Analysis

ยิ่งกว่าเก่งคือความภาคภูมิใจ : 10 นักเตะจาก 'ลา มาเซีย' ที่ดีที่สุดตลอดกาล

 สโมสร บาร์เซโลน่า สร้าง “ลา มาเซีย” ศูนย์บ่มเพาะวิชาลูกหนังระดับเยาวชนให้กลายเป็นอันดับ 1 ของโลก ที่ผลิตแข้งตัวจิ๋วให้กลายเป็นมนุษย์ต่างดาวที่ครองโลกลูกหนังได้ด้วยองค์ความรู้ที่ยากจะเลียนแบบ … แต่ถ้าจะให้เลือกนักเตะที่ดีที่สุดมา 10 คนล่ะ? ใครควรจะติดอันดับนี้บ้าง  ติดตามได้ที่นี่

We are part of The Trust Project What is it?

10. เชส ฟาเบรกาส

เชส ฟาเบรกาส ถือเป็นผลผลิตจาก ลา มาเซีย ที่อาจจะไม่ได้สร้างความสำเร็จให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรมากมายนัก ทว่าในเรื่องของฝีเท้าและความสำเร็จระดับสูงก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นนักเตะที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง

ฟาเบรกาส นั้นอยู่ในทีม ลา มาเซีย ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ร่วมรุ่นเดียวกับ ฆอร์ดี้ โกเมส,เคราร์ด ปีเก้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ทว่าตอนอายุ 15 ปี ก็ย้ายไปอยู่กับทีมอคาเดมี่ของ อาร์เซน่อล ก่อนจะใช้เวลาเพียงปีเดียวเท่านั้นขยับขึ้นไปเล่นทีมชุดใหญ่เคียงข้างกับ พาทริก วิเอร่า และ จิลแบร์โต้ ซิลวา ในปี 2003 ซึ่งหลังจากนั้น เชส ก็กลายเป็นเหมือนลูกรักและอัศวินแดนกลางคู่กายของ อาร์แซน เวนเกอร์ เรื่อยมา

เขาพัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นไปติดทีมชาตสเปนชุดใหญ่ในช่วงเวลาที่ยังอยู่กับ อาร์เซน่อล ก่อนที่จะอยู่ในทีมกระทิงดุชุดเเชมป์ ยูโร 2008 และ เเชมป์ฟุตบอลโลก 2010

ซึ่งหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์บอลโลกครั้งดังกล่าว เชส ถูกสื่อและเพื่อนร่วมทีมไซโคให้ย้ายกลับมาเล่นที่ บาร์เซโลน่า อีกครั้ง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาย้ายกลับมาอยู่กับ บาร์ซ่า ในปี 2011 ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์   ทว่ากลับไม่ใช่การตัดสินใจที่ถูกต้องนักเพราะในตอนนั้นมีนักเตะทั้ง ชาบี เอร์นันเดซ, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ อันเดรส อิเนียสต้า ขวางทางอยู่ จนทำให้ ฟาเบรกาส ต้องถูกจับไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำ จนไปถึงกองหน้าตัวเป้าอยู่บ่อยครัง ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่เขาไม่โดดเด่นเหมือนกับตอนอยู่กับ อาร์เซน่อล แม้จะคว้าแชมป์ยูโร 2012 กับทีมชาติสเปนได้อีกครั้งก็ตาม

จนกระทั่งที่สุดเเล้ว ฟาเบรกาส ก็กลับมาเล่นใน อังกฤษ อีกครั้งกับ เชลซี ในปี 2014 จากการชักนำของ โจเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งดูเหมือนว่าฟุตบอลอังกฤษจะเหมาะกับเขามากกว่า  เพราะ มูรินโญ่ จับ ฟาเบรกาส ไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางเหมือนเดิมและหลังจากนั้น เชลซี ก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองได้ถึง 2 สมัยในรอบ 4 ปีหลังสุด ขณะที่สถิติส่วนตัวนั้นจอมทัพชาวสเปนยังคงเป็นนักเตะที่ครองสถิติแอสซิสต์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีกสูงสุดอังกฤษอีกด้วย

9. เคราร์ด ปีเก้

ปีเก้ คือหนึ่งในกองหลังจาก ลา มาเซีย ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เขามีเส้นทางคล้ายๆ กับ ฟาเบรกาส ที่ไปเติบโตกับทีมเยาวชนของทีมในอังกฤษเมื่อภายหลัง ทว่าแตกต่างกันตอนท้ายเพราะ เชส ประสบความสำเร็จจนได้เป็นกำลังสำคัญของทีมชุดใหญ่ ขณะที่ ปีเก้ นั้นทำไม่สำเร็จ

จะเป็นอย่างนั้นก็ไม่แปลกเมื่อ ปีเก้ ที่ย้ายไปอยู่กับทีมเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2004 ในรูปแบบของสัญญานักเตะเยาวชนดังนั้น ปีศาจเเดง จึงไม่ต้องจ่ายค่าตัวของเขาให้กับ บาร์เซโลน่า แม้แต่เเดงเดียว

อย่างไรก็ตามการย้ายมาอยู่กับ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเขา ปีเก้ ใช้เวลาส่วนใหญ่กับทีมสำรอง ก่อนจะเริ่มได้โอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่บ้างในปี 2007 แต่นั่นก็เป็นการลงเล่นในฐานะอะไหล่ของ เนมานย่า วิดิช และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ 2 กองหลังที่ดีที่สุดในโลก ณ ช่วงเวลานั้น

เรื่องดังกล่าวทำให้ ปีเก้ ตัดสินใจกลับสู่บ้านหลังเก่าอย่าง บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวเพียง 5 ล้านปอนด์ในปี 2008 ซึ่งหลังจากนั้น ปีเก้ ก็แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลยเมื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จับเขาเล่นคู่เซ็นเตอร์กับ การ์เลส ปูโยล บาร์เซโลน่า ก็ได้ส่วนผสมชั้นดีที่ทำให้พวกเขาผงาดครองโลกลูกหนังเป็นเวลาอันยาวนาน

ปีเก้ ลงเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ฤดูกาลแรกด้วยการพาทีมกวาด 3 แชมป์ทันที โดยเฉพาะรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2009 ที่เขาพา บาร์ซ่า เอาชนะทีมเก่าอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด อีกด้วย

แม้จะเคยตัดสินใจพลาดไปแต่ ปีเก้ กลับตัวกลับใจและใช้โอกาสที่ 2 เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเขาเอง นอกจากนี้เขาจะมีความสำเร็จในทุกรายการที่ลงเล่นกับ บาร์เซโลน่า แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งหนึ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในฐานะนักเตะจาก ลา มาเซีย คือการแสดงตัวอย่างชัดเจนว่าเขาคือคน "กาตาลุญญ่า" พันธ์แท้ แม้ว่าที่สุดแล้วการเปิดเผยเช่นนั้นจะทำให้เขาโดนสื่อของสเปนเล่นงานอยู่บ่อยครั้งก็ตาม แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวเมืองรักเขายิ่งกว่านักเตะคนไหนๆ

Pages