะต้องเรียนรู้เรื่องนี้อีกพอสมควร แน่นอนว่าเขายังสามารถพัฒนาตัวเองได้อีก โดยเฉพาะการจ่ายบอลที่ในช่วงหลังมานี้ มันก็ดูดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

พวกเขาว่ากันว่า

“ผมคิดว่าเขามีความคล้ายคลึงกับยาย่า ตูเร่ นะ” กุนซือของทีมกล่าว “เขาน่าจะเป็นนักเตะระดับท็อปได้”

รู้หรือไม่

คำว่า เอ็นดิดี้ นั้น ในภาษาอิกโบแปลว่าความอดทน ขณะที่ชื่อแรกของเขา “ออนยินเย่” นั้น แปลว่า ของขวัญจากพระเจ้า แถมก่อนหน้านี้ ก็มีนักเตะเผ่าอิกโบอีกหลายๆ คนที่สร้างชื่อจนโด่งดังในวงการลูกหนัง ไม่ว่าจะเป็น เจ-เจ โอโคชา, เอ็นวาโก้ คานู รวมถึง ซันเดย์ โอลิเซห์

จะเกิดอะไรต่อไป

เลสเตอร์ ซิตี้ จัดการปิดดีลเอ็นดิดี้ได้ในตลอดซื้อขายรอบนี้ เพื่อทดแทนการขาดหายของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ และถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์กันไว้ เชื่อว่า เอ็นดิดี้น่าจะสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้อย่างแน่นอน แถมนั่นจะทำให้ตำแหน่งในทีมชาติของเขาเหนียวแน่นมากขึ้น และเขาจะเป็นอีก 1 คนที่น่าติดตามอย่างมากในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียอย่างแน่นอน

New features you'd like every day on FourFourTwo.com