ยอดคนสมองเพชร: 50 สุดยอดผู้จัดการทีมปี 2016 อันดับที่ 13 "คาร์โล อันเชล็อตติ"

กุนซือรานี้คือผู้ได้รับการนับถือจากคนแทบจะทั้งวงการลูกหนัง เนื่องจากเขาคือผู้ที่ผ่านการคว้าแชมป์มาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก หรือถ้วยอื่นๆ ก็ตาม และในฤดูกาลที่จะมาถึงนี้ อันเชล็อตติก็จะได้พบกับความท้าทายใหม่อีกครั้งในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า ของบาเยิร์น มิวนิค…

ในตอนที่ เป็ป กวาร์ดิโอลา อดีตกุนซือของทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิคตัดสินใจจะโบกมือลาทัพหลังจบฤดูกาล 2015/16 ยอดทีมแห่งเมืองเบียร์ก็กาหัวอันเชล็อตติเป็นกุนซือที่จะเข้ามาสานงานต่อ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก

กุนซืออารมณ์ดีและเป็นสุภาพบุรุษรายนี้ผ่านการคุมทีมยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นยูเวนตุส, เอซี มิลาน, เชลซี, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, เรอัล มารดิด และล่าสุดคือบาเยิร์น มิวนิค มันจึงดูเหมือนว่าเขาเกิดมาเพื่อคุมทีมใหญ่ยังไงยังงั้น

อันเชล็อตติมาสารถพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของตัวเองได้แล้ว เพราะการที่เขาไม่ได้เป็นคนอีโก้สูง ทำให้ทีมของเขามักจะมีบรรยากาศที่ดีเสมอ และไม่ใช่เพียงแค่นักเตะของเขาเท่านั้น แต่แฟนๆ รวมถึงสื่อมวลชลต่างก็ชอบกุนซือชาวอิตาเลี่ยนรายนี้กันทั้งนั้น จนทำให้เราแทบจะหาคนที่ไม่ชอบเขาไม่เจอเลย

คาร์โล อันเชล็อตติ, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ถ้าหากโรนัลโด้นับถือคุณ คุณก็สบายใจได้เลยว่าคุณมาถูกทางแล้ว

แม้ว่าอันเชล็อตติจะไม่ได้คุมทีมไหนตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ทว่าด้วยผลงานในอดีตของเจ้าตัว ก็ต้องยอมรับว่าเขาสมควรแล้วที่จะอยู่อันดับต้นๆ ของรายชื่อกุนซือที่ดีที่สุดของโลก

แสงสว่างเหล่านั้น

อันเชล็อตติมาสารถพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของตัวเองได้แล้ว เพราะการที่เขาไม่ได้เป็นคนอีโก้สูง ทำให้ทีมของเขามักจะมีบรรยากาศที่ดีเสมอ

อันเชล็อตติเริ่มต้นเส้นทางผู้ฝึกสอนกับสโมสรเรจจินา ที่เขาพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จในปี 1996 และจากความสำเร็จนี้ ทำให้สโมสรปาร์มาตัดสินใจดึงตัวเขาไปร่วมถิ่น  สตาดิโอ เอนนิโอ ทาร์ดินี่ ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย เมื่อพาทีมคว้าอันดับ 2 ในลีก ตามหลังยูเวนตุสเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น

หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้โอกาสย้ายมานั่งแท่นกุนซือใหญ่ของยอดทีมแห่งเมืองตูริน อย่างยูเวนตุส ทว่าตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เขาอยู่กับทีมกลับไม่ค่อยดีเอาเสียเลย ผลงานของเขาย่ำแย่จนถึงขั้นโดนแฟนบอลชูป้ายขับไล่ว่า “คุณไม่สามารถเอาหมูมาเป็นโค้ชฟุตบอลได้! ออกไป!” ทว่ามันก็ไม่สามารถทำให้เอซี มิลานเบือนหน้าหนีกุนซือรายนี้ เพราะทีมปีศาจแดงดำคือผู้ที่รับอันเชล็อตติไปใช้งานต่อ แทนที่ของกุนซือคนเดิมอย่าง ฟาติห์ เตริมในปี 2001

กุนซือรายนี้เหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง เพราะเขาทำผลงานได้ราวกับเป็นเทพลงมาจุติอะไรอย่างนั้น กุนซือชาวอิตาเลี่ยนรายนี่สามารถพาพลพรรครอสโซเนรีคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 สมัย, แชมป์ลีก 1 สมัย และ บอลถ้วยอีกสมัย ตลอดระยะเวลา 8 ปี โอยที่ในยุคของเขานั้น มีสตาร์อยู่ในทีมอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นอังเดร ปีร์โล,         กาก้า, รุย คอสต้า และ อังเดร เชฟเชงโก้ ซึ่งทุกคนล้วนแต่โชว์ฝีเท้าออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คาร์โล อันเชล็อตติ, มิลาน

อันเชล็อตติชูถ้วยบิ๊กเอียร์ฉลองแชมป์ในปี 2007

หลังจากนั้น อันเชล็อตติก็ย้ายไปคุมทัพในอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งเขาก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ทั้ง 2 ประเทศกับเชลซีและปารีส ตามด้วยการย้ายไปคุมทัพเรอัล มาดริด ยอดทีมแห่งสเปนในปี 2013 ซึ่งนี่คืองานสุดท้ายของเจ้าตัวจนถึงตอนนี้ และแล้วเจ้าตัวก็ทำได้อีกครั้ง เพราะเขาพาทีมราชันชุดขาวคว้าตำแหน่งจ้าวยุโรปได้สำเร็จตั้งแต่ฤดูกาลแรก แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากคว้าแชมป์ยุโรป เขาได้ทำทีมต่ออีกแค่ 12 เดือนเท่านั้น เพราะกุนซือรายนี้ก็มาถูกไล่ออกในช่วงหน้าร้อนปี 2015

ขาดแคลนแชมป์ในประเทศ

สิ่งหนึ่งที่อันเชล็อตติโดนวิจารณ์อย่างหนักก็คือ การที่เขาคว้าแชมป์ลีกได้เพียงแค่ 3 แชมป์เท่านั้นตลอด 20 ปีที่นั่งแท่นกุนซือมาแม้ว่าแต่ละทีมที่ผ่านมือเขามานั้นจะเป็นทีมใหญ่ที่มีคุณภาพดีพอที่จะเป็นแชมป์ก็ตาม ดังนั้นด้วยผลงาน 3 ถ้วยในช่วง 20 ปี จึงดูจะเป็นผลงานที่ค่อนข้างน่าผิดหวังไปเล็กน้อย

แอ็คชั่นของอันเชล็อตติ

บ็อบ ไพส์ลีย์ คืออีก 1 กุนซือที่สามารถคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์แห่งยุโรปได้ 3 สมัย ขณะที่สำหรับอันเชล็อตติ เขามีโอกาสที่จะแซงหน้าอดีตกุนซือลิเวอร์พูลรายนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เนื่องจากสไตล์การทำทีมของกุนซือวัย 57 ปีรายนี้ดูจะเหมาะกับฟุตบอลยุโรปมากกว่าการไล่ล่าคว้าแชมป์ในประเทศ

ด้วยเหตุนี้เขาจึงนับว่าเป็นกุนซือที่ไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งด้วยความสามารถในการพาทีมจากประเทศต่างๆ คว้าแชมป์ได้โดยตลอด มันทำให้เขาก็ยังจะตกเป็นที่ต้องการของบรรดายักษ์ใหญ่ในยุโรปต่อไปอย่างไม่ต้องสงสัย