ยอดคนสมองเพชร: 50 สุดยอดผู้จัดการทีมปี 2016 อันดับที่ 15 "เอ็ดการ์โด้ เบาซ่า

หลังจากที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพาเซา เปาโล เข้าถึงรอบรองชนะเลิศโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ยากลำบาก กุนซือวัย 58 ปีก็ได้กลายเป็นตัวเต็งกุนซือทีมชาติอาร์เจนติน่าคนต่อไป

ในฤดูกาลแรกของเขากับเซา เปาโล เอ็ดการ์โด้ เบาซ่า ได้ช่วยให้ โอ ตริโคลอร์ กลับมาค้นพบตัวเองเจออีกครั้ง ด้วยฟอร์มอันแข็งแกร่งและยากจะเอาชนะ จนทำให้ทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ได้ทั้งที่ไม่มีการเสริมทัพสักราย

"เกือบทุกประเทศ ทีมๆหนึ่งมักจะเล่นกัน 45-55 เกมต่อฤดูกาล" เบาซ่ากล่าว "แต่ในบราซิลนั้นจะมีทัวร์นาเม้นต์ของแต่ละรัฐด้วยทำให้เราต้องเล่นกัน 75-80 เกมเลยทีเดียว มันทำให้คุณต้องเปลี่ยนวิธีการซ้อมใหม่ และมันก็เป็นเรื่องยากกว่าเดิมที่จะรักษาความสม่ำเสมอ เนื่องจากมีนักเตะบาดเจ็บกันมาก"

"แต่ผมก็เป็นคนที่คลุกคลีกับวงการฟุตบอลมานาน ทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับสโมสรใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ผมออกจากบ้านมาสนามซ้อมและจากสนามซ้อมกลับไปบ้านโดยคิดแต่เรื่องเดียวคือฟุตบอล ไม่เคยคิดถึงเรื่องอื่นเลย"

Edgardo Bauza

เบาซ่าติวเข้มลูกทีมที่ข้างสนาม

ไอ้ตีนโต

เบาซ่าได้เปลี่ยนระบบ 4-4-2 ที่ตัวเองใช้อยู่เป็นประจำมาเป็น 4-2-3-1 ทำให้กานโซ่มีอิสระในการเล่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ โจนาธาน คัลเลรี่ ที่เคยถูกโบคา จูเนียร์ส โละทิ้ง กลายมาเป็นหนึ่งในสุดยอดกองหน้าของอเมริกาใต้

อดีตกองหลังผู้มีฉายาว่า เอล ปาตัน (ไอ้ตีนโต) จากขนาดรองเท้าเบอร์ 13.5 ของเขาคือผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเกมรับที่แน่นหนายากแก่การเสียประตู แต่การนำสไตล์นี้มาใช้ในบราซิลซึ่งเป็นประเทศที่เน้นเกมรุกนั้นน่าจะเป็นความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของเจ้าตัวเลยทีเดียว และเขาก็ทำสำเร็จ

เบาซ่าได้เปลี่ยนระบบ 4-4-2 ที่ตัวเองใช้อยู่เป็นประจำมาเป็น 4-2-3-1 ทำให้กานโซ่ที่เพิ่งย้ายไปเซบีญ่ามีอิสระในการเล่นมากขึ้น นอกจากนี้เจ้าตัวยังช่วยให้ โจนาธาน คัลเลรี่ ที่เคยถูกโบคา จูเนียร์ส โละทิ้ง กลายมาเป็นหนึ่งในสุดยอดกองหน้าของทวีปอเมริกาใต้ และเป็นดาวซัลโวสูงสุดของโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ด้วยจำนวน 9 ประตู

แม้ว่าจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่รอบแรก แต่พวกเขาก็ยังทะลุเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่ผลงานดีที่สุดของบราซิลในรอบนี้ ทั้งที่โครินเธียนส์กับแอตเลติโก มิไนโร่ มีทีมที่แข็งแกร่งกว่า

เขาถูกบีบให้ต้องสร้างทีมใหม่หลังจากที่เสีย โรเจริโอ เซนี่, หลุยส์ ฟาเบียโน่ และ อเล็กซานเดร ปาโต้ แถมในรอบแบ่งกลุ่มก็มีแชมป์เก่าอย่างริเวอร์เพลทและเดอะ สตรองเกสต์ จากโบลิเวีย ที่มีสนามอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,500 เมตรอยู่ด้วย นั่นทำให้หลายคนให้ความเห็นว่าอย่างเก่งก็แค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ลืมเรื่องรอบตัดเชือกไปได้เลย 

Alexandre Pato

ถึงปาโต้จะย้ายมาเชลซี แต่ก็ไม่สามารถเค้นฟอร์มสมัยอยู่เซา เปาโล ออกมาได้เลย

ความจริงแล้วเซา เปาโล น่าจะไปได้ไกลกว่านี้ ถ้าไม่มีการตัดสินแบบค้านสายตาในเกมกับแอตเลติโก นาซิอองนาล ทั้งสองเลก ซึ่งรวมถึงการโดน 3 ใบแดงและไม่ให้จุดโทษด้วย "พวกเขาส่งกรรมการที่เคยโดนแบน 8 เดือนมาตัดสิน และทุกคนก็เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น" เบาซ่าระเบิดอารมณ์ "ถ้าผมบอกคุณว่าผมคิดอะไรอยู่ ผมคงโดนแบนไป 20 เกมแล้วล่ะ" 

สร้างประวัติศาสตร์

นอกจากเคยคว้าแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส 2 สมัยกับ 2 สโมสรที่แตกต่างกัน (ลีกา เด กีโต และ ซาน ลอเรนโซ่) เบาซ่ายังเป็นชาวอาร์เจนไตน์คนแรกที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ 4 ครั้งกับ 4 สโมสรที่แตกต่างกันอีกด้วย

แต่มันก็คงยากที่เขาจะได้แชมป์โคปากับเซา เปาโล เนื่องจากตอนนี้เจ้าตัวกลายเป็นตัวเต็งที่จะเข้ามารับงานแทน เคราร์โด้ มาร์ติโน่ กุนซือทีมชาติอาร์เจนติน่าที่ลาออกไป

Victor Cuesta, Lucas Biglia

อาร์เจนติน่าระส่ำหนักหลังจากพ่ายชิลีในนัดชิงโคปา อเมริกา

หลายคนอาจไม่อยากเสี่ยงโดยไม่จำเป็น แต่ผมไม่รังเกียจที่จะจมปลักกับทีมชาติอาร์เจนติน่า เพราะผมเองก็เกิดมาจากโคลนตม

- เอ็ดการ์โด้ เบาซ่า

อย่างไรก็ตามสำหรับเขาแล้ว มันคงไม่มีอะไรน่าประหลาดใจเท่ากับการได้เห็นชื่อตัวเองอยู่ในลิสต์กุนซือทีมชาติบราซิลที่จะเข้ามาแทนดุงก้าอีกแล้ว "ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้อ่านรายชื่อนั้น แต่ผมรู้ว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นคนอาร์เจนติน่าคุมทีมชาติบราซิล มันเป็นไปไม่ได้พอๆกับที่ได้เห็นติเต้ (โค้ชทีมชาติบราซิลคนใหม่) คุมอาร์เจนติน่านั่นแหละ" เขายักไหล่

แม้ว่าจะมีความสัยสนอลหม่านในสมาคมฟุตบอลอาร์เจนติน่า, การเลิกเล่นให้ทีมชาติของเมสซี่ และความเจ็บปวดจากการร้างราความสำเร็จมา 23 ปี ซึ่งเบาซ่าก็ได้แย้มว่าเขาสนใจที่จะมาเป็นผู้จัดการทีมชาติ "หลายคนอาจไม่อยากเสี่ยงโดยไม่จำเป็น แต่ผมไม่รังเกียจที่จะจมปลักกับทีมชาติอาร์เจนติน่า เพราะผมเองก็เกิดมาจากโคลนตม"