วิถีการหลุดพ้นเงาของ เจอร์ราร์ด และประกาศยืนยันตัวตนของ ‘เฮนเดอร์สัน’

หลังจากที่มิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล จอร์เเดน เฮนเดอร์สัน ได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีมทีมชาติอังกฤษเมือกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ เซ็บ สแตฟฟอร์ด บลูร์ นักข่าวของ FFT จะมาแจกแจงถึงสิ่งที่ เฮนโด้ กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

ดาเมี่ยน โคมอลลี่ อดีตซีอีโอของหงส์เเดงเคยออกมาให้ข่าวว่าการทุ่มซื้อ เฮนเดอร์สัน จาก ซันเดอร์แลนด์ ด้วยค่าตัวมหาศาลเมื่อครั้งอดีตในปี 2012 คือชนวนเหตุแห่งการโดนเด้งพ้นตำแหน่งของเขา

"ในวันที่ผมโดนไล่ออกพวกเขา(บอร์ดบริหารของสโมสร)บอกกับผมว่า ผมได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่สำหรับการทุ่มเงินแบบหน้ามืดเพื่อซื้อ จอร์เเดน แม้ทุกคนจะมีสิทธิ์จะออกความเห็นก็ตามแต่ผมคิดว่าผมได้ซื้อตัวเขาในราคาที่ไม่เกินความจริงแม้แต่นิดเดียว"

มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ที่ โคมอลลี่ จะออกมาป่าวประกาศเรื่องนี้หลังจากที่ เฮนเดอร์สัน สวมปลอกแขนกัปตันทีมสิงโตคำรามแทนที่ของ เวย์น รูนี่ย์ แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นเขาเองก็มีส่วนต่อการทุ่มเงินซื้อนักเตะอย่าง สจ๊วต ดาวนิ่ง , แอนดี้ เเคร์โรลล์ และ ชาร์ลี อดัม ทว่าเขาก็พูดถึงเรื่องของ เฮนเดอร์สัน ที่ทำท่าจะอนาคตดับในช่วงแรกๆที่ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล คือความสำเร็จหนึ่งที่เขาเคยสร้างไว้ ณ สังเวียน แอนฟิลด์"

สืบทอดความทะเยอทะยาน

สโมสรนั้นผ่านประวัติศาสตร์เลวร้ายมามากมายอาทิเช่นโศกนาฎกรรมสงครามสิ่งทอ หรือแม้กระทั่งนักเตะอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่มีมีประสบการณ์ร้ายๆโดยตรงสำหรับเหตุการณ์ ฮิลโบโร่

โคมอลลี่ อ้างว่าเขานั้นมองหาทายาทที่จะสามารถทดแทน สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่อายุมากขึ้นเรื่อยๆ นี่อาจจะเป็นข้ออ้างที่เขาสามารถเอามาข่มทีหลังก็ได้ แต่ทว่าในตอนแรกมันเหมือนกับการขายฝันอย่างไรอย่างนั้น เฮนเดอร์สัน อาจจะมีบุคลิกคลับคล้ายกับ เจอร์ราร์ด ในช่วงอายุเดียวกัน ทว่าการย้ายทีมของ เฮนโด้ ก็สร้างความสงสัยมากมายเช่นกัน อย่างไรก็ตามสถิติการสร้างสรรค์เกมของเขาอาจจะน่าประทับใจและเขายังต้องการการพัฒนาที่ถูกทางสำหรับลักษณะความเป็นผู้นำ

บ่อยครั้งที่เรามักจะมองว่า อังกฤษ นั้นให้ความสำคัญกับบทบามกัปตันทีมเป็นพิเศษ แต่เมื่อใดก็ตามที่มีประเด็นนี้ให้ถกเถียงกันสิ่งแรกที่จะนึกถึงมักจะเป็นผลงานของนักเตะคนนั้นๆในสโมสร ทีมชาติอังกฤษนั้นให้ความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้นำที่มีคุณสัมบัติดีพร้อมสำหรับพวกเขา

บิล ไบรสัน นักเขียนและนักท่องเที่ยวเคยเขียนถึงสโมสรลิเวอร์ไว้ในครั้งหนึ่งทีเขาเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ เขาบอกว่าสโมสรลิเวอร์พูลนั้นดูเป็นทีมที่ไร้คามเชื่อมั่น พร้อมให้เหตุผลหลากหลายถึงเรื่องนี้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สังคมและเศรษฐกิจที่ล้มเหลวแต่อย่างใด สิ่งที่มีผลนั้นคือความยึดมั่นกับเรื่องเก่าๆที่มีมากเกินไป

สโมสรนั้นผ่านประวัติศาสตร์เลวร้ายมามากมายอาทิเช่นโศกนาฎกรรมสงครามสิ่งทอ หรือแม้กระทั่งนักเตะอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก็มีประสบการณ์ร้ายๆสำหรับเหตุการณ์ ฮิลโบโร่ ที่ญาติของเขาคือ 1 ในแฟนบอลผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้น ทว่าสิ่งนั้นเองที่ทำให้ เจอร์ราร์ด เปรียบได้ดั่งสัญลักษณ์ของสโมสรแห่งนี้ ขณะที่มองกลับมายัง เฮนโด้ เขาคือเด็กหนุ่มโลว์โปรไฟล์จากซันเดอร์แลนด์นั่นทำให้การคาดหมายของ โคมอลลี่ ที่มโนภาพไว้ว่า เฮนเดอร์สัน คนนี้จะเป็นทายาทที่เหมาะสมของ เจอร์ราร์ด กลายเป็นเรื่องที่ทำให้หลายๆคนประหลาดใจ

เรียนรู้จากทุกสิ่ง

เขาคือคนที่มีความพยายามเต็มเปี่ยม เขาทุ่มเทอย่างที่สุดที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ได้ซึ่ง เจอร์ราร์ด เองก็คือหนึ่งในแรงบันดาลใจของเขา

ยุคสมัยของ เจอร์ราร์ด นั้นคือยุคแห่งความคาดหวังไว้ตั้งแต่แรกว่าเขานั้นเหมาะสำหรับตำแหน่งผู้นำของทีม เขาเติบโตมากับแพสชั่นที่เต็มเปี่ยมอีกทั้งยังมีคุณภาพในระดับสูงและที่สำคัญเขาคือคนที่ชี้ขาดผลแพ้ชนะให้แก่ทีมได้ สาระสำคัญคือทั้งหมดนี้ทำให้ทุกอย่างส่งให้เขาเป็นนักเตะและผู้นำทีมในอุดมคติมากกว่าที่จะเป็นนักเตะดาดๆที่หาได้ทั่วไป

ในทางตรงกันข้าม เฮนเดอร์สัน นั้นเปรียบดั่งเเค่ชิ้นส่วนเล็กๆของทีม ถึงขนาดที่ว่าในช่วงที่ฟอร์มของเขาตกต่ำที่สุดเขาเคยเกือบส่งให้กับ ฟูแล่ม ยืมตัวมาเเล้ว  อย่างไรก็ตามเขากู้ชื่อเสียงตัวเองกลับมาในฐานะนักเตะของลิเวอร์พูล มันน่าตื่นตะลึงทีเขารับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง คำนิยามของ เจอร์ราร์ด นั้นคือคนที่เป็นผู้นำโดยสัญชาติญาณ ทว่าฝั่งเฮนเดอร์สันนั้นเขาค่อยๆเติบโตที่ละน้อยและเรียนรู้จากความผิดพลาดและข้อจำกัดต่างๆของเขาได้อย่างดี และที่สำคัญคือเขาให้ความสำคัญอย่างมากสำหรับการพัฒนาจุดเด่นของเขาและทุ่มเต็มที่เสมอแม้แต่การลงซ้อมก็ตาม

สำหรับ เฮนเดอร์สัน เราสามารถบอกได้ว่าเขาคือนักเตะที่ถูกตีค่าไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง เห็นได้ว่าเขาต้องรับมือกับความยากลำบากสำหรับบทบาทกัปตันทีมในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา สไตล์การเล่นของเขานั้นเน้นที่ความแน่นอนมากกว่าความหวือหวาทว่าสิ่งนั้นกลับกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไปเสียเเล้ว เขาคือคนที่มีความพยายามเต็มเปี่ยม เขาทุ่มเทอย่างที่สุดที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ได้ซึ่ง เจอร์ราร์ด เองก็คือหนึ่งในแรงบันดาลใจของเขานั่นเอง

มันคือความเสียหายพอสมควรสำหรับการเปลี่ยนเเปลงทีมจาก เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส จนกระทั่งมาถึง เจอร์เก้น คล็อปป์ ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่กดดัน เฮนเดอร์สัน ในฐานะผู้นำไม่น้อยเลยทีเดียวนั่นอาจเพราะเป็นเพราะว่าเขานั้นยังไม่สามารถสลัดตัวตนของตัวเองให้หลุดพ้นจากเงาของ เจอร์ราร์ด ได้ เขาไม่สามารถทำในสิ่งที่ เจอร์ราร์ด ทำได้ในบางครั้ง เราเห็นความไม่มั่นใจในตัวเขาได้หลายอย่างในเวลานั้นไม่ว่าจะเป็นยามที่เขาเตรียมที่จะง้างเท้ายิง , การวางบอลยาว หรือแม้กระทั่งการเข้า แท็คเกิ้ล ทั้งหมดทั้งมวลนี้เกิดขึ้นเพราะว่าเขาเองก็ต้องต่อสู้กับใจตัวเองไม่น้อยเลยทีเดียว

รอวันผลิบาน

สิ่งที่เเสดงออกมาอย่างชัดเจนที่สุดคือผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาในเกมกับ เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

ณ ตอนนี้ดูเหมือนว่า เฮนเดอร์สัน จะสามารถรับเครดิตไปเต็มๆจากการที่เขาฟันฝ่าอุปสรรคและคำสบประมาททั้งหลายทั้งปวง พร้อมกันนั้นเองฟอร์มการเล่นของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมเกินคาดและแน่นอนว่าเขาเองก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความร้อนเเรงนี้  เขาได้นำเสนอตัวตนของเขาออกมาเป็นที่เรียบร้อยเเล้วและรับบทบาทผู้นำในแบบฉบับของเขาได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่เเสดงออกมาอย่างชัดเจนที่สุดคือผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาในเกมกับ เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาดูแข็งแกร่งและไว้วางใจได้ เฮนเดอร์สัน กำลังเล่นฟุตบอลด้วยความสนุกสนามและยังเป็นเหมือนเข็มทิศของทีมในเรื่องของการปลุกเร้าสภาพจิตใจ เขาสามารถก้าวพ้นเงาคำครหาจากยุคของ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส ได้อย่างชัดเจน

เฮนเดอร์สัน สามารถทำประตูสุดสวยได้ในเกมดังกล่าว นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้ควบคุมรูปเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด การเคลื่อนที่เเละการเก็บบอลเขาปิดประตูแพ้ให้ให้แก่ทีมและยัดเยียดความปราชัยให้กับลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ทุกการกระทำของเขาในเกมนั้นได้ชี้ชัดไปยังเหตุผลที่ว่าทำไม เชลซี ถึงกลายเป็นผู้แพ้ในเกมนั้น

ณ เวลานี้เขาทำให้ผู้คนรู้ว่า "เขาคือใคร" จริงอยู่ที่มันอาจจะดูแปล่งๆไปบ้างหากจะบอกว่า เฮนเดอร์สัน เปรียบดั่งผู้ควบคุมจังหวะของทีม ... หาก เจอร์ราร์ด คือ เครื่องเป่าที่แผดเสียงเด่นชัด เฮนเดอร์สัน คงเปรียบเหมือน เบส ที่เรียบง่ายแต่มั่นคง และหากมองในนามทีมชาติมันอาจจะเร็วเกินที่จะบอกว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่งกัปตันทีม แต่อย่าลืมว่าการรับบทบามกัปตันทีมของ ลิเวอร์พูล ก็เป็นภาระอันหนักอึ้งที่น้อยคนนักจะทำได้ แน่นอนว่า เฮนเดอร์สัน กำลังแบกรับสิ่งนี้ได้อย่างน่าปรบมือให้อย่างแท้จริง