ยศวรรธน์ มนทา : ผู้สืบทอดเบอร์ 2 แห่งทัพ “ปราสาทสายฟ้า”

หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาคือ ธีราทร บุญมาทัน คนใหม่ แห่ง “ปราสาทสายฟ้า”...

พื้นที่ทางฝั่งซ้ายของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ค่อนข้างเงียบลงไป พร้อมกับผลงานที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นักในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ในช่วงปรี-ซีซั่น เตรียมทีมลุยศึกไทยลีก 2017 ณ ขณะนี้ เริ่มมีแสงประกายแห่งความหวังสว่างขึ้นมาในตำแหน่งแบ็คซ้ายของพวกเขา

ยศวรรธน์ มนทา แบ็คซ้ายวัย 21 ปี ผลผลิตจากอะคาเดมีของ บีอีซี เทโรศาสน ที่เพิ่งย้ายร่วมทัพ “ปราสาทสายฟ้า” เมื่อไม่กี่เดือนก่อน กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงเหลือเกินในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จัดการทำแอสซิสต์สวยๆให้ทีมได้อย่างต่อเนื่อง แต่เขาเป็นใคร มาจากไหน? ฝีเท้าเป็นอย่างไร? โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ขออาสาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเขา ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

หนุ่มน้อยจากยโสธร จังหวัดในแถบตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสานของไทย เกิดในครอบครัวที่เปิดกิจการร้านซ่อมรถเล็กๆในแถบนอกตัวเมือง ก่อนที่จะย้ายไปเปิดในใจกลางอำเภอทรายมูล จนถึงปัจจุบัน เขามีน้องชายหนึ่งคน ที่กำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมปีที่ 4 ของโรงเรียนพณิชยการราชดำเนิน เช่นเดียวกับเขา และเดินทางเข้าสู่ถนนสายลูกหนังเหมือนกันอีกด้วย

“ปาร์ค” ไม่ได้ชอบฟุตบอลมาตั้งแต่แรก เขาเริ่มเตะบอลครั้งแรกตอน ป.5 มีที่มาจากการดูฟุตบอลทางโทรทัศน์แล้วเห็น “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ในสีเสื้อทีมชาติตอนทำศึกซีเกมส์ 2007 ที่นครราชสีมา แล้วรู้สึกชอบ จึงอยากเป็นแบบนั้นบ้าง แต่หนทางของเขาไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก อาศัยการลงไปเตะเล่นแบบไม่มีตำแหน่ง แถมยังสู้เพื่อนๆคนอื่นไม่ได้ แม้จะสู้จนได้ติดทีมโรงเรียนจนถึงม.ต้น แต่ก็ไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามเลย เพราะฝีเท้าไม่สามารถเทียบเคียงคนอื่นได้

แต่แล้ววันหนึ่ง อาจารย์ของโรงเรียนทรายมูลวิทยา ไปเจอข่าวเปิดคัดตัวนักเรียนโควต้านักกีฬาฟุตบอลของพณิชยการราชดำเนิน และต้องการให้ ยศวรรธน์ ได้ลองไปทดสอบตัวเอง เพราะมองเห็นถึงความมุ่งมั่นและใจสู้ของเขา ทว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะรู้จักสถานศึกษาดังกล่าวด้วยซ้ำ แต่พอหาข้อมูลดูจึงรู้ถึงรายละเอียดต่างๆ และตัดสินใจคว้าโอกาสนั้นไว้เพื่อที่จะไม่เสียค่าเทอมและแบ่งเบาภาระของครอบครัว โดยที่ไม่รู้ว่าจะคัดตัวติดหรือเปล่า

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

แม้ฝีเท้าจะสู้คนอื่นไม่ได้ แต่เขาแสดงออกถึงความขยันและทุ่มเท ระหว่างการคัดตัวที่พณิชยการราชดำเนิน ด้วยการวิ่งพล่านไล่บอลทั่วสนามในบทบาทกองกลาง จนผ่านการคัดเลือก และสามารถพาตัวเองเข้าสูรั้วของหนึ่งในสถานศึกษาอันเลื่องชื่อเรื่องกีฬาลูกหนังขาสั้นได้สำเร็จ

เขายังไม่ได้รับโอกาสลงสนามเช่นเคย แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของทีมโรงเรียน และต้องรอจนถึงชั้น ม.6 กว่าจะได้ลงสัมผัสผืนหญ้าในสีเสื้อของพณิชยการราชดำเนิน ทำศึกฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา 18 ปี ก. และ ไพรม์ มินิสเตอร์ คัพ โดยที่เจ้าตัวยอมรับแบบติดตลกว่า “อาจารย์สงสารรึเปล่าไม่รู้” เลยได้รับโอกาสเสียที เพราะเขาวิ่งสู้ฟัดทุกครั้งในระหว่างการฝึกซ้อม และได้ที่หนึ่งตลอดตอนวิ่งทดสอบร่างกาย

ในศึกเอฟเอ ยูธ คัพ 2011 นักเรียนทั้งหอพักต่างพากันไปชมเกมการแข่งขันดังกล่าวเกือบทั้งหมด ยกเว้นก็แต่ “ปาร์ค” ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากไปและไม่ชอบดูบอล แต่กลับไปตัดหญ้ากับโค้ชสองคนซะอย่างงั้น ถึงขั้นที่โค้ชยอมใจในความขยันและบอกกับเขาว่า “น่ามีงานทำนะมึงเนี่ย”

ถึงจะได้รับโอกาสลงเล่นเป็นคนท้ายๆ แต่เขากลับได้เซ็นสัญญานักเตะอาชีพก่อนใครเพื่อน เมื่อได้รับโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักเตะของอะคาเดมี ในนามทีมเพื่อนตำรวจ ก่อนที่จะถูกปล่อยยืมตัวให้ไปสัมผัสวงการฟุตบอลอาชีพกับ ลูกอิสาน และ นนทบุรี เอฟซี ในช่วงฤดูกาล 2013 และ 2014 ตามลำดับ 

ต่อมาในปี 2015 ผลงานของเขาก็ไปเข้าตาทีมงานของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ที่คุมสโมสรเพื่อนตำรวจอยู่ในขณะนั้น คว้าตัวไปร่วมทีมทันที เพราะชื่นชอบในความขยันเป็นการส่วนตัว และได้กลับมาเล่นกับไอดอลของเขาในทัพ “สุภาพบุรุษโล่ห์เงิน” พร้อมคว้าแชมป์ยามาฮ่า ลีกวัน ร่วมกัน ก่อนที่จะต้องพักทีม และถูกกุนซือคู่บุญอย่าง “โค้ชวัง” ดึงตัวไปร่วมทีมที่ นครปฐม ยูไนเต็ด เป็นคำรบสอง ในฤดูกาลที่ผ่านมา และเพิ่งย้ายร่วมทัพ “ปราสาทสายฟ้า” เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน

จุดแข็ง

สิ่งที่หลายคนเพิ่งได้เห็นกันเมื่อไม่นานมานี่คือการครอสบอลอันแม่นยำ รวมถึงลูกเซตพีซ ที่ได้รับหน้าที่เป็นมือวางอันดับหนึ่งในทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ นอกจากนั้นคือ ความขยัน, การวิ่งหาช่อง, ทำทาง ด้วยทัศนคติที่น่าชื่นชมปนฮาว่า “วิ่งไปก่อน ถ้ามีช่องเขาคงให้เอง วิ่งๆมั่วๆไปข้างหน้าก่อน” อีกทั้งยังถือว่าเป็นนักเตะที่มีความเร็วพอสมควร

จุดอ่อน

ด้วยร่างกายที่ผอมบาง ความแข็งแกร่งจึงเป็นจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดของ ยศวรรธน์ โดยเจ้าตัวบอกว่าถ้าโดนปะทะจังๆก็จะยวบเหมือนมวยยกที่ 4 อีกทั้งยังยอมรับว่า เกมรับ และ ลูกกลางอากาศของเขานั้น ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็กำลังฝึกซ้อมเพื่อปรับปรุงข้อด้อย และเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับตัวเองอยู่ในขณะนี้

รู้หรือไม่?

นอกจากจะเป็นคนขยันแล้ว “ปาร์ค” ยังเป็นคนที่ขี้เกรงใจสุดๆ จากที่เคยต้องดูแลตัวเองมาตลอด แม้กระทั่งซักชุดแข่ง สมัยอยู่กับทีมก่อนๆ แต่กับที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั้น มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้ทุกอย่าง ตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่เขากลับเอารองเท้าไปแอบเก็บไว้ในห้องคนเดียว เพราะเกรงใจและคิดว่าเป็นของของตัวเอง จึงไม่อยากให้คนอื่นมาคอยดูแลให้

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ปัจจุบัน ยศวรรธน์ ฟอร์มไปได้สวยสุดๆกับ “ปราสาทสายฟ้า” จากการลงสนามเป็นตัวจริงในศึกแม่โขง คลับ แชมเปี้ยนชิพ ทั้งสองนัด และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียน ทัวร์ 2017 กับ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม โดยที่ตัวเขาเองตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องลงสนามในฤดูกาลนี้ให้มากที่สุด เก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อนำไปใช้ในปีหน้า แต่ก็แอบหวังเพียงเล็กน้อยเท่านั้นว่าจะเป็น 11 ตัวจริงให้ได้ เพราะยังให้เกียรติขาประจำอย่าง กรกช วิริยอุดมศิริ เป็นเจ้าของตำแหน่ง แต่ก็พร้อมจะสอดแทรกอยู่เสมอ และอยากพาทีม Strike Back ทวงทุกแชมป์กลับคืนมาให้ได้