ยามเมื่อลมพัดหวน : 9 ดีลแข้งดังกลับรังเก่าสุดโดนใจแฟนบอล

ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเรา! คำอมตะตลอดกาลของผู้ที่ห่างไกลบ้าน…

มีนักเตะมากมายที่ต้องการหาความท้าทายใหม่ ด้วยการย้ายออกจากรังที่เปรียบเสมือนบ้านของตัวเอง เป็นสถานที่ที่ทำให้พวกเขาแจ้งเกิด, บ้างไปถึงยุโรป, บ้างไปสโมสรที่ดีที่สุดในเมืองไทย อีกหลายๆ คนย้ายออกไปด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ แต่ลึกๆแฟนบอลก็ร้องหาอยากได้พวกเขากลับมาร่วมทีม

นี่ คือ 9 ดีลยามเมื่อลมพัดหวน เมื่อสโมสรได้ตอบสนองแฟนบอล ด้วยการนำแข้งขวัญใจกลับคืนถิ่น มีใครกันบ้างติดตามได้ที่นี่   

ซูมาโฮโร่ ยาย่า

เทพเจ้ากิเลนยุคที่ 1

นี่ คือ นักเตะที่สร้างปรากฏการณ์ความน่าตื่นตาตื่นใจในสายตาคนไทยมากที่สุด ในยุคเริ่มก่อตั้งไทยลีก…เขาเป็นนักเตะที่ทุกๆ ครั้งโฆษกในสนามเมืองทองฯ ตะโกนร้องขึ้นว่า “ซูมาโฮโร่” และแฟนบอลทั่วสนาม ต้องตะโกนร้องลั่นว่า… “ยาย่า”

เท้าซ้ายสุดสยองสำหรับกองหลังของเขาเกินใครจะทัดเทียม ความเร็วของเขาเกินใครจะหยุดยั้ง และเทคนิคการเอาตัวรอด ตลอดจนความแพรวพราวของเขาเกินใครจะต้านทาน จนหลายคนพูดว่าเขา คือ หนึ่งในนักเตะต่างชาติที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังไทย

แข้งชาวไอวอรี่ โคสต์ ย้ายมาอยู่เมืองไทย ตั้งแต่ปี 2008 โดยขณะนั้นเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ยังอยู่ในดิวิชั่น 1 หรือลีกรองของบ้านเราอยู่ด้วยซ้ำ โดยลงเล่น 23 นัด ยิง 10 ประตู และจ่ายให้เพื่อนอีก 16 ครั้ง พา “กิเลน” ผงาดครองแชมป์ดิวิชั่น 1 เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก…

ด้วยวัยเพียง 20 ปีขณะนั้น แต่ไม่มีใครหยุดยั้งเขาได้เลย ปี 2010 เขาลงเล่นไปอีก 21 นัด ยิง 7 ประตู และ แอสซิสต์ 5 ครั้ง โดย 4 จาก 7 ประตู เป็นการทำได้ในศึกเอเอฟซี คัพ 2010 ทำให้เลกที่ 2 ของไทยลีก เคเอเอ เกนท์ ทุบคลังซื้อตัว ซูมาโฮโร่ ยาย่า ไปจากเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 20 ล้านบาท นับเป็นค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย (ในสมัยนั้น) สรุปสถิติการลงเล่นในเมืองไทย ลงสนาม 62 นัดยิง 26 ประตู แอสซิสต์ 22 ครั้ง

ชีวิตในยุโรปนั้นแค่นัดที่ 2 กับ เอเคเค เกนท์...ซูมาโฮโร่ ยาย่า ทำประตูได้ทันที ในเกมที่ทีมบุกไปชนะ สปอร์ติ้ง ชาร์เลอร์ลอย 3 ประตูต่อ 1 ...เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ลงเล่น 17 นัด ยิงรวม 6 ประตูในฤดูกาลแรก แถมยังมีหลายครั้งที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับเปลี่ยนเกมได้ ทำให้เขายังคงยืนเป็นกำลังหลักของทีมมาตลอดจนถึงปัจจุบัน… และประตูที่น่าจดจำมากที่สุดของเขาคงจะเป็นการซัดประตูใส่ เฟเยนูร์ด ยักษ์ใหญ่ของฮอลแลนด์ ในศึกยูโรป้า ลีก ที่มีกองหลังดังชุดฟุตบอลโลก 2014 อย่าง มาร์ตินส์ อินดี้, รอน ฟลาร์ และสเตฟาน เดอ ฟรายจ์ เป็นแกนหลักเมื่อปี 2010 นั่นเอง… นอกจากนี้ เขายังเคยพาทีมดวลกับ ลีลล์ ที่มี เอเดน อาซาร์ รวมถึง สปอร์ติง ลิสบอน มาแล้วในรายการเดียวกัน

ระหว่างที่เขาค้าแข้งที่เบลเยี่ยม มีหลายครั้งที่ ซูมาโฮโร่ ยาย่า ตกเป็นข่าวว่าอาจกลับไทย แต่ไม่มีครั้งไหนกล้เคียงความเป็นจริงเลย และเจ้าตัวก็ยืนยันชัดทุกครั้งว่า หากจะกลับมาเล่นไทยลีกอีกครั้ง ต้องเป็นเมืองทองฯ ยูไนเต็ด

แต่ ยาย่า ใช้ชีวิตในยุโรปถึง 6 ปี… เส้นทางลูกหนังของเขาดูเหมือนจะวนเวียนอยู่ในยุโรปเสียแล้ว หลังจากย้ายจาก เกนท์ ไปร่วมทีม แซงต์ ทรุยด็องส์ (ซินต์ ทรอยเดนเซ่ ในภาษาดัตช์) อย่างไรก็ตาม  “กิเลนผยอง” ที่กำลังไล่ล่าแชมป์ไทยลีก สมัยที่ 4 ได้ทาบทาม ยาย่า ไป ประจวบเหมาะกับที่ฤดูกาลล่าสุด เจ้าตัวมีโอกาสลงเล่นไม่มากเท่าไหร่ เขาแทบไม่คิดมากเลย

หลังมีข่าวคราวซุบซิบพักใหญ่… จนวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ในการแถลงข่าวหลังเกมที่ เมืองทองฯ เปิดรัง ชนะ ชัยนาท เอฟซี 2 - 0 “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน กล่าวยอมรับว่า เมืองทองฯ ทาบทาม ซูมาโฮโร่ ยาย่า อดีตสุดยอดขวัญใจหมายเลข 1 ของสาวก “กิเลนผยอง” กลับมาร่วมทีมจริง

วันที่ 16 มิถุนายน มีข่าวลือว่า ยาย่า เดินทางกลับเมืองไทย และวันที่ 20 มิถุนายน มีภาพข่าวจากสยามสปอร์ต ระบุว่า ยาย่า ตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางกระแสต้อนรับอดีตขวัญใจชาวไอวอรี่ โคสต์ คนนี้ ที่เต็มไปด้วยความสุขของแฟนบอล "มันเป็นสิ่งวิเศษที่ได้กลับมา ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาเล่นที่นี่" ยาย่า เริ่มพูดกับสื่อมวลชนในวันแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มิถุนายนที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม... มันคือคำพูดหวานชื่นที่ยิ่งทำให้แฟนบอลรู้สึกอิ่มเอิบกับการกลับมาของเขา 

ณ วันนี้หัวใจทั้งสี่ห้องของสาวก “กิเลนผยอง” กำลังเบิกบานที่อดีตขวัญใจอันดับ 1 กลับมา… เหลือเพียงแต่รอว่าผลงานของ ซูมาโฮโร่ ยาย่า วัย 26 ปี ในสนาม จะทำให้พวกเขาใจละลายได้เหมือนเมื่อก่อนหรือไม่…  

Pages