วิลเลี่ยน : แสงสว่างในฤดูกาลที่มืดมนของเชลซี

ดาวเตะทีมชาติบราซิล เป็นนักเตะเพียงคนเดียวของทีมดังแห่งกรุงลอนดอนที่ยังรักษามาตราฐานได้ดีในซีซั่นนี้ ซึ่ง Stats Zone และสถิติบอกเราได้ทั้งหมด… 

จาก “แชมป์เก่า” เมื่อปีที่แล้ว กลับกลายเป็นทีมกลางๆ(ค่อนไปทาง)ท้ายตาราง ทำให้แฟนๆ “เดอะบลู” พากันบ่น โชเซ่ มูรินโญ่ และ นักเตะหลายคนในทีม แต่มีเพียงคนเดียวที่พอจะสร้างรอยยิ้มให้พวกเขาได้

และคนนั้น คือ วิลเลี่ยน นั่นเอง

แม้ว่าผลงานของทีมจะแย่เพียงใด แต่ ปีกชาวแซมบ้า เป็นคนเดียวที่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดเป็นเพราะผลงานที่เขาช่วย “สิงโตน้ำเงินคราม” ไม่ให้น่าอดสูไปกว่านี้..

อิสระในการเล่น

โดยส่วนใหญ่แล้ว มูรินโญ่ มักจะจับ วิลเลี่ยน เล่นริมเส้นด้านขวาเสมอ ทว่าหลายครั้งที่ กุนซือชาวโปรตุกีส ก็อนุญาตให้เขาสลับตำแหน่งกับเพื่อนร่วมทีมรายอื่น ไม่ว่าจะไปเล่นทางซ้าย หรือหุบเข้ากลางเพื่อปั้นเกมให้กับทีม และด้วยความสามารถของนักเตะฉบับแซมบ้า ทำให้ วิลเลี่ยน สามารถเล่นได้ตามความต้องการของ มูรินโญ่ ได้อย่างดี

วิลเลี่ยนเลี้ยงบอลผ่านได้หลายครั้ง ไม่ว่าอยู่พื้นที่ใดของสนาม

จนถึงตอนนี้ ปีกวัย 27 ปี กลายเป็นฝันร้ายของกองหลังทุกทีม โดยทุกเกม เขากลายเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ที่คู่แข่งต้องคอยประกบติดที่สุด ทว่าไม่ว่าจะวางแผนมาดีแค่ไหน วิลเลี่ยน ก็หาโอกาสที่สร้างสรรค์เกมให้กับทีมได้

ความเก่งกาจของ อดีตดาวเตะชัคเตอร์ โดเน็ตส์ค คือ การหาพื้นที่ว่างให้กับตัวเอง พร้อมกับใช้ช่องว่างตรงนั้น ปั้นเกมขึ้นมา..

หาที่ว่างได้เสมอ

เมื่อบอลอยู่ที่เท้าเขา วิลเลี่ยน จะไม่เสียบอลง่ายๆ และอย่างที่บอกไปว่า เขาเป็นคนที่หาพื้นที่เก่งมากๆ ซึ่งนั่นเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นมีพื้นที่เล่นมากขึ้น และการเคลื่อนที่ของ อดีตเด็กฝึกโครินเธียนส์ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง กองหลัง กับ กองกลาง ของคู่แข่ง ซึ่งนั่นทำให้ทีมของ มูรินโญ่ มีช่องว่างในการเข้าทำ

นอกจากนี้ การที่ทำให้เพื่อนๆมีพื้นที่เล่นตรงนั้น ยังเพิ่มโอกาสในการได้ลูกฟรีคิกหรือมากขึ้น และนั่นคือ การเพิ่มโอกาสในการทำประตูให้กับทีม ซึ่งลูกตั้งเตะจากฝีเท้าของพ่อมดจากแดนแซมบ้ารายนี้ กลายเป็นอาวุธสำหรับของทีมดังแห่งกรุงลอนดอนในปีนี้

ผลงานในเกมกับ มัคคาบี้ เทลอาวีฟ เมื่อเดือนที่แล้ว

และแม้ว่าเพื่อนร่วมทีมหลายคนของเขาจะฟอร์มตกในปีนี้ แต่ด้วยชื่อชั้นของนักเตะอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า, เอด็อง อาซาร์, ออสการ์ หรือ เชส ฟาเบรกาส ก็ยังทำให้ทีมคู่แข่งต้องยำเกรงอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็ช่วยให้ วิลเลี่ยน เล่นได้ง่ายขึ้น

ด้วย พละกำลัง และ พรสวรรค์ ของเขา ช่วยให้ เชลซี เก็บชัยชนะหรือรอดพ้นความพ่ายแพ้มาได้หลายครั้งในปีนี้  อีกทั้งการที่เราได้ดู วิลเลี่ยน เล่นก็เทียบได้กับการได้ชมงานเลี้ยงเต้นรำในสนามฟุตบอล เลยทีเดียว..

ทีเด็ดจากลูกฟรีคิก

อย่างที่บอกไปในย่อหน้าที่แล้วว่า ตอนนี้ ฟรีคิก กลายเป็นทีเด็ดของปีกชาวแซมบ้า ไปแล้ว โดยในฤดูกาลนี้ วิลเลี่ยน ซัดประตูจากฟรีคิกไปแล้วถึง 6 ลูก ซึ่ง 4 ใน 6 นั้นมาจากเกมระดับยุโรปอย่างแชมเปี้ยนลีก

โดยสถิติถือว่าเทียบเท่าเจ้าพ่อฟรีคิกในอดีตอย่าง จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน่ ที่ซัดฟรีคิกได้ 4 ประตูในสมัยที่ลงเล่นเกมยูซีแอลกับลียงในซีซั่น 2005-2006

ซึ่งก่อนหน้านี้ จูนินโญ่  เคยพูดถึงรุ่นน้องในทีมชาติไว้อย่างน่าสนใจว่า “อย่างน้อยก็ดีที่เขาเป็นคนบราซิล และถ้าเทียบกับรุ่นเดียวกับเขา ก็ถือว่าเขาเป็นนักเตะที่ดี ผมดีใจที่เห็นเขายิงฟรีคิกได้สี่ลูกเหมือนผม อย่างน้อย วิลเลี่ยน ก็ทำให้คนอื่นคิดถึงสิ่งที่ผมเคยทำเอาไว้ และผมเชื่อว่า เขาสามารถทำลายสถิติของผมได้แน่นอน”

นอกจากนี้ อดีตเทพลูกนิ่งรายนี้ ยังกล่าวชื่นชมเพื่อนร่วมชาติอีกว่า เป็นนักเตะที่ดีที่สุดของประเทศ รองจาก เนย์มาร์ เพียงคนเดียวเท่านั้น 

Willian has been lethal from direct free-kicks this season

ขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง แกรี่ เคฮิลล์ ก็ยังอดที่จะชื่นชม วิลเลี่ยน ไม่ไหวเช่นกัน “ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลมา เขามหัศจรรย์มากๆ และเขากำลังก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่ง”

“ทุกครั้งที่เขาตั้งท่าจะยิงฟรีคิก พวกเรารู้เลยว่า มันจะต้องเป็นประตูอย่างแน่นอน ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องฟลุค ทุกวัน เขาจะฝึกซ้อมเตะลุกนิ่งอย่างหนัก” กองหลังทีมชาติอังกฤษกล่าว

ขยันไม่เลือกงาน

ที่สำคัญที่สุด คือ วิลเลี่ยน มีความขยันอย่างเหลือล้น

และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ มูรินโญ่ มอบตำแหน่งตัวจริงให้เขาอย่างสม่ำเสมอ ดาวเตะหัวฟู ไม่เกี่ยงที่จะต้องถอยลงไปเล่นเกมรับ บีบเพรสคู่แข่ง หรือสกัดบอลอย่างน่าเกลียด

การเล่นเกมรุกและเกมรับของวิลเลี่ยน ที่เขาทำได้ดีทั้งคู่

ด้วยเหตุผลทั้งหมด ทำให้ วิลเลี่ยน กลายเป็นดาวที่ส่องแสงได้อย่างงดงามเพียงคนเดียวในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งแฟนๆ “เดอะ บลู” ก็ได้แต่หวังว่า ผู้จัดการทีมและเพื่อนร่วมทีมคนอื่นจะค่อยๆฉายแสดงออกมาดังเช่น วิลเลี่ยน

เพราะถ้าทุกคนไม่สามารถทำได้ละก็ สิ้นฤดูกาลนี้ ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็อาจจะถามหา “สิงโตน้ำเงินคราม” อีกครั้ง..

More features every day on FFT.com