ยุทธการมังกรผงาดฟ้า : เจาะลึกแผนครองโลกลูกหนังของจีนใน 10 ปีข้างหน้า

Chinese Super League

หลายทีมใน จีน คว้านักเตะดังๆ เพื่อผลักดันฟุตบอลในประเทศ แต่นั่นไม่ใช่วิธีการเดียวที่ทัพ “มังกร” พัฒนาวงการลูกหนังของตัวเอง เพราะแท้จริงแล้ว เป้าหมายของพวกเขาใหญ่กว่านั้นมาก…

“ด้วยศักยภาพด้านการเงิน ทำให้ ไชนิส ซูเปอร์ลีก ขึ้นมาเทียบเท่าลีกรองๆในยุโรปอย่าง โปรตุเกส หรือ ฮอลแลนด์” โจเซฟ ลี เอเยนต์ผู้ดึงนักเตะจาก บราซิล มาสู่ จีน หลายคน กล่าว

“ประเทศ จีน มี ศักยภาพด้านการเงินที่โตขึ้นตลอด ทั้งยังเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก แค่คนจีนราวๆ 20-30 เปอร์เซนต์สนใจ ฟุตบอล ก็ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่มีแฟนบอลมากที่สุดในโลกแล้ว และลองคิดดูว่า หากทั้งหมดเข้าสนามได้ จะเป็นยังไง”

“ฟุตบอลญี่ปุ่นต้องรอถึงทศวรรษหนึ่งกว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นที่ยอมรับของโลกได้ แต่ จีน มองอะไรที่ใหญ่กว่านั้น พวกเขาอยากปักหมุดในโลกลูกหนังให้ได้”

China

จีน เคยลุยฟุตบอลโลกครั้งเดียว(2002) และแพ้รวดทั้งสามเกม

เงิน เงิน เงิน

แน่นอนว่าการที่มีประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ต้องการที่จะประสบความสำเร็จในกีฬาที่มีคนสนใจมากที่สุดในโลกย่อมต้องใช้เงินเข้าช่วย

กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ คือ ทีมแรกที่ทุ่มเงินมหาศาลในการผลักดันทีมตัวเอง ซึ่งพวกเขาถือว่าบรรลุเป้าหมาย

โดย เอเวอร์แกรนด์ ได้แชมป์เอเชีย 2 ครั้งในรอบ 3 ปีหลังสุด พร้อมกับคว้าแชมป์ลีก 5 ปีรวด นอกจากนี้ พวกเขายังตั้งเป้าใหญ่ด้วยการต้องเป็นแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ให้ได้ในเร็ววัน และพยายามที่จะก้าวไปเป็นท็อปเทนของโลกให้ได้

จากนั้น เพื่อนร่วมทีมในลีกก็หันมาใช้แนวทางเดียวกับพวกเขา

ชื่อของนักเตะอย่าง เดมบ้า บา, เปาลินโญ่, เฟรดี้ กัวริน, แจ็คสัน มาร์ติเนซ, รามิเรส, แชร์วินโญ่ และ อเล็กซ์ เตย์เซย์รา ค่อยๆย้ายตามกันเท่ามาในปีที่ผ่านมา

ก่อนที่ล่าสุด ออสการ์, คาร์ลอส เตเบซ และ จอห์น โอบี้ มิเกล จะตามมา

“การซื้อนักเตะต่างชาติที่ดังๆทำให้สโมสรโตเร็วขึ้น” เดยัน ดามยาโนวิช อดีตแข้งที่เคยผ่านการเล่นในจีนกับ เจียงสู เซนตี้ และ ปักกิ่ง กั๋วอัน มาแล้ว กล่าว “ก่อนหน้านี้ จีน แข่งกับแค่ ญี่ปุ่น และ เกาหลี แต่ตอนนี้พวกเขาพร้อมท้าชนทุกคน”

ทว่า การทุ่มเงินมหาศาลซื้อนักเตะไม่ใช่แผนเดียวที่พวกเขากำลังทำ เพราะตอนนี้ทุกสโมสรกำลังวางแผนระยะยาว เพื่อที่เตรียมเขย่าโลกลูกหนังเช่นกัน…

บ้าคลั่งและรวดเร็ว

ท่านประธานเตือนพวกเราว่า เป้าหมายสำคัญของทีมคือ ทำให้ท้องถิ่นของพวกเราเป็นตำนาน ไม่ใช่แค่ซื้อ หรือใช้เงินทุ่มเท่านั้น เราต้องทำให้บางอย่างให้กับประเทศชาติ

- ผู้ช่วยผู้จัดการทีม เทียนจิน ฉวนเจียน

จีน ไม่เคยต้องการแพ้ใคร พวกเขาต้องการเป็นที่สุดเสมอ และตอนนี้พวกเขากำลังพาตัวเองไปสู่จุดนั้นในโลกฟุตบอล

Xi Jinping

ประธานฯ สี จิ้ น ผิง ต้องการพาจีนเป็นเบอร์หนึ่งให้ได้

“พวกเราไม่ได้สนใจเรื่องงบประมาณ” กาเบรียล สกินเนอร์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมเลือดบราซิลของ เทียนจิน ฉวนเจียน กล่าว “ถ้าเราอยากได้อะไร เราบอกประธานสโมสรได้เลย พวกเขาสนับสนุนเราอย่างเต็มที่ อย่างตอนที่เรากำลังฝึกซ้อมปรีซั่นในบราซิล แล้วเราจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์บางอย่างด้วยความเร่งด่วนด้วยเงิน 1 ล้านเหรียญ ท่านประธานใช้เวลาไม่ถึงนาทีในการคิดและเซ็นเช็คให้เราด้วยซ้ำ ”

“ท่านประธานเตือนพวกเราว่า เป้าหมายสำคัญของทีมคือ ทำให้ท้องถิ่นของพวกเราเป็นตำนาน ไม่ใช่แค่ซื้อ หรือใช้เงินทุ่มเท่านั้น เราต้องทำให้บางอย่างให้กับประเทศชาติ”

อย่างไรก็ตาม เราห้ามปฏิเสธว่า ภาพลักษณ์ของ จีน กลายเป็น ลีกที่ใช้เงินอย่างบ้าคลั่งและเกินจริงไปแล้ว

และปัญหาสำคัญคือ ที่มาของเงินมหาศาลนั้นมาจากไหนกันแน่ เพราะในโลกลูกหนัง เรื่องความใสสะอาดนั้น สำคัญที่สุด

ซึ่ง จีน ต้องพิสูจน์ในจุดนี้ให้จงได้

ล้างภาพเก่าๆ

ที่ผ่านมา ดินแดนมังกร มีข่าวฉาวเรื่องการทุจริตและฉ้อโกงในลีกของพวกเขามาตลอด เช่นในปี 2009 ผู้บริหาร, กรรมาการ และ อดีตนักเตะหลายคน โดนจับ หรือในปี 2012 เจ้าหน้าที่ระดับสูงในเอฟเอจีน 2 คน ก็โดนลากเข้าซังเต พร้อมถูกขังเป็นสิบปี

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี สี จิ้ น ผิง พยายามแก้ไขในเรื่องนี้ และผลักดันให้วงการกีฬาบ้านเกิดเติบโตกว่านี้ โดยมีรายงานว่า ท่านประธานฯ ต้องการให้อุตสาหกรรมกีฬาของจีนมีมูลค่าอย่างต่ำ 590,000,000,000 ล้านปอนด์

จากนั้นจึงตั้งเป้าหมายที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และเป็นแชมป์โลกให้จงได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกสโมสรที่สนใจช่วยให้ จีน ได้ไปถึงจุดนั้น เพราะนักข่าวคนดังในประเทศนามว่า ม่า เตอ ซิง บอกว่า เศรษฐีแค่อยากเอาชนะกันเท่านั้น

“พวกเขาแค่อยากชนะให้เยอะๆ และได้แชมป์” ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไตตัน สปอร์ต กล่าว “และพวกเจ้านายคิดว่า การซื้อนักเตะดังๆคือทางลัดที่เร็วที่สุดที่ไปถึงจุดนั้น และพวกเขาไม่สนว่า ต้องจ่ายเท่าไรด้วย”

Jackson Martinez

แจ็คสัน มาร์ติเนซ ยอมทิ้งยุโรปมาโกยเงินหยวน

ม่า เตอ ซิง ยังเชื่อว่า เงินจำนวนหนึ่งนั้นมาจากการสนับสนุนของภาครัฐและพรรคการเมืองอีกด้วย

ในตอนนี้ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ คือ ทีมที่ดีที่สุดใน เอเชีย แม้ว่าพวกเขาจะเริ่มมีคู่แข่งที่มากขึ้นเรื่อยๆก็ตาม ซึ่งเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาของทุกทีม เพราะแม้ตอนนี้ เศรษฐกิจในประเทศกำลังเริ่มซบเซา ทว่า จีน ก็มีทรัพยากร, กำลังการผลิต และสิ่งต่างๆที่ทำให้สภาพการเงินอยู่รอดได้สบายๆ

โดยเฉพาะเงินจากภาครัฐบาล…

Guangzhou Evergrande

กว่างโจว ได้แชมป์ลีกมาหลายปีติดต่อกัน

เอกชนต้องมา

ไซม่อน แช็ควิด ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัย ซัลฟอร์ด ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของวงการลูกหนังแดนมังกรมานาน เชื่อว่า การใช้เงินเช่นนี้จะเป็นต่อไปเรื่อยๆ

“เงินบางส่วนมาจากภาครัฐ” แช็ควิด กล่าว “โดยเฉพาะทีมระดับจังหวัด  แต่แน่นอนว่าบางส่วนก็มาจากภาคธุรกิจ เหมือนกับเป็นการทำซีเอสอาร์ให้ภาครัฐและประชาชนเห็นนั่นแหละ”

ซึ่งครั้งหนึ่ง อดีตดาวดังที่เคยค้าแข้งใน จีน อย่าง ทิม เคฮิลล์ ก็เคยทำนายว่า เราอาจได้เห็นทีมจากจีนใช้เงิน 100 ล้านเหรียญฯ ในการซื้อนักเตะแน่ๆ

แน่นอนว่า ทุกทีมไม่ได้มีเงินทุนจากแหล่งเดียว อย่างเช่น กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ นั้น พวกเขาทำเงินมหาศาลจากการขายอสังหาฯ แต่จริงๆแล้ว กลุ่มเอเวอร์แกรนด์ ขายสินค้าอื่นๆอีกมากมาย

โดยก่อนหน้านี้ พวกเขาเคยทำให้ เอเอฟซี ไม่พอใจ หลังจากที่ เอเวอร์แกรนด์ ไปขายผลิตภัณฑ์น้ำดื่มของตัวเองในเกม แชมเปี้ยนลีก มาแล้ว

Tim Cahill

เคฮิลล์ ย้ายมาเล่นในจีนนาน 16 เดือน

ส่วนรายอื่นๆนั้น ทีมรองแชมป์เมื่อปี 2015 อย่าง เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี นั้นมีกลุ่มทุนที่ทำท่าเรือของเมืองหนุนหลัง ขณะที่ทีมอันดับ 14 อย่าง ชานตง ลู่หนิง ก็ดำเนินกิจการโดยบริษัทที่ผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เช่นเดียวกับ เจ้าของซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่างบริษัท ซู่หนิง ที่มีร้านทั่วประเทซกว่า 1,000แห่ง ก็เข้าซื้อสโมสรใน เจียงซู พร้มกับคว้าตัว รามิเรส และ อเล็กซ์ เตย์เซย์รา เข้ามา

นอกจากนี้ หากฉลาดๆหน่อย พวกเขาก็อาจจะทำกำไรด้วยการร่วมทุนเหมือนกับ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ได้ โดยตอนแรกนั้น กลุ่มทุน เอเวอร์แกรนด์ ซื้อทีมมาในราคาเพียง 11 ล้านปอนด์เมื่อปี 2010 ก่อนที่พวกเขาจะขายหุ้นครึ่งหนึ่งให้กับกลุ่มทุนอาลีบาบา ด้วยเงินถึง 127 ล้านปอนด์