ยื่นหอกให้คู่แข่ง...ฤาประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยข้ามโลก? - จอห์น เดอร์เดน

จอห์น เดอร์เดน ชี้ว่าการย้ายจากบุรีรัมย์สู่คู่ปรับอย่างเมืองทอง ยูไนเต็ด ของ ธีราทร บุญมาทัน สตาร์ทีมชาติไทยอาจทำให้ “ปราสาทสายฟ้า” ต้องเสียใจภายหลัง

ในปี 1992 มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์  ประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยได้รับโทรศัพท์จาก บิลล์ โฟเธอร์บี้ ประธานลีดส์ ยูไนเต็ด เพื่อสอบถามความเป็นไปได้ในการซื้อตัว เดนนิส เออร์วิน ฟูลแบ็คชาวไอริช

แต่แทนที่จะได้ตัวนักเตะ ทีม “ยูงทอง” กลับต้องเสีย เอริค คันโตน่า ไปให้กับคู่ปรับร่วมลีก สร้างความเศร้าใจให้กับแฟนๆเป็นอย่างมาก

และเป็นหัวหอกชาวฝรั่งเศสนี่เองที่พา “ปีศาจแดง” ครองความยิ่งใหญ่มานานกว่าทศวรรษ

ซึ่งแฟนบอลบุรีรัมย์ก็ได้แต่หวังว่าการขายธีราทรไปให้กับเมืองทองจะไม่เกิดผลกระทบที่คล้ายคลึงกัน

ไม่แน่ใจว่า เนวิน ชิดชอบ อาจกำลังเมาอยู่ก็เป็นได้ เพราะการขายสตาร์ประจำทีมนั้นอาจเป็นเรื่องปกติก็จริง แต่การส่งมอบไปให้กับคู่รักคู่แค้นนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่จะเชื่อ เพราะเขาเป็นถึงนักเตะเอเชียยอดเยี่ยมอันดับที่ 21 ของโฟร์โฟร์ทูเมื่อเดือนก่อน และกำลังจะเติบโตขึ้นไปเป็นสตาร์ระดับทวีป

โดยเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เนวินได้บอกกับเจ้าอุ้มว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะย้ายไปญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ในเมื่อตัวเองก็ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกกับทีมที่กำลังจะเข้าใกล้มหาอำนาจจากเอเชียบูรพาอยู่แล้ว

ซึ่งถือได้ว่าเป็นคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่ออกมาจากสโมสรที่คว้าแชมป์ลีกได้ถึง 3 จาก 4 ปีหลังสุด นี่คือทีมที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีผู้เล่นที่มีดีกรีเป็นถึงกัปตันทีมชาติอยู่ในทีม

อย่างไรก็ตามตัวนักเตะกลับไม่เห็นด้วย อย่างที่เขาได้บอกกับโฟร์โฟร์ทูเมื่อเดือนเมษายนว่า

“ผมอยากเล่นที่ญี่ปุ่น เพราะเจ-ลีกมันมีความเป็นมืออาชีพ”

“ดูเหมือนว่าพวกเขามีความเป็นมืออาชีพมากกว่าที่อื่น ทั้งระบบการเล่น, ระบบการซ้อม, ทีมเวิร์ค, ความแข็งแกร่ง ผมชอบความเป็นผู้นำของฮาเซเบะ (กัปตันทีมชาติญี่ปุ่น) ด้วยเช่นกัน”

ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่นักเตะไทยมองเจ-ลีกว่าเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับอาชีพของพวกเขา

เนวิน ชิดชอบ ต้องทำอะไรบางอย่าง

ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีนักเตะจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค้าแข้งในเอเชียตะวันออก แต่ไม่มีใครเลยที่จะสร้างอิมแพคได้จริงๆ ซึ่งดาวเตะวัย 26 น่าจะเป็นคนแรกที่ทำได้ พร้อมกับแผ้วถางทางให้คนอื่นเจริญรอยตามต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์เผยว่ามันไม่ได้มีข้อเสนออย่างจริงจังเข้ามาเลย

“ธีราทรแจ้งให้ผมทราบว่ามีความต้องการจะย้ายออกจากทีม และต้องการไปทดสอบฝีเท้าในเจ-ลีก หรือ เค-ลีก ซึ่งมีข่าวมาตลอดว่ามีทีมให้ความสนใจธีราทร แต่สุดท้ายไม่มีทีมใดยื่นข้อเสนอมาอย่างจริงจัง” เขากล่าว

“เราจึงเริ่มเปิดรับข้อเสนอในไทยลีก ซึ่งมีมากกว่าหนึ่งสโมสรที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา เราได้สอบถามธีราทร และให้โอกาสเขาเลือกด้วยตัวเองซึ่งก็จบที่เมืองทอง ยูไนเต็ด”

ถึงจะเป็นการแสดงความเคารพและความรักที่มีต่อนักเตะที่เกิดและโตมากับสโมสร พร้อมกับอวยชัยให้พรและแสดงการสนับสนุนในอนาคต แต่มันก็น่าจะผิดหลักอยู่ดี

เพราะไม่ว่าตัวนักเตะจะต้องการย้ายทีมหรือไม่ กฏข้อแรกคือคุณต้องไม่ยื่นหอกให้คู่แข่ง

ถ้านักเตะคีย์แมนของคุณเลือกที่จะไปอยู่กับคู่ปรับสำคัญ การโต้ตอบที่ดีที่สุดคือปฏิเสธไปอย่างสุภาพ ซึ่งบุรีรัมย์สามารถทำได้ และแน่นอนว่าธีราทรคงเข้าใจ

ยิ่งถ้าบุรีรัมย์ผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์แชมเปี้ยนส์ลีกและรั้งจ่าฝูงไทยลีก แฟนๆคงไม่คลั่งขนาดนี้ เพราะอย่างน้อยมันก็เกิดขึ้นตอนที่ทีมแข็งแกร่งอยู่แล้ว

แต่นี่มันไม่ใช่แบบนั้น

เมื่อบอลถ้วยเอเชียมีผลงานจัดว่าวิกฤติ ตลอดทั้ง 6 เกมมีแค่ 1 แต้มและยิงได้เพียงลูกเดียว สำหรับทีมที่เคยเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในปี 2013 และเกือบจะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในปี 2015 มันถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังจนทำให้ยอดแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมลดลงด้วย

แม้สถานการณ์ในลีกจะดีกว่านั้น แต่ดูแล้วเป็นไปได้ยากที่จะทำแต้มโด่งอย่างซีซั่นก่อน

หรือบุรีรัมย์จะมีเคสแบบ เอริก คันโตน่า เกิดขึ้น

และความปราชัย 3-0 เมื่อเร็วๆนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปราชัยนัดแรกในบ้านเท่านั้น ยังเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกในลีกจาก 44 เกมอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นชัยชนะนัดแรกของ “กิเลนผยอง” ที่มีต่อ “ปราสาทสายฟ้า” ในลีก และธีราทรก็ได้เซ็นสัญญาตอนที่เมืองทองนำเป็นจ่าฝูง โดยนำแชมป์เก่าอยู่ 5 แต้มและอยู่ในอันดับที่สูงกว่าอยู่ 3 อันดับด้วยกัน

ก็ต้องดูว่าบุรีรัมย์จะมีการเสริมทัพอย่างไรหลังจากนี้ เมื่อเครื่องยนต์อันไหลลื่นมีอันต้องตะกุกตะกักขึ้นมา

และในเวลาเดียวกัน มันก็ได้ทำให้เมืองทองแข็งแกร่งขึ้น เมื่อกัปตันทีมชาติได้ไปอยู่ทีมเดียวกับเพื่อนร่วมทัพ “ช้างศึก” อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ สารัช อยู่เย็น รวมถึง ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ทริสตอง โด และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ด้วย

ทำให้ตอนนี้เมืองทองกลายเป็นทีมที่ยากแก่การเอาชนะขึ้นมาทันตาเห็น

ถึงบุรีรัมย์จะเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย แต่เมื่อคุณเริ่มขายนักเตะที่ดีที่สุดไปให้กับคู่ปรับคนสำคัญ คุณก็จะตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะตกต่ำลง

แม้มันอาจจะเป็นการตัดสินใจแปลกๆที่คงไม่เกิดขึ้นอีกในซีซั่นนี้ของบุรีรัมย์ แต่เนวินก็ต้องทำงานหนักเพื่อให้แฟนๆยอมรับกับการขายครั้งนี้อยู่ดี ถึงจะได้เงินจากการดีลดังกล่าวก็เถอะ

นอกจากนี้ยังต้องระวังด้วยว่า มันอาจจะเป็นสัญญาณของช่วงเวลาอันยากลำบากที่รออยู่ข้างหน้า

โดยในปี 1992 ลีดส์ ยูไนเต็ด คือแชมเปี้ยนของอังกฤษ แต่พวกเขาก็เสียนักเตะที่ดีที่สุดให้กับทีมที่ไม่เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมานานถึง 26 ปี และจากนั้นมันก็ได้เปลี่ยนโฉมหน้าวงการบอลผู้ดีไปตลอดกาล

ถึงประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษอาจไม่ซ้ำรอยที่เมืองไทยในภายหลัง แต่การขายนักเตะคนสำคัญของทีมไปให้กับคู่ปรับตัวฉกาจก็ไม่ใช่สิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดเลย