ยอดคนสมองเพชร: 50 สุดยอดผู้จัดการทีมปี 2016 อันดับที่ 20 "มาร์เซโล กายาร์โด้"

อดีตซูเปอร์สตาร์ของริเวอร์เพลตกลับมาช่วยต้นสังกัดเก่าในฐานะกุนซือของทีมตั้งแต่ปี 2014 พร้อมนำทีมทวงคืนความยิ่งใหญ่ผงาดคว้าแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส คัพ การทำงานของเขาดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ตอนนี้เขากำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่… 

เอล มูเนโก้” สร้างชื่ออย่างรวดเร็วนำริเวอร์เพลตคว้าแชมป์ถึง 4 รายการในเวลาเพียง 1 ปี จนได้รับการยกย่องให้เป็นเทรนเนอร์หนุ่มไฟแรงและมีอนาคตสดใสที่สุดคนหนึ่งของวงการ

เราน่าจะได้เห็นอะไรดีๆอีกหลายอย่างจากเขา เพราะเขาเป็นผู้จัดการทีมที่กระหายในชัยชนะอยู่ตลอดและกล้าเปลี่ยนแปลงทีมเพื่อชัยชนะอีกด้วย

อย่างไรก็ดี นายใหญ่วัย 40 กะรัต กลับไม่ยอมหยุดนิ่ง แถมยังเลือกพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราน่าจะได้เห็นอะไรดีๆอีกหลายอย่างจากเขา เขาเป็นผู้จัดการทีมที่กระหายในชัยชนะอยู่ตลอดและกล้าเปลี่ยนแปลงทีมเพื่อชัยชนะอีกด้วย

“อย่าลืมว่าริเวอร์เพลตเจอปัญหาหลายอย่างเล่นงานตลอด 7 ปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้เรามีโอกาสแก้ไขสิ่งเหล่านี้ให้ถูกต้องและพาสโมสรกลับมาอยู่ในระดับที่ควรจะเป็นอีกครั้ง” เฮ้ดโค้ชชาวอาร์เจนไตน์กล่าว

Marcelo Gallardo

กายาร์โด้คว้า 4 แชมป์กับริเวอร์เพลตในฤดูกาล 2015

กายาร์โด้ กับ กวาร์ดิโอลา

กายาร์โด้มุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องของแทคติคและการใช้จิตวิทยากับนักเตะ จนทำให้เขาถูกยกไปเปรียบเทียบกับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือชื่อก้องโลกผู้เกิดวันเดียวกัน(18 มกราคม)แต่มีอายุมากกว่า 5 ปี

ทรนเนอร์เลือดฟ้าขาวกลับต้องเสียผู้เล่นสำคัญที่ตัดสินใจย้ายทีมหลายคน ทั้ง รามิโร ฟูเนส โมริ, มาติอัส คราเนวิตเตร์, คาร์ลอส ซานเชส และ ตีโอ กูเตียร์เรส ซึ่งตอนนี้เขายังไม่สามารถหาแข้งใหม่เข้ามาทดแทนได้เลย

ริเวอร์เพลตทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา หลังออกสตาร์ทด้วยการคว้าแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ต่อด้วยผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์สโมสรโลกที่ญี่ปุ่นก่อนแพ้บาร์เซโลนา 0-3 แต่ข่าวร้ายกว่านั้นคือเทรนเนอร์เลือดฟ้าขาวกลับต้องเสียผู้เล่นสำคัญที่ตัดสินใจย้ายทีมหลายคน ทั้ง รามิโร ฟูเนส โมริ, มาติอัส คราเนวิตเตร์, คาร์ลอส ซานเชส และ ตีโอ กูเตียร์เรส ซึ่งตอนนี้เขายังไม่สามารถหาแข้งใหม่เข้ามาทดแทนได้เลย

ทว่าล่าสุดดูเหมือนพวกเขากำลังเจอความท้าทายครั้งใหม่ หลังเกิดพลาดท่าถูก อินเดเพนเดนเต้ เดล บาลเล่ ทีมรองบ่อนเขี่ยตกรอบในศึกโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส คัพ แบบพลิกล็อค ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำผลงานดีผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกโคปา ซูดาเมริกานา เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน

อย่างไรก็ตาม แฟนบอลริเวอร์เพลตยังคงสนับสนุนและให้กำลังใจทีมรักอย่างเหนียวแน่น เพราะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของทีมนั่นเอง กายาร์โด้แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่โค้ชที่ยึดติดกับแผนการเล่นแบบใดแบบหนึ่ง แต่เขาชอบให้ลูกทีมบีบกดดันคู่แข่ง แย่งบอลคืน และ เปิดเกมรุกใส่ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

ผู้นำการเปลี่ยนแปลง

นี่คงถึงเวลาผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ของริเวอร์เพลตและคงเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นแนวทางการทำทีมอันทันสมัยของกายาร์โด้

นอกจากบรรดาแข้งตัวหลักหลายคนที่ย้ายออกจากทีม ผู้เล่นอย่าง มาร์เซโล บาโรเวโร่(คลับ เนกาซ่า), เอแดร์ อัลบาเรซ บาลันต้า(บาเซิล) และ ลิโอเนล แวนจิโอนี(มิลาน) ต่างก็เก็บกระเป๋าย้ายทีมเช่นกัน ดังนั้นนี่คงถึงเวลาผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ของริเวอร์เพลตและคงเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นแนวทางการทำทีมอันทันสมัยของกายาร์โด้

หลังจากเหล่าผู้เล่นซูเปอร์สตาร์ที่ทีมทุ่มเงินซื้อตัวมาร่วมทีมยังทำผลงานได้ไม่ดี เขาตัดสินใจหันไปใช้บริการแข้งราคาย่อมเยาว์แทนและดูเหมือนว่ามันได้ผลดีกว่าด้วยซ้ำ นายใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์คาดหวังให้ทีมกลับมาเล่นสไตล์เดิมเหมือนในอดีต เพราะมันจะทำให้พวกเขาดึงประสิทธิภาพสูงสุดในตัวนักเตะออกมาได้

ท้ายที่สุดผลงานจะเป็นคำตอบของทุกอย่าง หลังตอนนี้หลายอย่างกำลังดำเนินไปได้ดีเกินคาด แต่สิ่งที่กายาร์โด้ต้องการมันมากกว่านั้น

Pep Guardiola

นิวกวาร์ดิโอลา?

“มาร์เซโลคือคนที่เกิดมาเพื่อชัยชนะอย่างแท้จริง เขารู้ว่าคุณไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เพียงแค่ขู่หรือทำหน้าตาน่ากลัวใส่ ดังนั้นคุณต้องเล่นให้ดีกว่าเขา”

- อัลบาโร่ เรโคบ้า

“มาร์เซโลคือคนที่เกิดมาเพื่อชัยชนะอย่างแท้จริง เขารู้ว่าคุณไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เพียงแค่ขู่หรือทำหน้าตาน่ากลัวใส่ ดังนั้นคุณต้องเล่นให้ดีกว่าเขา” อัลบาโร่ เรโคบ้า กล่าวเอาไว้ในอัตชีวประวัติของกายาร์โด้

คงไม่มีใครกล้าเถียงว่า กายาร์โด้คือผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงตัวจริง แต่ความสำเร็จตั้งแต่เริ่มต้นนั้นแค่ช่วยให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังเท่านั้น เพราะตอนนี้เขากำลังจะเจอกับบทพิสูจน์ที่แท้จริงในฐานะผู้ฝึกสอนที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ไม่ว่าเขาจะจัดการปฏิวัติฟุตบอลของริเวอร์เพลท, ทีมชาติอาร์เจนตินา หรือที่ไหนก็แล้วแต่แต่สำหรับการเปรียบเทียบกายาร์โด้เป็นกวาร์ดิโอลาแห่งอเมริกาใต้นั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงแม้แต่น้อย