ยังไม่ตอบโจทย์ ? : สาเหตุที่ฮาเมสอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของ ปีศาจแดง

James Rodriguez Manchester United

จอมทัพทีมชาติโคลอมเบียรายนี้ตกเป็นข่าวเตรียมเก็บกระเป๋าย้ายออกจากเรอัล มาดริดอย่างหนักหลังจบฤดูกาลนี้ และนั่นจึงทำให้เจ้าตัวมีข่าวพัวพันกับทัพปีศาจแดงด้วย อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยู อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมกับเขานัก ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ติดตามได้ที่นี่ 

คงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมคเกอร์ตัวสำรองของทัพราชันชุดขาวรายนี้ มีความสามารถและมีประสิทธิภาพมากพอที่จะก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะชั้นนำของโลกได้แบบสบายๆ

ในฤดูกาลนี้ แม้ว่าเจ้าตัวจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเสียหน่อยเนื่องจากไม่ได้รับโอกาสลงเล่นเท่าที่ควร แต่เขาก็ยังสามารถเค้นฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของเขาออกมาให้เห็นอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่เฉียบแหลม, การผ่านบอลที่คมกริบ และเท้าซ้ายที่เด็ดขาดสุดๆ เรียกได้ว่า คงมีแต่มาดริดเท่านั้นที่กล้าจับเขาไปเป็นตัวสำรอง และนั่นเองที่ทำให้ดาวเตะวัย 25 กะรัตรายนี้เตรียมเก็บกระเป๋าย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก เบอร์นาเบว หลังจบฤดูกาลนี้

คงมีแต่มาดริดเท่านั้นที่กล้าจับเขาไปเป็นตัวสำรอง และนั่นเองที่ทำให้ดาวเตะวัย 25 กะรัตรายนี้เตรียมเก็บกระเป๋าย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก เบอร์นาเบว หลังจบฤดูกาลนี้

มีสโมสรมากมายต่างจับตามองสถานการณ์ของเขาอย่างใกล้ชิด และ 1 ในนั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยมีสื่อแห่งหนึ่งในประเทศบ้านเกิดฮาเมสรายงานว่า ทัพปีศาจแดงใกล้จะปิดดีลนี้ได้แล้ว ขณะที่ในสเปน ก็มีรายงานว่า การย้ายทีมครั้งนี้จะเสร็จสิ้นหลังจากที่เรอัล มาดริด ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

อย่างไรก็ตาม คำถามที่เกิดขึ้นคือ ฮาเมส จะเหมาะกับ แมนฯ ยู จริงๆ หรือ?

ถูกจับเป็นสำรองโดยซีดาน

สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ชัดเจนแล้ว คือฮาเมสน่าจะเป็นซุเปอร์สตาร์รายต่อไป ที่ถูกเรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า 2 มหาอำนาจลูกหนังโละทิ้ง เหมือนกับที่สโมสรเหล่านี้ เคยทำกับ กอนซาโล่ อิกวาอินและ อเล็กซิส ซานเชส

ย้อนกลับไปตอนแรก ฮาเมส ย้ายมาร่วมทัพ ‘โลส บลังโกส’ เมื่อปี 2014 ด้วยค่าตัว 63 ล้านปอนด์หลังจากที่เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฟุตบอลโลกปีนั้น โดยภายใต้การนำของคาร์โล อันเชล็อตติ กองกลางรายนี้สามารถยิงได้ถึง 13 ประตูและทำได้ 13 แอสซิสต์ในฤดูกาลแรก ทว่าในปีถัดมา หลังจาก ราฟาเอล เบนิเตซ เข้ามากุมบังเหียน โอกาสของเขาก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ต่อเนื่องมาจนถึงยุคของ ซิเนอดีน ซีดาน ที่เข้ามาคุมทัพเมื่อปี 2016 กุนซือชาวฝรั่งเศสรายนี้ก็ยังเห็นเขาเป็นตัวสำรองอยู่ดี

James Rodriguez

ยิ่งอยู่มาดริดนานขึ้น ช่วงเวลาของเขาบนม้านั่งสำรองก็นานขึ้นเท่านั้น

ส่วนสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ของเขาเป็นเช่นนี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องของทัศนคติส่วนหนึ่ง รวมถึงฟอร์มที่ดร็อปงไปจากช่วงที่ทำผลงานได้โดดเด่น ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ในวงการลูกหนัง ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงที่เจ้าตัวดร็อปลงไป ทัพราชันชุดขาวก็ได้ คาเซมิโร่ กองกลางชาวบราซิลที่แจ้งเกิดได้แบบเต็มตัว ขึ้นมาเติมเต็มคู่กลางตัวหลักอย่าง โทนี่ โครส และ ลูก้า โมดริช จนเกิดเป็น 3 ประสานในแดนกลางที่แข็งแกร่งมากๆ

เห็นได้ชัดว่า มาดริด ไม่จำเป็นต้องมีเขาอยู่ในทีมก็ได้

ขณะที่ในแดนหน้า ซีดานก็ส่ง 3 ประสาน “BBC” แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดังนั้น มันจึงไม่แปลกที่จะไม่มีที่ว่างสำหรับ ดาวเตะชาวโคลอมเบียรายนี้

บางครั้ง ซีดานก็ใช้การโรเตชั่นนักเตะบ้าง ทว่านั่นก็ยังไม่มีที่ให้โรดริเกซอยู่ดี โดยตำนานทัพตราไก่รายนี้มักจะเลือกใช้งาน อิสโก้ และ มาร์โก อเซนซิโอ มากกว่า อย่างไรก็ตามจากโอกาสที่มีฮาเมส ก็ยังทำสถิติยิงประตูได้ทุกๆ 83 นาทีอยู่ดี แต่มันก็เท่านั้น เห็นได้ชัดว่า มาดริด ไม่จำเป็นต้องมีเขาอยู่ในทีมก็ได้ และแน่นอนว่า การขายเขาเพื่อหาทุนเสริมทีมต่อไปจึงเป็นเรื่องที่ดูเข้าท่าที่สุดแล้ว แถมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เหมือนว่า ฮาเมส ได้ลงเล่นเกมนัดสุดท้ายให้กับทัพราชันชุดขาวไปเรียบร้อยแล้วหลังจากที่เขาหันไปปรบมือให้แฟนๆ ทั้ง 4 ฝั่งของสนามในจังหวะที่ถูกเปลี่ยนตัวออก

สถานการณ์ของฮาเมสนั้นเรียกได้ว่า โชคร้ายจริงๆ แต่กระนั้น หากเจ้าตัวเลือกย้ายไปทีมที่มีสไตล์เหมาะกับเขา บางทีเขาอาจจะเรียกฟอร์มเก่งสมัยปี 2014 กลับมาก็ได้

James Rodriguez

ล่ำลาแฟนๆ แล้วหรือยัง?

สไตล์มูรินโญ

แมนฯ ยู จะเป็นที่ๆ ใช่สำหรับเขาหรือไม่? แน่นอนว่าสำหรับบอร์ดบริหาร ดีลนี้มีความเป็นไปได้สูงทีเดียว เพราะฮาเมสคือนักเตะที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นสุดยอดนักเตะของวงการลูกหนังโคลอมเบีย แถมการเข้ามาของเขาจะต้องช่วยให้เรื่องการตลาดของทัพปีศาจแดงแน่นอน นอกจากนั้น เอเย่นต์ของฮาเมส ก็ไม่ใช่ครที่ไหน แต่เป็น ฆอร์เก้ เมนเดสซุเปอร์เอเย่นต์ของคนในวงการฟุตบอล ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือมูรินโญ ดังนั้นมันจึงมีความเป็นไปได้ ที่เอเย่นต์ผู้นี้ จะเปิดดีลเจรจากับ เอ็ด วู๊ดเวิร์ค รองประธานบริหารของแมนฯ ยู

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในแง่ของแทคติค ก็ยังมีคำถามเกิดขึ้น ว่าจริงๆ แล้ว เขากับเหมาะกับสไตล์ของแมนฯ ยูหรือไม่?

เรื่องดีอย่างหนึ่งคือ มูรินโญ เป็นกุนซือประเภทที่ชอบใช้งานเพลย์เมคเกอร์เลย โดยสมัยที่เขาประสบความสำเร็จกับปอร์โต้ เขาก็มี เดโก้ เป็นจอมทัพ ขณะที่สมัยคุมเชลซี และอินเตอร์ มิลาน ก็มี แฟรงค์ แลมพาร์ด และ เวสลีย์ ชไนจ์เดอร์

ทว่าสำหรับยุคปัจจุบันที่ฟุตบอลได้เปลี่ยนไปแล้ว ฮาเมส จะยังเป็นนักเตะแบบที่มูรินโญชอบหรือไม่? คำถามข้อนี้คงต้องรอดูกันต่อไป