World Cup 2018: สำรวจเส้นทางช้างศึกไทยในรอบคัดเลือก

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบที่ 2 นัดแรก ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติเวียดนาม จะเปิดฉากฟาดแข้งในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2015 เป็นเกมแรกในภูมิภาคเอเชีย

ทีมชาติไทยอยู่ในสาย เอฟ ในการจับสลากแบ่งสายเมื่อวันที่ 14 เมษายน โดยร่วมกับทีมวางจากโถ 1 ทีมชาติอิรัก ทีมชาติเวียดนาม อินโดนีเซีย และไต้หวัน นับเป็นสายที่ไม่เขี้ยวนัก และแฟนฟุตบอลและหลายกูรูมองว่า "น่าจะ" ผ่านเข้าไปถึงรอบ 12 ทีม 

การคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบที่ 2 นี้ ทีมในสายเอฟทั้ง 5 ทีม จะทำการแข่งขันแบบเหย้า-เยือน โดยเริ่มนัดแรกตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ และไปจบนัดสุดท้ายของรอบนี้ปลายเดือนมีนาคมปีหน้า

แต่นอกจากจะเป็นการแข่งขันเพื่อคัดเลือกหาทีมไปเตะฟุตบอลโลก ครั้งนี้ยังรวมเอาการคัดเลือกหาทีมเข้าไปเตะฟุตบอลเอเอฟซี เอเชี่ยน คัพ หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย 2019 ที่ประเทศกาตาร์อีกด้วย

ส่วนหลักเกณฑ์การผ่านเข้ารอบนัดนั้น ทีมอันดับ 1 ของแต่ละสายจะได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบที่ 3 รวมทั้งหมด 8 ทีม 

จากนั้นจะเป็นอันดับที่ 2 ของแต่ละสายที่มีคะแนนดีที่สุด 4 ทีม ก็จะได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบที่ 3 เช่นเดียวกัน รวมเป็น 12 ทีม

และ 12 ทีมนี้ยังจะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเอเชี่ยน คัพ 2019 โดยอัตโนมัติ

ซึ่งนี่คือเป้าหมายอันดับหนึ่งของทีมชาติไทย

ส่วนอันดับ 2 ของสายที่เหลืออีก 4 ทีม และอันดับ 3 ของแต่ละสาย จะได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ รอบคัดเลือกรอบที่ 3 

4 ทีม 8 เกม 15 คะแนน

สำหรับทีมชาติไทย การตั้งเป้าเป็นอันดับ 1 อาจเรียกได้ว่าเป็นความหวังยิ่งใหญ่ที่อาจจะเกินตัวไปสักนิด เพราะจนถึงขณะนี้เกือบทุกฝ่ายก็วางอิรักเป็นทีมอันดับ 1 ของกลุ่มเอฟไปแล้วด้วยความแข็งแกร่งของและรูปร่างสูงใหญ่ ทำให้ทีมชาติไทยวางเป้าไว้ที่อันดับ 2 แต่เชื่อว่ายังมีความคาดหวังลึกๆ ว่าจะสามารถทำคะแนนสู้กับทีมชาติอิรักได้

แต่หากให้ตั้งความหวังบนพื้นฐานของความเป็นไปได้ FFT เชื่อว่าการมีลุ้นเข้ารอบของทีมชาติไทยในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่มเอฟ น่าจะขึ้นอยู่กับการเก็บ 15 คะแนน จาก 24 คะแนนเต็มในการลงแข่งขัน 8 เกม

ส่วนทีมชาติอิรักที่เป็นทีมวางจากโถ 1 ในการจับสลากแบ่งสาย ถูกมองว่าน่าจะเก็บได้ถึง 18 คะแนนจาก 8 เกม

เป้าหมาย 15/24 ของทีมชาติไทย เป็นการประเมินจากความแข็งแกร่งและความพร้อมของทีมช้างศึกเปรียบเทียบกับทีมคู่แข่งร่วมสาย โดยช้างศึกไทยตั้งเป้าเก็บ 3 แต้มในบ้านจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และไต้หวัน และยันเสมออิรักในบ้าน ซึ่งนั่นหมายถึง 10 คะแนนที่จำเป็นจะต้องทำให้ได้

สำหรับเกมนอกบ้าน ไทยจะต้องการเก็บชัยชนะในเกมกับไต้หวัน และเก็บอย่างน้อย 1 แต้มจากเวียดนามและอีก 1 แต้มจากอินโดนีเซีย แต่เชื่อว่าสองนัดนี้ "ซิโก้" ไม่เล่นเพียงหวังผลเสมอแน่นอน และนั่นคือ 15 คะแนนที่ควรจะเป็นเป้าหมายในรอบนี้ของทีมชาติไทย

ส่วนเกมที่จะต้องพบกับอิรัก 1 แต้มจากเกมนัดเหย้าที่กรุงเทพน่าจะถือว่าทำได้ตามเป้า แต่สำหรับเกมนัดเยือน หากไทยเก็บ 1 แต้มกลับมาได้ จะถือว่าประสบความสำเร็จ และขยับเข้าใกล้รอบ 12 ทีมเข้าไปอีกก้าว

ประเดิมสนาม

แฟนฟุตบอลชาวไทยเตรียมจะยกขบวนกันไปเชียร์ทีมชาติไทย ทำให้ตั๋วหมดเกลี้ยงจนเว็บไซต์ขายตั๋วต้องปิดการขายออนไลน์ และตั๋วโซน N กลายเป็นของหายากไปแล้ว

เกมแรกของทีมชาติไทยในการเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถานในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคมนี้ เป็นการแบกความกดดันไม่น้อย

นอกจากทั้งสองทีมที่ต่างต้องการชัยชนะเพื่อเริ่มต้นรอบคัดเลือกด้วยการขึ้นครองตำแหน่งผู้นำกลุ่มชั่วคราว เกมนี้ยังจะเป็นการสู้กันระหว่างสองทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมเลือดใหม่หัวแถวของฟุตบอลอาเซียน

และนี่เป็นการพบกันเป็นครั้งแรกของทีมชาติไทยกับเวียดนามในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในรอบ 42 ปี 

ปี พ.ศ. 2516 (ค.ศ.1973) ทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อหาทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 10 ที่เยอรมนีตะวันตกเป็นเจ้าภาพและมีกำหนดจัดขึ้นในปี 1974

16 พฤษภาคม 2516 ในการแข่งขันเพื่อแบ่งกลุ่ม ทีมชาติไทยลงสนามพบกับทีมเวียดนามใต้ และทีมชาติไทยพ่ายให้กับทีมเวียดนามใต้ 0-1 ทำให้ถูกจัดกลุ่มร่วมกับอิสราเอล เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ซึ่งการเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนั้นไทยแพ้รวด 3 เกม ทำให้ตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกครั้งแรกที่ทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขัน

42 ปี และ 1 สัปดาห์ถัดจากวันนั้น ทีมชาติไทยจะมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์เอาชนะเวียดนามในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

เวียดนามมีเกมบุกที่นำเอานักเตะดาวรุ่งทักษะสูง มีความเร็วและความคล่องตัวอย่าง เหงียน ควาง ไฮ และมัค ฮอง ควาน มารวมกับประสบการณ์และความเก๋าประสบการณ์ของกัปตันทีม เล คอง วินห์ ส่วนเกมรับแบ็คโฟร์ มีนักเตะรูปร่างสูงใหญ่ที่สามารถดันขึ้นสูงมาทำเกมบุกริมเส้น

จังหวะสวนกลับของเวียดนามทำได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยความเร็วและคล่องแคล่วของนักเตะวัยรุ่นความหวังของทีมชาติดาวทองชุดนี้

ในการอุ่นเครื่องระหว่างทีมชาติเวียดนามชุดใหญ่กับทีมชาติเกาหลีเหนือเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคมเป็นต้นมา จบลงด้วยการเสมอกัน 1-1 จากประตูสุดสวยของดาวรุ่งสปาร์ต้า ปราก มัค ฮอง ควาน แม้ตลอดทั้งเกมจะเป็นฝ่ายทีมชาติโสมแดงได้โอกาสยิงมากกว่าก็ตาม

ส่วนช้างศึกไทยลงอุ่นเครื่องกับเกาหลีเหนือเมื่อวันพุธที่ผ่านมาและถูกเกาหลีเหนือเฉือนเอาชนะไปได้ 1-0 แต่การอุ่นเครื่องเกมนี้ก็ช่วยให้แฟนฟุตบอลไทยเห็นเกมฟุตบอลที่พลิกแพลงตามแท็กติกของโค้ชซิโก้และวินัยของนักเตะที่เล่นได้ตามแผนของโค้ชจนสามารถสร้างโอกาสได้หลายครั้งในช่วงท้ายเกม

เมื่อตั้งเป้าไว้แล้วว่า 3 แต้มในบ้านทุกนัด... FFT เชื่อว่าโค้ชซิโก้จอมตีลังกามีความมั่นใจที่จะคว้าชัยชนะมาเป็นของขวัญให้แฟนบอลชาวไทยทั้งในสนามราชมังคลากีฬาสถานและหน้าจอโทรทัศน์อย่างแน่นอน

ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก รอบ 2 นัดที่ 1 กลุ่มเอฟ ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติเวียดนาม จะทำการแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2558 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่องไทยรัฐทีวี

ขอบคุณภาพประกอบจาก Facebook สโมสรเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด