อยู่หรือไป? รวมแข้งฝีเท้าดีที่ไม่น่าตกชั้นไปพร้อมกับต้นสังกัด

หลังจากที่ นฤพน พุฒซ้อน ใกล้ย้ายซบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตามที่เป็นข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแข้งที่แสดงให้เห็นว่าฝีเท้าอาจเก่งกาจเกินกว่าจะเล่นในลีกพระรองฤดูกาลหน้า

ทว่ามีนักเตะคนไหนอีกบ้างของ 3 ทีม ในโซนตกชั้น ที่โชว์ฟอร์มเก่งสวนทางกับต้นสังกัด และไม่น่าพลาดถูกทีมไทยลีกคว้าตัวไปร่วมทัพลุยศึกลีกสูงสุดต่ออีกปี เราคัดเลือกมาให้ได้ติดตามแล้วที่นี่

อาร์มี่ ยูไนเต็ด

ฮัสซัน ซันนี่

นับเป็นฤดูกาลที่ 2 แล้วสำหรับมือกาวจากสิงคโปร์รายนี้ โดยเขาลงเฝ้าเสาให้กับทัพ อาร์มี่ ยูไนเต็ดไปแล้วทั้งสิ้น 54 นัด นอกจากนั้น เจ้าตัวยังผ่านการติดทีมชาติสิงคโปร์มาแล้วด้วย โดยเมื่อปี 2004 ซันนี่ในวัย 20 ปี ได้โอกาสติดธงเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะได้ลงเล่นมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

เพียงแค่ฤดูกาลแรกของเขาในแดนสยามกับ “สุภาพบุรุษวงจักร” ฮัสซัน ซันนี่ ก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับวงการลุกหนังไทย และรักษามาตรฐานเดิมของตัวเองไว้ได้ โดยหากไม่เจ็บไม่ป่วย หรือติดภารกิจทีมชาติ ตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 1 ของอาร์มี่ก็คือเขาคนเดียวเท่านั้น ซึ่งจากความยอดเยี่ยมของเขา ทำให้สามารถช่วยต้นสังกัดจบด้วยอันดับ10

ขณะเดียวกัน ในฤดูกาลนี้ ซันนี่ ก็ยังยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมไว้ได้ชนิดที่ใครมาแย่งได้ยากมากๆ แถมเจ้าตัวยังสร้างวีรกรรมสุดสำคัญด้วยการช่วยทีมบุกไปเอาชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น ปราสาทสายฟ้า 1-0 แม้ว่าในวันนั้นพวกเขาจะโดนเจ้าบ้านเปิดเกมบุกตั้งแต่ต้นเกม

นายทวารเลือดลอดช่องรายนี้โชว์ซูเปอร์เซฟตั้งแต่ต้นเกม โดยหลังจากที่เกมผ่านมา 5 นาที 5 สุเชาว์ นุชนุ่มกองกลางตัวเก๋าของบุรีรัมย์ เปิดฟรีคิกมาทางกราบขวา ให้ คิม กึน ยอง ได้โขกเน้นๆ จนบอลพุ่งเสียบใต้คานอย่างรวดเร็ว ทว่าจอมหนึบยังพุงปัดออกไปได้หวุดหวิด นอกจากนั้นในนาทีที่ 78 โก ซุล กิ กองกลางอีกรายของทัพปราสาทสายฟ้าได้โอกาสแปเน้นๆ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือของ ฮัสซัน ซันนี่ อยู่ดี ส่งผลให้จบเกม ผู้มาเยือนเอาชนะไปได้ 1-0  แถมว่ากันว่า เกมนั้นเพียงเกมเดียวถึงกับทำให้ บุรีรัมย์ เสียหลักจนไล่ตามเมืองทองฯ ทีมจ่าฝูงไม่ทัน

ต้องยอมรับว่า ซันนี่คือนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพคนหนึ่ง ซึ่งหากตกชั้นไปเล่น ดิวิชั่น1 ก็คงน่าเสียดายมากๆ เพราะความจริงแล้ว สถานที่ที่นายทวารวัย 33 กะรัตรายนี้ควรอยู่โชว์ความเหนียว ก็คือไทยลีก เท่านั้น 

ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร

หากใครติดตามฟุตบอลไทยลีกตั้งแต่ปี 2013 จะรู้ดีว่า อาร์มี่ ยูไนเต็ด คือทีมที่ดันนักเตะคลื่นลูกใหม่ขึ้นมาค้าแข้งอยู่ในทีมชุดใหญ่จำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น “เก่ง” อดิศร พรมรักษ์ กองหลังพลังหนุ่มที่ทำผลงานได้น่าประทับใจจนได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องให้กับต้นสังกัด ส่งผลให้เจ้าตัวเล่นด้วยความมั่นใจ และมีโอกาสติดทีมชาติ ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทัพ “มังกรไฟ”บีอีซี เทโรศาสน ในปี 2014

นอกจาก เก่ง แล้ว แข้งคลื่นลูกใหม่อีกรายคือ “ปิง” ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ห้องเครื่องดีกรี ทีมชาติไทยชุดยู-19 โดยแม้ว่าเขาจะอายุยังน้อย แต่เห็นได้ชัดว่าเขากลับสามารถเล่นกับรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่ได้แบบสบายๆ สำหรับปัจจุบัน เจ้าปิงเป็นกำลังหลักให้กับทัพสุภาพบุรุษวงจักรมาโดยตลอด เพราะด้วยฝีเท้าอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และยังมีทีเด็ดเป็นลูกยิงไกลจากแถวสองด้วย เรียกได้ว่าหาตัวจับยากในวงการฟุตบอลไทยในขณะนี้

นอกจากเจ้าตัวจะอยู่ในทัพเยาวชน 19 ปี รุ่นเดียวกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , นฤบดินทร์ วีระวัฒน์โนดม, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และอีกหลายๆ คนแล้ว แถมในเวลาต่อมา “ปิง” ยังถูกเรียกตัวขึ้นมาติดทีมชาติทีมชุด ยู-23 ปี ตามด้วยการถูก “ซิโก้” เกียรติศักดิ์  เสนาเมือง กุนซือทีมชาติชุดใหญ่ เรียกมาเสริมทัพในนัดอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติเกาหลีใต้ ด้วย

ว่ากันว่าเด็กหนุ่มจากเมืองเลยคนนี้ คือคนที่มีความจงรักภักดีกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด สูง จนไม่อาจย้ายหนีไปไหนได้หากต้นสังกัดยังรั้งให้เล่นในดิวิชั่น 1 กับทีมต่อไปในปีหน้า แต่ด้วยระด้บฝีเท้าแบบนี้ บวกกับการที่เขาเพิ่งจะอายุย่างเข้า 24 ปี ทำให้เขาจะต้องเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้อีกหลายปีอย่างแน่นอน ดังนั้นคงไม่แปลกที่เวลานี้จะมีหลายๆ ทีมจ้องตาจะดึงตัวเขาไปร่วมทัพกันตาเป็นมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมบิ๊กเนมทั้งหลายแหล่

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากสุดท้าย เขาต้องค้าแข้งอยู่ในลีกพระรองตามต้นสังกัดเดิมต่อไป มันคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากเลยทีเดียว

ไค ฮิราโนะ

เด็กหนุ่มจากเมือง โอโนซิม่า ประเทศ ญี่ปุน รายนี้ เริ่มต้นค้าแข้งในลีกอาชีพกับทีม คาตาลเลอร์ โตยาม่า สโมสรใน เจ ทู ลีกรองของแดนอาทิตย์อุทัย ไควาดลวดลายอยู่ที่นั่นถึง 2 ฤดูกาล (2010-2012) ก่อนที่จะฝีเท้าจะไปเตะตาเอเย่นต์รายหนึ่ง ซึ่ง ทำให้เขามีโอกาสมาทดสอบฝีเท้ากับ “ปราสาทสายฟ้า”บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2013

ชีวิตฮิราโนะเหมือนสามล้อถูกหวย เพราะจากนักเตะระดับดิวิชั่น 2 ของญี่ปุ่น เขาได้เซ็นสัญญากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งได้สิทธิ์เล่นฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกจากการเป็นแชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งเจ้าตัวก็ส่วนหนึ่งของทีมที่ได้ลงโลดแล่นในถ้วยใหญ่สุดของเอเชียนี้ ตั้งแต่รอบคัดเลือกที่เอาชนะ บริสเบน รอร์ จากการดวลจุดโทษ ตามด้วยในรอบแบ่งกลุ่ม ที่ได้ดวลแข้งกับทีมดังถึง 3 ทีม คือ เอฟซี โซล ,เจียงซู เสิ่นตี้ และ เวกัลต้า เซนได

ทัพปราสาทสายฟ้า ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ปีนั้นโดยพวกเขาทะลุเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งนับเป็นผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่ เอเอฟซี เปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันใหม่ ขณะที่ ไค ฮิราโนะ นั่น ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนถูกยกให้เป็นกองหน้าจอมขยันผู้มีทีเด็ดในวิ่งไล่เพรสซิ่งแบบบ้าพลัง

ชีวิตแข้งรายนี้กับทีมดังแดนอีสานนี้คงอยู่แค่ 2 ฤดูกาล ก่อนที่จะกลายเป็นอดีต เพราะไคตัดสินใจจะเทิร์นโปรด้วยการกลับบ้านเกิดค้าแข้งใน เจ ลีก ลีกสูงสุดของญี่ปุ่นกับสโมสร เซเรโซ่ โอซาก้า ทว่าเจ้าตัวก็ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนกับสมัยค้าแข้งอยู่ในประเทศไทย ทำให้สุดท้าย เขาก็ต้องกลับมาตามล่าหาเงินบาทกันต่อที่แดนสยาม ทว่าคราวนี้เป็น อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่รับตัวเขาไปชุบเลี้ยงในฤดูกาล 2015 ซึ่งการกลับมาของไค ฮิราโนะนั้น สร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลทีมดังย่านวิภาวดีเป็นอย่างมาก

แฟนบอลชาวไทยต่างรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเขากันเป็นอย่างดี ซึ่ง ไคเองก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าฝีเท้าของเขาค้าแข้งในไทยลีกได้สบายๆ เนื่องจากเขายังสามารถใช้ความเร็วของตัวเอง ปั่นป่วนแนวรับทุกๆ ทีมในไทยลีกได้  เห็นได้ชัดในเกมที่เขามีโอกาสบุกไปเยือน ไอโมบาย สเตเดี้ยม รังเหย้าของบุรีรัมย์ถิ่นเก่า เขาช่วยให้ทีมเอาชนะเจ้าบ้านไปได้ 1-0 ซึ่งต้องยอมรับว่าเขาเป็น 1 ในนักเตะที่ทำให้กองหลัง “แชมป์เซราะกราว” ถึงกับอยู่ไม่เป็นสุข

อย่างไรก็ตาม ไค ในวัย 29ปี หากต้องตกชั้นไปเล่น ดิวิชั่น1 ร่วมกับ อาร์มี่ฯ ก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเอามากๆ เพราะจากที่เห็นในฤดูกาลที่ผ่านมา เขายังเล่นเกมระดับไทยลีกได้แบบสบายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมระดับกลางที่ต้องการใครสักคนมาไว้คอยปั่นป่วนคู่แข่งให้ปวดหัว

ศนุกรานต์ ถิ่นจอม

แข้งดาวรุ่งวัย 22 ปี คืออีกหนึ่งแข้งที่ไม่ควรตกไปเล่นในลีกรองด้วยประการทั้งปวง

ศนุกรานต์ ถิ่นจอม จับพลัดจับผลูต้องมาเล่นให้กับ อาร์มี ยูไนเต็ด เพราะติดทหารเกณฑ์ แต่ด้วยประสบการณ์ค้าแข้งกับหลายทีมในลีกระดับรองๆ ทำให้เขาปรับตัวได้ไม่ยากเย็นนักในถิ่นกองทัพบก

ด้วยความที่เป็นมิดฟิลด์เชิงสูง จึงได้รับบทบาทจอมทัพของทีม “สุภาพบุรุษวงจักร” แม้เพิ่งเล่นในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก เขาคือทีเด็ดของทีมยามเล่นเกมสวนกลับเร็ว สามารถสลับรุก-รับ ได้อย่างแนบเนียน อีกทั้งยังสร้างสรรค์จังหวะเข้าทำสวยๆให้ทีมได้หลายต่อหลายครั้ง

แต่ด้วยทรัพยากรนักเตะในทีมที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ “เกมส์” ไม่มีพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมนักในแดนกลาง และถ้าหากได้คู่หูที่เข้าขารู้ใจกันมากกว่านี้ จะทำให้ดึงศักยภาพของเขาออกมาได้อย่างโดดเด่นกว่านี้เป็นแน่

น่าเสียดายที่การประเดิมสนามในลีกสูงสุดครั้งแรกของเขาต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยน่าจดจำ เมื่อทีมต้องตกชั้นไปเล่นในศึกลีก วัน แต่ด้วยฝีเท้าและผลงานอันโดดเด่น อาจมีบางทีมคว้าตัวไปร่วมทัพลงเล่นในลีกสูงสุดต่อก็เป็นได้