ย้ำแค้นหรือถอนแค้น? : หากคู่ชิงอาเซียนเคยเจอกันในรอบแบ่งกลุ่ม ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

ศึกชิงชนะเลิศอาเซียน 2016 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยไทย ต้องโคจรมาพบกับอินโดนีเซีย อีกครั้ง หลังปะทะกันมาในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งที่ผ่านมามีครั้งใดบ้างที่ทีมในกลุ่มเดียวกันจะต้องเชือดเฉือนกันเองในรอบชิง ใครเป็นใคร และผลในครั้งนั้นลงเอยอย่างไร ติดตามได้ที่นี่...

ไทย - มาเลเซีย ปี 1996

ประเดิมปีแรกของศึกชิงแชมป์อาเซียนที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1996 ซึ่งครั้งนั้นไทย ต้องโคจรมาพบกับทีมชาติมาเลเซีย อีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศ หลังห้ำหั่นกันมาในรอบแบ่งกลุ่ม

ทั้งคู่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับเจ้าภาพในครั้งนั้นอย่างสิงคโปร์ หากพูดถึงผลงานในรอบนั้นก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก เพราะไม่รู้จักคำว่าแพ้ทั้งคู่ โดยขุนพล “เสือเหลือง” ประเดิมเกมแรกด้วยการเสมอสิงคโปร์ 1-1 ก่อนจะกดไปอีก 7 ประตูคว้าชัยเหนือฟิลิปปินส์ ในนัดที่สอง

ส่วนไทยที่ลงเล่นนัดแรกก็ถล่ม ฟิลิปปินส์ไปถึง 5-0 ต่อมาชนะบรูไนอีก 6-0 โดย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือช้างศึกคนปัจจุบันก็มีชื่อเป็นผู้ทำประตูในเกมนั้นด้วย ซึ่งในนัดที่ของทั้งคู่เป็นการพบกันครั้งแรกในทัวร์นาเม้นต์นั้น แต่กินกันไม่ลงจบด้วยผลเสมอ 1-1 ก่อนที่เกมสุดท้ายไทยเก็บชัยส่งท้ายเอาชนะ สิงคโปร์ 1-0 เช่นเดียวกับมาเลเซีย ที่เก็บ 3 คะแนนหลังถล่มบรูไน 6-0 แต่ทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์ด้วยสถิติ ชนะ 3 เสมอ 1 จาก 4 เกม ซึ่งทัพ “เสือเหลือง” ชนะ 2 เสมอ 2 เข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม

อย่างไรก็ตามทั้งคู่ได้กลับมาตัดสินกันอีกครั้ง หลังไทย ชนะเวียดนาม ในรอบรองชนะเลิศ เช่นเดียวกันมาเลเซีย ที่ผ่านเข้ารอบแบบสบายๆด้วยการชนะอินโดนเซีย 3-1 ทว่าสุดท้ายเป็นทีมชาติไทยที่คว้าแชมป์อาเซียนไปครอง จากประตูชัยของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และถือเป็นครั้งแรกในรายการนี้อีกด้วย

สิงคโปร์ - เวียดนาม ปี 1998

ทั้งสองทีมทำผลงานได้ดีไม่แพ้กันในรอบแบ่งกลุ่ม หลังผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยคะแนน 7 แต้มเท่ากันจากชัยชนะ 2 นัด และเสมอ 1 นัด แต่ขุนพล “เมอร์ไลออนส์” รั้งจ่าฝูงจากลูกได้เสียที่ดีกว่า และในรอบนั้นการเจอกันของทั้งคู่ก็กินกันไม่ลงจบการแข่งขันแบบไร้สกอร์

เข้าสู่รอบน็อคเอ๊าท์ทีมชาติเวียดนาม ตอกย้ำความสำเร็จสู่เส้นทางแชมป์อย่างน่าลุ้น จากผลชนะไทย 3-0 ส่วนทีมชาติสิงคโปร์ กว่าจะเข้ารอบต่อไปได้เล่นเอาเหนื่อย แต่ก็สามารถเบียดชนะอินโดนีเซีย 2-1 พร้อมเข้าไปชิงกับทัพ “ดาวทอง” ในท้ายที่สุด

โดยการตัดสินแชมป์ครั้งนั้นทั้งคู่ยังโชว์ความแข็งแกร่งสมกับผลงานในรอบที่ผ่านมา แต่สุดท้ายเป็นสิงคโปร์ ที่เด็ดขาดกว่า เฉือนชนะไป 1-0 คว้าแชมป์อาเซียน 1998 ไปครอง

ไทย - อินโดนีเซีย ปี 2000

สำหรับทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าวไทยทำผลงานได้สวยหรู จากการเก็บชัย 3 นัดรวดในรอบแบ่งกลุ่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นการชนะอินโดนีเซีย ไปแบบท่วมท้น 4-1 ส่วนแข้งอิเหนา ผ่านเข้ารอบด้วยตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มชนะ 2 และแพ้ 1 เกม

ผลงานในรอบรองชนะเลิศอินโดนีเซีย ต้องออกแรงเหนื่อยอีกครั้ง หลังพวกเขาเสมอเวียดนาม ในเวลา 2-2 ก่อนจะเอาชนะในช่วงต่อเวลาพิเศษผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ผิดกับทีมชาติไทย ที่ยังคงฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องเดินหน้ายำมาเลเซีย 2-0 จากการทำคนละประตูของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และ ธชตวัน ศรีปาน

ศึกล้างตาที่แข้งอิเหนา หวังสะสางในครั้งก่อนเป็นอันต้องพังทลาย หลังไทยนั่งบัลลังก์จ้าวอาเซียนจากการย้ำชัยได้สำเร็จถล่มเอาชนะอินโดนีเซียไป 4-1 โดย วรวุธ ศรีมะฆะ มีชื่อผู้ทำแฮตทริคในเกมนั้นด้วย

สิงคโปร์ - อินโดนีเซีย ปี 2004

ถือเป็นคู่ชิงอีกคู่ที่ในรอบแบ่งกลุ่มกินกันไม่ลงเสมอกัน 0-0 โดยอินโดนีเซีย เข้ารอบรองชนะเลิศด้วยผลงานสวยหรู ชนะ 3 เสมอ1 จาก 4 เกม ยิงไปถึง 17 ประตู และไม่เสียเลยแม้แต่ลูกเดียวในรอบนั้น ส่วนสิงคโปร์ ชนะ 2 เสมอ 2 ตามหลังแข้งอิเหนา เข้ารอบมาติดๆ

แต่ผลงานในรอบรองชนะเลิศ อินโดนีเซียประเดิมได้ไม่ดีนัก เพราะนัดแรกพวกเขาแพ้ มาเลเซีย 1-2 แต่ก็พลิกกลับมาชนะได้สำเร็จในเกมที่สองเอาชนะไป 4-1 ด้านสิงคโปร์ แม้จะชนะในนัดแรกแต่ก็ไม่ใช่งานง่าย หลังเฉือนเมียนมา 4-3 ต่อมานัดสองจะมาย้ำชัยไปอีก 4-2 ผ่านเข้าไปชิงกับอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตามทั้ง 2 นัดของรอบชิงชนะเลิศขุนพล “เมอร์ไลออนส์” ทำได้ดีกว่าเอาชนะเกมแรก3-1 กุมความได้เปรียบอย่างมาก ก่อนที่นัดตัดสินจะมาตอกย้ำความยอดเยี่ยมด้วยการเฉือนแข้งอิเหนา 2-1 คว้าแชมป์ไปนอนกอด และถือเป็นถ้วยแชมป์อาเซียนสมัยที่ 2 ของสิงคโปร์ในรายการนี้