ย้ายก็ได้ถ้านายไม่ต้องการ : 7 แข้งจอมภักดีผู้ไม่เป็นที่ต้องการของกุนซือ

โลกฟุตบอลในปัจจุบันเปลี่ยนไปเป็นยุคทุนนิยมโดยสมบูรณ์แบบเมื่อหลายทีมชั้นนำพร้อมทุ่มเงินเพื่อซื้อความสำเร็จในระยะสั้น 

แน่นอนว่าจากเรื่องดังกล่าวทำให้นักเตะหลายๆคนต้องได้รับผลกระทบไปกับยุคสมัยใหม่นี้ ... และวันนี้เราจะมาดูกันว่ามีนักเตะคนไหนบ้างที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับยุคสมัยที่ความสำเร็จรอกันไม่ได้จนต้องย้ายทีมออกไปแม้หัวใจของพวกเขาเหล่านั้นจะฝังรากอยู่กับสโมสรที่เป็นดั่งครอบครัวของเขาไปเเล้วก็ตาม

1. บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

หลังจากเถลิงแชมป์ฟุตบอลโลก 2016 กับทีมชาติเยอรมันได้อย่างยิ่งใหญ่ ชไวน์สไตเกอร์ ก็ได้กลับมาทบทวนถึงอนาคตตัวเองอีกครั้ง เขาคว้าทุกแชมป์ที่ร่วมลงเเข่งขันกับบาเยิร์น มิวนิค ว่ากันง่ายๆก็คือเขามาถึงจุดสูงสุดของชีวิตค้าแข้งเเล้วนั่นเอง นั่นจึงทำให้มิดฟิลด์วัย 31 ปีตัดสินใจตามฝันของเขาเเละย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งทีมที่เขาติดตามมาตั้งแต่วัยละอ่อนในที่สุด

1 ปีกับชีวิตในดินเเดนผู้ดีดูจะไม่เป็นไปตามที่บาสตี้หวังไว้ แม้จะได้ร่วมงานกับกุนซือที่เคยปลุกปั้นมาอย่างหลุยส์ ฟาน กัล แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บและความฟิตก็เล่นงานเขาทั้งฤดูกาลจนลงเล่นได้อย่างไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ฝันร้ายตามมาซ้ำเขาอีกครั้งเมื่อ ฟาน กัล โดนปลดและเป็น โจเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาทำทีมแทนและหลังจากนั้น บาสตี้ ก็ไม่มีโอกาสได้ลงสนามอีกเลยนับตั้งแต่ปรีซีซั่นจนฤดูกาลนี้

ภายใต้ความกดดันที่เกิดขึ้น บาสตี้ ตัดสินใจโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คของเขาว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นสโมสรสุดท้ายของผมในยุโรป ผมให้ความเคารพต่อทุกๆสโมสร แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมเดียวที่ผมคิดจะอยู่ด้วยหากผมย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค ... ผมจะทำตัวให้พร้อมอยู่เสมอเผื่อว่าทีมจะต้องการตัวผมอยู่" แม้จะอ้อนวอนกันขนาดนี้แต่เชื่อว่าจากนิสัยการทำทีมในอดีตของมูรินโญ่ ดูเหมือนว่า บาสตี้ คงแทบไม่เหลือทางเลือกอื่นอีกเเล้ว

Pages