ยักษ์หลับตื่นแล้ว : ปัจจัยพา “แซมบ้า” คืนบัลลังก์

Brazil

ดูเหมือนว่าเหล่าขุนพลบราซิลจะลืมความพ่ายแพ้ต่อเยอรมนี 1-7 ไปจนหมดสิ้นแล้ว เพราะตอนนี้พวกเขาได้กลับมาโชว์ความแข็งแกร่งด้วยการเป็นทีมแรกที่ผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 รวมทั้งยังผงาดรั้งอันดับ 1 จากการจัดอันดับฟีฟ่า แรงกิ้ง ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีด้วย และนี่คือที่มาที่ไปของความยอดเยี่ยมของพวกเขา ติดตามได้ที่นี่

ในตอนที่ คาร์ลอส ดุงก้า อดีตกุนซือทีมชาติบราซิล นำลูกทีมบุกไปเยือนทีมชาติชิลีเมื่อต้นเดือนตุลาคม ปี 2015 มันไม่ได้มีสัญญาณบ่งบอกใดๆ ว่านั้นคือจุดเริ่มต้นของทัพเซเลเซายุคใหม่ แถมสื่อในประเทศหลายๆ แห่งยังรายงานเป็นเสียงเดียวกันอีกด้วยว่า ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครั้งนี้จะเป็นศึกหนักสำหรับพวกเขาอีกด้วย

กัลเบา บูเอโน่ นักพากย์ชื่อดังของบราซิลเชื่อเช่นนี้จริงๆ และเขาก็ถ่ายทอดให้กับบรรดาแฟนบอลแซมบ้ามาโดยตลอด จนหลายๆ คนเริ่มเผื่อใจไว้แล้วว่า พวกเขาคงไม่ได้เห็นยทีมบ้านเกิดตัวเองในศึกฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ย้อนกลับไปเมื่อศึกฟุตบอลโลก 2014 ทีมชาติบราซิลโดนทีมชาติเยอรมนีถล่มเละ 1-7 ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ซึ่งความปราชัยในวันนั้น ได้ส่งผลให้ทัพเซเลเซาเป๋ยาวต่อเนื่องมาจนศึกโคปา อเมริกา 2016 ที่พวกเขาก็กระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มแบบน่าอับอายสุดๆ

World Cup

‘อย่ากินธงเข้าไปนะ’ - ภาพแฟนบอลเครียดจัดระหว่างเกมพ่ายเยอรมนี 1-7

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพราะทัพขุนพลแซมบ้าสามารถกลับมาทวงบัลลังก์อันดับ 1 ของโลกจากการจัดอันดับ ฟีฟ่า แรงกิ้ง ได้สำเร็จ โดยนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2010 ที่พวกเขาก้าวกลับขึ้นมาเป็นที่หนึ่งของโลกได้ ซึ่งสาเหตุที่พวกเขากลับมาทวงตำแหน่งนี้ได้ก็เพราะที่ผ่านมา บราซิลสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ 8 นัดติดต่อกัน ยิงไป 24 ประตู และเสียแค่ 2 ลูกเท่านั้นเอง

หลังจากที่เอาชนะปารากวัยไปได้ 3-0 แทนที่ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ครั้งนี้จะเป็นงานยากสำหรับทีมชาติบราซิล กลับกลายเป็นว่า ตอนนี้พวกเขาทะลุเข้าไปยืนรอทีมอื่นๆ ในรอบสุดท้ายเรียบร้อยแล้วแม้ว่าจะยังเหลือเกมให้ลงเล่นอีก 4 นัดก็ตาม เรียกได้ว่า สร้างความพอใจให้กับแฟนบอลสุดๆ จนมีคนราว 15% ของประเทศที่พร้อมจะโหวตให้ ติเต้ กุนซือทีมชาติบราวิลคนปัจจุบัน นั่งแท่นประธาธิบดีของประเทศเลยทีเดียว(ฮา)

อย่างไรก็ตาม สำหรับหลังจากนี้ เราคงบอกไม่ได้ว่า กุนซือจะพาทัพเซเลเซาไปในทิศทางไหน แต่ที่แน่ๆ คือ ทีมชาติบราซิลได้กลับมาเป็นทีมที่น่ากลัวอีกครั้งหนึ่งแล้ว และเราสามารถอธิบายถึงความจริงข้อนี้ได้…

Tite

‘ติเด้’ กุนซือผู้ได้รับความนิยมอย่างมากในบราซิล

แข้งในฝันจากเมอร์ซี่ไซด์

สำหรับตอนนี้ ขอให้ลืมชื่อของ เนย์มาร์ กองหน้าขวัญใจแฟนบอลแซมบ้าไปก่อน เพราะสำหรับ ติเด้ นั้น สิ่งหนึ่งที่เขาใฝ่ฝันมาตลอด คือการร่วมงานกับ คูตินโญ จอมทัพจากสโมสรลิเวอร์พูล โดยกุนซือรายนี้ประทับใจในฝีเท้าของ ‘คูตี้’ ตั้งแต่ครั้งที่ได้ชมเกมอุ่นเครื่องระหว่างบราซิลและอิหร่านเมื่อปี 2010 โดยตอนนั้น เขายังเป็นกุนซือของสโมสร อัล วาห์ด้า อยู่

“ผมได้ไปชมเกมนั้น แล้วหลังจากนั้นผมก็บอกตัวเองเสมอว่าเขา (คูตินโญ) สุดยอดแค่ไหน” กุนซือวัย 55 กะรัตกล่าว โดยความจริงแล้ว เจ้าตัวก็ได้พยายามจะยืมตัวคูตินโญมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวด้วยสมัยที่กลับไปเป็นโค้ชให้กับโครินเธี่ยนส์ ทว่าก็ล้มเหลวไป

แม้ว่าอินเตอร์ มิลาน จะไม่ยอมให้ทั้งคู่ได้ร่วมงานกัน ทว่าสุดท้ายแล้ว วาสนาก็นำพาทั้งคู่ให้มาลงเรือลำเดียวกัน โดยแม้ว่าในช่วงแรก คูตินโญจะไม่ใช่ตัวจริงในแผนการทำทีมของติเต้ ทว่า เขาก็ทำได้ดีในฐานะตัวสำรองตลอด 2 นัดแรก  ทำให้สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในใจติเต้เอาไว้ได้ และจนถึงตอนนี้ เขาก็ยึดตำแหน่งปีกขวาของทัพเซเลเซาได้อย่างเหนียวแน่น แถมยังยิงไปแล้ว 3 ประตูด้วยกัน

Coutinho

กลายเป็นคีย์แมนของทีมชาติบราซิลไปแล้ว

กาเบรียล เชซุส  

หลังจากคูตี้ แข้งคนต่อมาที่สามารถแจ้งเกิดในยุคของติเต้ได้ก็คือ กาเบรียล เชซุส กองหน้าตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทว่ารู้หรือไม่ว่าจริงๆ เจ้าตัวยังไม่ใช่นักเตะคนโปรดของแฟนๆ ในช่วงแรก แถมยังโดนโห่ใส่อีกด้วยในเกมที่พบกับอิรักในศึกโอลิมปิก 2016 ที่เจ้าตัวลงมาแทนที่ของ ราฟินญา อัลคันทาร่า อย่างไรก็ตาม ติเต้ ก็ยังเชื่อใจและใช้บริการกองหน้ารายนี้อย่างต่อเนื่องจาก เขาเชื่อว่า เชซุสคือกองหน้าสไตล์แซมบ้าที่หายไปนับตั้งแต่หมดยุคของ อาเดรียโน่ ซึ่งเวลาผ่านไป แข้งรายนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ติเต้ นั้นคิดถูก

เชซุสจัดการถลุงไป 5 ประตูจาก 6 นัดที่เขาลงช่วยทีม ซึ่งแน่นอนว่า การที่เขาย้ายมาร่วมทัพเรือใบสีฟ้าของเป๊ป กวาร์ดิโอลา น่าจะมีผลต่อฟอร์มของเขาไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว

ในตอนแรกที่เชซุสพบกับกวาร์ดิโอลา กุนซือชาวสเปนรายนี้ได้เอ่ยยปากถามเขาว่าชอบปลาหรือไม่ ซึ่งเชซุสก็ตอบไปตามความจริงว่าเขาไม่ชอบ แต่ด้วยความที่อดีตนายใหญ่บาร์เซโลนารายนี้บอกกับเขาว่า ปลาจะมีประโยชน์ต่อเขา เชซุสก็เน้นกินปลามาโดนตลอด  เรียกได้ว่า ดาวเตะวัยหนุ่มรายนี้จะเชื่อมั่นในตัวกวาร์ดิโอลา และมีความสุขดีกับชีวิตในถิ่นเรือใบสีฟ้ารวมถึงชีวิตในทีมชาติภายใต้การนำของติเต้ด้วย

Gabriel Jesus

กวาร์ดิโอลากับความหวังใหม่ของเขา

ลืมเรื่องราวในอดีตเสีย

ในช่วงที่ติเต้เข้ามารับงานเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2016 เขาก็เริ่มส่งข้อความรวมทั้งโทรหานักเตะในทีมเพื่อบอกว่า “ผมไม่ต้องรับรู้ถึงปัญหาใดๆ ในอดีต นี่คือคือยุคใหม่ของบราซิลแล้ว” ซึ่งนี่คือสาเหตุที่ทำให้ ติอาโก้ ซิลวา และ มาร์เซโล 2 แข้งประสบการณ์สูงของทีมตัดสินใจหวนคืนทัพเซเลเซาอีกครั้ง เรียกได้ว่า บรรยากาศแคมป์ทีมชาติบราซิลในปัจจุบันนี้ ดีกว่าช่วงที่มีกุนซือเป็นดุงก้ามากทีเดียว

ผมไม่ต้องรับรู้ถึงปัญหาใดๆ ในอดีต นี่คือคือยุคใหม่ของบราซิลแล้ว

- ติเต้

ความจริงแล้ว ในยุคก่อนที่ติเต้จะเข้ามาคุมทัพ ทีมชาติบราซิลนั้นมีกฎยิบย่อยมากมายที่บางทีทำให้เหล่าขุนพลแซมบ้าอึดอัดไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น ทุกคนต้องร้องเพลงชาติ, ห้ามใครลุกออกจากโต๊ะอาหารก่อนกัปตันทีม หรือแม้แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มระหว่างการเดินทาง ซึ่งภายใต้บังเหียนของติเต้นั้น เรื่องเหล่านี้ถูกยกเลิกไปจนหมดเกลี้ยงเลย

หากลองมองไปที่แผงกลางของทีมชาติบราซิลในตอนนี้ พวกเขาจะมี คาเซมิโร่ มิดฟิลด์ตัวตัดเกมจากเรอัล มาดริด คอยพิทักษ์แผงหลังให้อยู่ ส่วนเกมุรกนั้น ก็ได้ เรนาโต้ อกุสโต้ และ เปาลินโญ 2 แข้งจากศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก คอยปั้นเกมให้ ซึ่งโอเคล่ะ...มันอาจจะฟังดูแปลกๆ เล็กน้อยเมื่อพวกเขาเรียกตัวนักเตะจากประเทศจีนแทนที่จะเรียกตัวจากลีกระดับท้อปของยุโรป แต่ต้องบอกเลยว่า ทั้ง 2 คนนี้ต่างก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ ในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา

เปาลินโญเพิ่งจะจัดการกดแฮททริคใส่อุรุกวัยไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ช่วยให้ทีมเอาชนะไปได้ 4-1 เขาโชว์ฟอร์มชนิดที่เป็นคนละคนกับทีมสเปอร์สยอมควักเงิน 17 ล้านปอนด์ซื้อตัวมาร่วมทัมเลย เพราะอย่างที่รู้กัน เปาลินโญไม่สามารถปรับตัวเข้ากับพรีเมียร์ลีกและต้องการย้ายออกอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่า เขาไม่ใช่คนที่จะหวนกลับไปคิดถึงลีกสูงสุดแดนผู้ดีอย่างแน่นอน

Paulinho

เปาลินโญในวันที่ช่วยทีมเอาชนะอาร์เจนตินา 3-0 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2016

ยักษ์ยุโรปเตรียมตัวให้ดี

ครั้งล่าสุดที่บราซิลเจอกับทีมยุโรปนะเหรอ? ถ้าคุณนึกไม่ออกก็ไม่แปลกหรอกนะ โดยนับตั้งแต่เอาชนะฝรั่งเศสได้ 3-1 เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2015 พวกเขาก็เจอคู่แข่งอีก 28 ชาติ ซึ่ง 21 จากทั้งหมดนั้นเป็นทีมจากอเมริกาใต้ ขณะที่ อีก 7 นั้นเป็นจาก อเมริกาเหนือและอเมริกากลางทั้งนั้น

ทีมงานสต๊าฟโค้ชของทัพแซมบ้าก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ดี พวกเขาพยายามจะจัดแข่งเกมอุ่นเครื่องกับเยอรมนีในปีที่ผ่านมาด้วย เพียงแต่ว่า ไม่สามารถหาวันที่ลงตัวได้ จึงทำให้ยังไม่ได้เจอกันเสียที

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าพวกเขาจะล้มเลิกแผนนั้นไป เพราะตอนนี้ เป็นที่แน่นอนแล้วว่าทั้งคู่เตรียมจะลงเล่นนัดกระชับมิตรกัน (เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่บราซิลแพ้ 1-7) ในเดือนมีนาคม 2018 นี้ ซึ่งนั่นคือช่วงเวลาไม่กีเดือนก่อนศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ดังนั้นมันจึงเป็นโอกาสดีที่ ติเต้ และลูกทีมของเขา จะแสดงพัฒนาการให้เป็นที่ประจักษ์ทั่วโลกว่าพวกเขาน่ากลัวขนาดไหน...