ยอดคนสมองเพชร: 50 สุดยอดผู้จัดการทีมปี 2016 อันดับที่ 4 : โชเซ่ มูรินโญ่

ยังคงอยู่ในอันดับต้นๆในปีนี้ ทั้งที่เจอกับหายนะที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ อย่างไรก็ตามโชเซ่ได้กลับมาแล้ว และใครล่ะจะกล้าพนันตรงข้ามเขาที่แมนเชสเตอร์?

เขาคงไม่อยากยอมรับนัก แต่การที่ได้นั่งเอกเขนกในออฟฟิศที่ตัวเองใฝ่ฝันถึงมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องขอบคุณ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ให้มากๆที่ทำให้ได้มาอยู่ตรงจุดนี้

ถ้าเป็นปีอื่น การที่แชมป์เก่าตกต่ำจนน่าใจหายแบบเชลซีเมื่อฤดูกาลก่อนน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ประจำฤดูกาลได้เลยทีเดียว แต่เป็นเพราะความยอดเยี่ยมของรานิเอรี่ที่สามารถพาเลสเตอร์คว้าแชมป์ชนิดหักปากกาเซียนทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในถิ่นลอนดอนตะวันตกรวมถึงเครดิตเก่าๆของมูรินโญ่เอง ทำให้มันดูจิ๊บจ๊อยไปเลย แถมมันยังทำให้เจ้าตัวได้งานที่ตัวเองปรารถนาอย่างไม่ปิดบังมาตลอดนับตั้งแต่พาปอร์โต้บุกมาทำแสบที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในปี 2004 อีกด้วย ต้องขอบคุณเคลาดิโอจริงๆ

ปีแห่งความน่าหงุดหงิด

การที่ได้นั่งเอกเขนกในออฟฟิศที่ตัวเองใฝ่ฝันถึงมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องขอบคุณ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ให้มากๆ

 อย่างไรก็ตามการที่ยอดโค้ชชาวโปรตุกีสอันดับหล่นลงมาจากที่ 1 ในปีที่แล้วก็เพราะเหตุผลเดียว นั่นก็คือการที่ทีมของเขาฟอร์มหลุดแบบน่าเกลียดเมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งรวมถึงการยืมตัว ราดาเมล ฟัลเกา ที่ไร้ประโยชน์, "3 คนทรยศ" อย่าง ดีเอโก้ คอสต้า, เอเด็น อาซาร์ และ เชสก์ ฟาเบรกาส รวมถึงคดีกับหมอ เอวา การ์เนโร่ ที่เข้ามาผสมปนเปกันด้วย

ซึ่งแต่ละปัญหา มันก็กระทบกระเทือนต่อการอำนาจแบบรวมศูนย์ของมูรินโญ่ เพราะการที่เชลซีคว้าแชมป์ในปีก่อนหน้านั้นได้เป็นเพราะคาแรคเตอร์ของเขาเพียวๆ ดังนั้นการที่เจ้าตัวน็อตหลุดยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดหายนะเร็วขึ้น จนในที่สุด โรมัน อบราโมวิช ต้องปลดเขาในเดือนธันวาคม และสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็ดูจะเงียบสงบขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

Jose Mourinho, Chelsea

การออกของมูรินโญ่ทุกครั้งมักจะทิ้งเชื้อไฟไว้ให้เสมอ

เวลาผ่านไป 6 เดือน โชเซ่ก็ได้หวนคืนสู่วงการด้วยความมั่นใจก่อนจะย้ายข้ามฟากไปยังทีมคู่ปรับที่มีงบประมาณก้อนโต พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายด้วยบุคลิกที่มั่นใจ

"ผมต้องการทุกอย่าง" เขากล่าวในการเปิดตัวกับถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ดูเหมือนว่าเขาไม่เคยหายไปไหนเลยจริงๆ

ต้นร้ายปลายดี

เวลาผ่านไป 6 เดือน โชเซ่ก็ได้หวนคืนสู่วงการด้วยความมั่นใจก่อนจะย้ายข้ามฟากไปยังทีมคู่ปรับที่มีงบประมาณก้อนโต พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายด้วยบุคลิกที่มั่นใจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมาของมูรินโญ่ถือเป็นจุดผกผันอันน่าสนุกของวงการฟุตบอล เมื่อเจ้าตัวได้งานในฝันทั้งที่ชีวิตมาถึงจุดตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงก่อนคุมปอร์โต้

อย่างไรก็ตามในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมายิ่งทำให้มีข้อสงสัยมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความสามารถของเขาว่าจะสามารถนำเสนออะไรได้มากไปกว่าความสำเร็จในระยะสั้นหรือไม่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยคุณสมบัตินี้เองที่ทำให้เขาได้มาเป็นนายใหญ่ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากพวกเขาก็ร้างราแชมป์ลีกมาประดับโทรฟี่มาตั้งแต่ปีที่เฟอร์กูสันวางมือ

Jose Mourinho 2016 League Cup

มูรินโญ่มีสถิติการคว้าแชมป์ที่ดีเอามากๆ

แม้เมื่อซีซั่นก่อนจะนำมลทินมาให้มูรินโญ่แทนที่จะเป็นเหรียญรางวัล แต่แน่นอนว่ามันก็ทำให้เขาได้เรียนรู้ โดยเฉพาะการปฏิบัติกับการ์เนโร่อย่างน่าละอาย ซึ่งนั่นน่าจะทำให้เจ้าตัวลดความแข็งกร้าวลงไปบ้าง

ผู้เชี่ยวชาญเกมใหญ่

อีกหนึ่งคุณสมบัติของมูรินโญ่ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญถึงก็คือ เมื่อเกมใหญ่ๆมาถึงขณะที่กำลังอยู่ในช่วงลุ้นแชมป์ เขามักจะไม่ค่อยพลาด

ด้วยเกียรติประวัติของเขาที่ทำให้ตัวเองได้มาเป็นนายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ร้างราแชมป์ลีกมาประดับโทรฟี่มาตั้งแต่ปีที่เฟอร์กูสันวางมือ

นี่ถือเป็นคุณสมบัติที่เกือบๆเหนือมนุษย์ที่อยู่ในองค์ประกอบของการคว้าแชมป์ของเขา (เรอัล มาดริดชุดได้แชมป์ลีกที่คว้าชัยเหนือบาร์เซโลน่าในช่วงท้ายฤดูกาลที่คัมป์ นู พวกเขาได้ครองบอลแค่ 28% ส่วนอินเตอร์ชุดที่ได้เทรเบิ้ลแชมป์ก็เคยผ่านเกมที่ชามอ่างยักษ์มาแล้วเช่นกัน ซึ่งตอนนั้นได้ครองบอลเพียง 24%)

แต่การเล่นแบบเน้นสุดๆในเกมใหญ่แบบนี้ไม่ได้หมายความว่ามูรินโญ่จะละเลยเกมรุกแต่อย่างใด และนั่นก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าทีมของเขาขาดแคลนความคิดสร้างสรรค์ด้วย เพราะ 8 แชมป์ลีกที่เขาเคยได้ มีถึง 6 ครั้งที่จบฤดูกาลด้วยการเป็นทีมที่ยิงได้มากที่สุดในลีก

Inter Milan vs Barcelona, 2010

อินเตอร์ยุคมูรินโญ่ดับซ่าบาร์เซโลน่าได้ถึงถิ่น

และความจริงที่ว่าก็ลบล้างอคติที่มองว่ามูรินโญ่ชอบใช้แผนรถบัสอย่างสิ้นเชิง เขาแค่เป็นนักปฏิบัตินิยมที่จะปรับใช้แผนไหนก็ได้เพียงแค่เอาชนะคู่แข่ง และจากการที่ทีมของเขาไม่ได้มีแค่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หากแต่ยังมีพวกไปกับบอลได้ดีอย่าง เฮนริก มคิตาร์ยาน, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ทำให้งบเสริมทัพที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถูกใช้เพื่อความตื่นเต้นมากกว่าสโมสรก่อนของเขา

สิ่งที่มองข้ามไป

อย่างไรก็ตามการทุ่มทุนสร้างของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจต้องใช้เวลาในการผลิดอกออกผลนานกว่าที่เคย ในเมื่อบรรดาคู่แข่งต่างก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

เขาแค่เป็นนักปฏิบัตินิยมที่จะปรับใช้แผนไหนก็ได้เพียงแค่เอาชนะคู่แข่ง

แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เบาใจได้ก็คือ ตลอดอาชีพการคุมทีมของมูรินโญ่นั้น มีเพียงครั้งเดียวจาก 8 หนที่คว้าแชมป์โดยมีแต้มห่างจากรองจ่าฝูงน้อยกว่า 8 แต้ม และมีถึง 3 ครั้งที่แต้มทิ้งห่างมากกว่า 10 คะแนน 

สำหรับคนที่สงสัยว่ามูรินโญ่เหมาะที่จะเป็นทายาทของเฟอร์กูสันหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าการเล่นฟุตบอลเกมรับ, การให้ความสำคัญกับเยาวชน และการเปลี่ยนทีมทุกๆ 3 ปีของเขาไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาใส่ใจ เพราะมูรินโญ่ไม่เพียงแค่นำความสำเร็จมาสู่สโมสรเท่านั้น แต่ยังนำออร่าของความเป็นยอดทีมเข้ามาด้วย เขาไม่ได้แค่พาทีมคว้าแชมป์ลีก หากแต่ปลูกฝังจิตใจของความเป็นผู้ชนะให้กับทุกคน และนั่นสำคัญมากกว่าการปั้นเด็กหรือการเล่นแบบเน้นขึ้นเกมทางริมเส้นที่ขึ้นชื่อของยูไนเต็ดเสียอีก

แม้บางคนจะตั้งข้อสงสัยว่าจะอยู่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด นานแค่ไหนเมื่อดูจากประวัติการทำงานของเขา ซึ่งแน่นอนว่าเกือบทุกคนมีสิทธิ์ที่จะสงสัยในเรื่องนี้ แต่พวกเขาคงจะมองข้ามไปประเด็นนึง แม้มูรินโญ่จะอยู่ที่ไหนไม่ได้นานแต่นั่นก็คือความจริงของโลกลูกหนังในปัจจุบัน การสร้างทายาทสืบทอดแบบบูธรูมสต๊าฟฟ์ได้ตายไปแล้ว และการจ้างยอดโค้ชคือเทรนด์ที่เข้าแทนที่

Jose Mourinho Manchester United training

น่าลุ้นว่าหน้าตาทีมของกุนซือชาวโปรตุกีสจะออกมาเป็นอย่างไรในซีซั่นใหม่

และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้มูรินโญ่คือคนที่เหมาะสมที่จะพาสโมสรข้ามพ้นเหลือบเงาของเฟอร์กี้และสร้างยุคสมัยใหม่ขึ้นมาเอง

 แน่นอนว่ามูรินโญ่จะไม่เข้ามาสร้างโปรเจ็กท์ระยะยาวเพื่อรักษาแชมป์เหมือนอย่างที่เฟอร์กูสันทำ ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลที่แท้จริงไม่น่าจะอยู่ที่ว่าเขาจะอยู่กับสโมสรได้นานแค่ไหน หากแต่เป็นตอนไหนที่เขาจะออกไปมากกว่า

อย่างไรก็ตามแฟนๆ "ปีศาจแดง" ก็สามารถเย็นใจได้ว่าพวกเขาได้คนที่เหมาะสมมาทำงาน เพราะมูรินโญ่ได้เคยกล่าวกับนักข่าวไว้ว่า "ผมไม่สามารถทำงานได้ถ้าปราศจากความสำเร็จ" นั่นหมายความว่า ตราบที่ยังไม่มีถ้วย เขาจะไม่ทิ้งทีมไปไหนแน่นอน