ยอดคนสมองเพชร: 50 สุดยอดผู้จัดการทีมปี 2016 อันดับที่ 35-31

อดีตดาวยิงขอสเปอร์สและเวสต์แฮม, 1 ในกุนซือที่ไฟแรงที่สุดของวงการ และกุนซือหน้าใหม่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก

Words: Gregor Macgregor, Jonathan Harding, Tom Kundert, James Eastham.

35. เซอร์เก เรบรอฟ (ดินาโม เคียฟ)

หากวันนั้น ยาย่า ตูเร่ ไม่ยิงประตูแล้วละก็ ไม่แน่ว่าป่านนี้ชื่อของ เรบรอฟ อาจจะโด่งดังทั่วยุโรปอีกครั้งก็เป็นได้  โดยปีนี้ อดีตดาวยิงสเปอร์ส พา เคียฟ ไปไกลถึง รอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนลีก ก่อนยุติเส้นทางด้วยฝีเท้าของ แมนฯซิตี้ ดังที่กล่าวข้างต้น

ส่วนผลงานในลีกนั้น เรบรอฟ พาทีมป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกครั้ง ชนิดที่แพ้ใครตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งนั่นจะทำให้ เขาและลูกทีมมีโอกาสที่จะกลับไปแก้ตัวอีกครั้งในเวทียูซีแอล

บางครั้งในตอนที่ผมออกจากสนามตอนเที่ยงคืน เซอร์จี้ยังคงอยู่ที่สนามเพื่อดูเกมของคู่แข่ง เขาเป็นชายหนุ่มที่มีครอบครัวแล้ว ทว่าเขาก็ยังทุ่มเท่ให้สโมสรเสมอ

- ไอฮอร์ ซูร์คิส ประธานสโมสร ไดนาโม เคียฟ

โดยก่อนหน้านี้ อดีตดาวเตะเวสต์แฮม เคยมีโอกาสได้ไปเรียนรู้จาก เคอร์บาน เบิร์ดเยฟ สมัยที่ เรบรอฟ ยังค้าแข้งในรัสเซียที่พวกเขาคว้าแชมป์  รัสเซี่ยน พรีเมียร์ลีก ด้วยกัน นอกจากนี้ ยังเคยไปฝึกฝนฝีมือกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ มานูเอล เปเยกรินี่ มาแล้ว

โดยเฉพาะกับ เปเยกรินี่ ที่ เรบรอฟ เคยไปชมการฝึกซ้อมของทัพ แมนฯซิตี้ ในช่วงปลายปี 2015 มาแล้ว น่าสงสัยเพียงที่ อดีตตำนานทีมชาติยูเครน ไม่ได้จดไว้ว่า ยาย่า ตูเร่ ชอบยิงโค้งๆแบบนั้นหรอ

34. มาร์คุส ไวน์ซีเริล (ชาลเก้ 04)

กุนซือวัย 41 ปี ถือเป็นเทรนเนอร์รุ่นใหม่ไฟแรงอีกคนของวงการลูกหนังเมืองเบียร์

โดยปีที่แล้ว ถือว่าเป็นปีที่ ไวน์ซีเริล ได้พัฒนาขึ้นอย่างมาก หลังจากต้องรับมือกับศึกรายการสำคัญถึง 3 ถ้วย.

คุณไม่มีทางเอาชนะเอาส์บวร์กได้ 5-0 ผมชอบวิธีการที่เขาจัดการกับงานของตัวเอง และไม่ยอมปล่อยให้ความตื่นเต้นครอบงำ เอาส์บวร์กเป็นทีมที่มีความพิเศษมากๆ ในเยอรมัน

- เจอร์เก้น คล็อปป์, กุมภาพันธ์ 2016

ในบุนเดสลีก้า เอาก์สบวร์ก เบียด สตุ๊ตการ์ท และ แวร์เดอร์ เบรเมน จนรอดตกชั้นได้สำเร็จ ส่วนในยูโรป้า ลีกนั้น พวกเขาแพ้ “รองแชมป์” อย่าง ลิเวอร์พูล แบบฉิวเฉียดเท่านั้น

ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ไม่เลวสำหรับทีมที่ลุยยุโรปเป็นครั้งแรก ทั้งยังมีมูลค่านักเตะในทีมเฉลี่ยนคนละ 2 ล้านยูโรเท่านั้น

และปีหน้า ไวน์ซีเริล จะได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองกับทีมที่ใหญ่กว่าอย่าง ชาลเก้ 04 ซึ่งต้องติดตามว่า ฤดูกาลหน้า โค้ชชาวดอยช์คนนี้ จะสร้างชื่อได้อีกมากน้อยเพียงใด

33. เฟร์นานโด ซานโตส (โปรตุเกส)

ซานโตส เพิ่งได้เกียรติยศชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิตเมื่อไม่กี่วันมานี้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เขาเคยคุมแค่ทีมยักษ์ใหญ่ของ โปรตุเกส และ กรีซ เท่านั้น

โดย กุนซือวัย 61 ปี ผ่านประสบการณ์คว้าแชมป์ลีกเพียงครั้งเดียวกับ ปอร์โต้ เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว และมีบอลถ้วยติดตัวอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะเข้าคุมประเทศบ้านเกิดในเดือนกันยายน ปี 2014

”เขาเป็นเพียงกุนซือไม่กี่คนที่มอบความมั่นใจให้กับผม ซึ่งผมจำเป็นต้องใช้มันมากๆ ดังนั้นเขาสมควรแล้วที่จะได้รับความเคารพจากผมตลอดไป”

- ริคาร์โด้ กวาเรสม่า

“ผมเชื่อว่าเรามีคุณภาพพอที่จะคว้าแชมป์ยุโรป” ซานโตส กล่าวในวันเปิดตัว

ก่อนที่ อดีตกุนซือทีมชาติกรีซ จะทำสำเร็จจริงๆ แม้ผลงานของ โปรตุเกส จะชนะในเวลาได้เพียงเกมเดียวก็ตาม ซึ่งเอาเข้าจริงถือว่า ซานโตส มีความเชื่อมั่นในลูกทีมอย่างมาก เพราะขนาดไม่สามารถชนะใครได้ในรอบแรก เขายังประกาศออกสื่อว่า จะพาทีมไปถึงรอบชิงฯได้

“ผมบอกครอบครัวแล้วว่าผมจะกลับบ้านในวันที่ 11 กรกฎาคม” อดีตเทรนเนอร์เบนฟิก้า กล่าว หลังจบเกมที่เสมอกับ ฮังการี่ 3-3

และสุดท้าย เขาก็ทำสำเร็จได้จริงๆ ซึ่งเราต้องยกเครดิตให้กับความยอดเยี่ยมในเชิงจิตวิยา แท็คติคและความเชื่อมั่นในลูกทีมของ ซานโตส โดย กุนซือมือเก๋า ใช้ผู้เล่นเอาท์ฟิตทั้ง 20 คนที่เรียกมาครบทั้งหมด

และนี่คือกุนซือประวัติศาสตร์ของโปรตุเกสไปตลอดกาล

32. โคล้ด ปูแอล (เซาแธมป์ตัน)

นายใหญ่คนใหม่ของ “นักบุญ” พา นีซ จบอันดับที่ 4 ของลีกเอิงในฤดูกาลที่แล้ว พร้อมกับทำให้ทีมเล็กๆแห่งฝรั่งเศสได้ลุย ยูโรป้า ลีก ในปีหน้า

โดยระบบที่ ปูแอล ใช้กับ นีซ คือ 4-1-2-1-2 ซึ่งนายใหญ่เลือดน้ำหอม ชอบให้ลูกทีมของเขาครองบอลเป็นหลัก ทั้งยังชอบให้ทีมเล่นบอลสวยงามอีกด้วย

“สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับพวกนักเตะตัวรุกนะหรอ? การที่พวกเขามีเวลาให้คิดไง ดังนั้นกับปูแอลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโค้ชฟิตเนสให้ผมสมัยที่อยู่กับโมนาโก ผมต้องซ้อมแล้วซ้อมอีก ซ้อมอย่างหนัก เพราะผมไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการทำประตู”

- เธียร์รี่ อองรี

นอกจากนี้ ปูแอล ยังทำให้ ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา กลับชาติมาเกิดได้ ทั้งๆที่เกือบหมดอนาคตอดีตดาวรุ่งชื่อดังไปแล้ว

สำหรับผลงานส่วนตัวนั้น ปูแอล เคยทำ โมนาโก คว้าแชมป์ลีกเอิงได้ 1 ครั้งเท่านั้น แต่ที่ผ่านมา ฝีมือการคุมทีมของเขาก็เป็นที่ยอมรับอย่างสูงในฝรั่งเศส ไม่ว่าจะกับ ลีลล์ หรือ ลียง

และปีหน้า บททดสอบใหม่ในชีวิตของกุนซือวัย 54 ปีจะเริ่มขึ้น…

31. โรเจอร์ ชมิดท์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น)

ชมิดท์ พา “ห้างขายยา” จบอันดับ 3 ในบุนเดสลีก้า เมื่อซีซั่นที่แล้ว โดย เทรนเนอร์วัย 49 ปีพาทีมคว้าชัยได้ถึง 7 จาก 8 เกมสุดท้ายของฤดูกาล

ผลงานที่เด่นๆของเขาก็คือ การปั้นนักเตะขึ้นมาหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ฮาคาน คัลฮาโนกลู ที่ ชมิดท์ เค้นฟอร์มสุดยอดออกมาได้ เช่นเดียวกับการทำให้ โจนาธาน ทาห์ และ ยูเลี่ยน บรันด์ท ติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ได้

“เมื่อคุณเห็นความคลั่งไคล้ในฟุตบอลของเขาทุกวันๆ, วิธีการที่เขาพูดกับทีม, โปรแกรมฝึกซ้อม, และวิธีที่เขาพยายามพัฒนานักเตะทุกๆ คน มันทำให้เรารู้สึกได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

- โยนาส โบลดท์, ผู้จัดการทั่วไปไปเออร์ เลเวอร์คูเซน

และที่สำคัญที่สุด ยอดโค้ชชาวเยอรมัน รีดฟอร์มเก่งของ ดาวยิงความมั่นใจตกอย่าง ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ โดย อดีตขวัญใจเด็กผี ยิงไปถึง 26 ลูกจาก 43 เกมที่ลงเล่นให้กับ เลเวอร์คูเซ่น

และปีหน้า ชมิดท์ จะได้รับโอกาสแก้ตัวอีกครั้งในศึกยูซีแอล หลังเขาไม่สามารถพาทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้ และเชื่อได้เลยว่า ครั้งนี้ ชมิดท์ และลูกทีม จะกลับมาแกร่งกว่าเดิมแน่นอน