ยอดคนสมองเพชร: 50 สุดยอดผู้จัดการทีมปี 2016 อันดับที่ 12 "ฟิลิป โคคู"

อดีตตำนานทีมชาติฮอลแลนด์ พา พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ป้องกันแชมป์ลีกได้สำเร็จและที่สำคัญครั้งนี้น่าประทับใจกว่าครั้งแรกเยอะ…

เอเรดิวิซี ฮอลแลนด์ ฤดูกาลที่ผ่านมาถือเป็นซีซั่นที่สนุกที่สุดในรอบหลายปี โดย อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เบียดแย่งแชมป์กันจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาลทีเดียว

เอเรดิวิซี ฮอลแลนด์ ฤดูกาลที่ผ่านมาถือเป็นซีซั่นที่สนุกที่สุดในรอบหลายปี โดย อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เบียดแย่งแชมป์กันจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาลทีเดียว

โดยในเดือนมีนาคม พีเอสวีฯ ดันพ่ายเกมสำคัญคาบ้านให้กับ อาแจกซ์ฯ ทำให้พวกเขาถูกทีมดังแห่งอัมสเตอร์ดัม แซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูง ในขณะที่เหลือเกมเตะอีกเพียง 6 นัดเท่านั้น

ตอนนั้น ฟิลิป โคคู กุนซือของทีม ให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าเราชนะอีกหกเกมที่เหลือ เราจะเป็นแชมป์”
 
และสุดท้าย โคคูและลูกทีม ก็ทำได้จริงๆ

ฟิลิป โคคู

โคคูพาทีมแซง อาแจกซ์ฯ อย่างสุดมัน

เอเรดิวิซี ฮอลแลนด์ ฤดูกาลที่ผ่านมาถือเป็นซีซั่นที่สนุกที่สุดในรอบหลายปี โดย อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เบียดแย่งแชมป์กันจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล

รำลึกวันสะใจ

โดยย้อนกลับไปก่อนเกมนัดสุดท้ายของซีซั่น ทั้ง พีเอสวีฯ และ อาแจกซ์ฯ มีคะแนนเท่ากันที่ 81 แต้ม แต่ อาแจกซ์ฯ มีผลต่างประตูได้-เสีย ดีกว่า พีเอสวีฯ 6 ลูก ดังนั้นหากพวกเขาเก็บชัยชนะเหนือ เดอ กราฟสคัป ซึ่งเป็นรองบ๊วยได้ ได้ แชมป์ก็จะอยู่ที่อัมสเตอร์ดัมทันที

อย่างไรก็ตาม ลูกทีมของ แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ทำได้แค่เสมอ เดอ กราฟสคัป 1-1 ขณะที่ พีเอสวี ชนะ พีอีซี ซโวลล์ 3-1 ทำให้สุดท้ายแล้วทีมของ ฟิลิป โคคู ได้เฮเป็นปีที่สองติดต่อกัน ซึ่งพวกเขามีวันนี้ได้ เพราะ โคคู พาทีมชนะหกนัดติดต่อกันตามที่เขาบอกได้จริงๆ

“ถ้าผมไม่เชื่อในตัวเอง ผมจะไม่กล้าบอกคนอื่นหรอก ผมไม่ได้เล่นละครนะ ผมคงทำไม่ได้ถ้าไม่เชื่อแบบนั้น ผมเชื่อว่าเราจะเป็นแชมป์ได้จริงๆ เราจะไปถึงตรงนั้นได้ และวันนี้เราพิสูจน์แล้ว เราทั้งหมดด้วยกันเลย”

และข้อครหาว่า โคคูได้แชมป์ในปีแรก เพราะเขามีนักเตะแบบ เมมฟิส เดปาย(หา? ฮา) และ จอร์จิโอ ไวจ์นัลดุม ก็คงจะหมดลงไปเรียบร้อยแล้ว

ตบยักษ์คว่ำ

ถ้าผมไม่เชื่อในตัวเอง ผมจะไม่กล้าบอกคนอื่นหรอก ผมไม่ได้เล่นละครนะ ผมคงทำไม่ได้ถ้าไม่เชื่อแบบนั้น ผมเชื่อว่าเราจะเป็นแชมป์ได้จริงๆ

- ฟิลิป โคคู

นอกจากนี้ โคคู ยังพิสูจน์ให้เห็นด้วยว่า เงินไม่ใช่ทุกอย่างในโลกลูกหนัง
 
เมื่อ อดีตดาวเตะบาร์เซโลน่า พา ทีมดังแห่งกังหันลม ที่มีมูลค่าแค่ 63 ล้านยูโร ถีบ แมนฯยูไนเต็ด ที่มีค่าตัวนักเตะรวมกันประมาณ 600 ล้านยูโร ตกรอบแชมเปี้ยนลีกได้ โดย พีเอสวีฯ เก็บ 4 คะแนนจากยักษ์ใหญ่เมืองผู้ดี ซึ่งส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับ โคคู เต็มๆ

นอกจากนี้ อดีตกองกลางผู้ติดทีมชาติกว่าร้อยนัด ยังเกือบพาลูกทีมสร้างเซอร์ไพรซ์ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ น่าเสียดายเพียงที่พวกเขาพ่ายจุดโทษในช่วงตัดสินกับ แอตฯมาดริด ที่สุดท้ายเป็นถึงรองแชมป์ไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

ลูเซียโน นาร์ซิงห์, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ปีศาจแดง” โดนตบมาแล้ว

ส่วนหนึ่งของความสำเร็จเกิดจากการทำงานหนัก ที่สำคัญคือ โคคู มีจุดเด่นในเรื่องของการปลุกกระตุ้นลูกทีม โดยหลายครั้งเขามักที่จะมีคำพูดคมๆไว้ให้กับน้องๆในห้องแต่งตัวและในสนามเสมอ

ทั้งยังมีสไตล์การทำทีมที่เน้นความสวยงาม พร้อมกับทำเกมรุกไปข้างหน้าเสมอ เล่นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นสร้างความประทับใจให้กับคอบอลหลายคนทีเดียว

สู่ระดับที่เหนือกว่า

แน่นอนว่า ต่อจากนี้หลายทีมในลีกใหญ่ทั่วยุโรปจะต้องมีชื่อของเขาอยู่ในความสนใจแน่นอน โดย โค้ชวัย 45 ปี สามารถทำทีมให้เล่นเกมรุก พอๆกับเล่นเกมรับ ดังนั้น โคคู น่าจะเข้าได้กับทุกลีกบนโลก

โดยมีข่าวว่า อดีตต้นสังกัดอย่าง “บาร์ซ่า” ก็อยากให้เขาไปรับหน้าที่คุมทีมเบของสโมสร เพื่อตามรอย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการขึ้นเป็นนายใหญ่ “เจ้าบุญทุ่ม” ต่อไป

เช่นเดียวกับหลายทีมในอังกฤษที่ โคคู มักมีข่าวยามเมื่อมีสโมสรใดปลดผู้จัดการทีมก็ตาม ซึ่งหากเขาเข้ามาบนเกาะผู้ดีจริงๆ รับรองว่า จะเพิ่ม

ประสบการณ์ให้ตัวเองได้อีกเยอะทีเดียว…