ยูทูป : ปรากฎการณ์วีดีโอพลิกโฉมโลกลูกหนัง

ในเวลาเพียงแค่ 10 ปี เว็บไซต์บริการวีดีโอแชร์ลิงได้เปลี่ยนแฟนบอลกลายเป็นผู้ชำนาญ, นักเตะกลายเป็นมีมขำขัน และนักต้มกลายเป็นสตาร์ลูกหนัง โฟร์โฟร์ทูจึงสืบค้นความจริงที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ 

โรนัลดินโญคือนักต้ม

โฆษณารองเท้าสตั๊ดไนกี้รุ่น”เทียมโป้ เลเจนด์”เมื่อปี 2005 กลายเป็นวีดีโอที่มีกระแสฮ็อตฮิตที่สุดในยูทูป เมื่อจอมทัพชาวบราซิลเลียนโชว์สกิลสุดเหลือเชื่อเตะบอลชนคานจากระยะ 20 หลา ให้กระเด้งกลับมาหาตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าชนิดไม่ปล่อยให้บอลตกพื้น แต่โฆษกของไนกี้ยอมรับว่า “การเตะบอลชนคานนั้นถูกดัดแปลงและตกแต่งโดยคอมพิวเตอร์” สมมติว่าอดีตสตาร์บาร์เซโลนาเตะบอลโดนคานแค่ 2 จาก 4 ครั้ง ซึ่งคนทั่วไปคงคิดว่าสมเหตุสมผล แต่มันก็ไม่ได้สำคัญอะไร เพราะวีดีโอนี้ถูกทำขึ้น

อย่างไรก็ดี ภารกิจของไนกี้ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ทั้งที่ฟุตเทจของคลิปนี้ยังห่างไกลจากวีดีโอในยุคปัจจุบันที่พัฒนาขึ้นมาก มันถูกถ่ายในเวลาจริง, ถ่ายเสร็จในทันที และไม่มีเสียงซาวแทรคต์จังหวะรองเท้ากระทบบอลและบอลชนคาน นี่คือคลิปวีดีโอแรกของยูทูปที่มียอดผู้เข้าชมทะลุ 1 ล้านครั้ง

นอกจากนี้วีดีโอนี้ถูกแชร์ในเว็บไซต์ทดลองของยูทูปเท่านั้น และใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์ ในการไต่ยอดวิวแตะหลัก 1 ล้าน โฆษณารองเท้าสตั๊ดแสดงให้เห็นว่าเว็บไซต์ใหม่นี้สามารถประสบความสำเร็จได้

เว็บไซต์ยูทูปเปิดตัวอย่างเป็นทางการหลังจากแชร์วีดีโอตัวดังกล่าวไม่กี่สัปดาห์ ก่อนถูกกูเกิลเข้าซื้อกิจการในปี 2006 นับตั้งแต่นั้นอินเตอร์เน็ตก็ไม่เหมือนเดิมอีกเช่นเดียวกับฟุตบอล

เริ่มต้นช้า

แม้แต่การใช้ฟุตเทจเกมที่มีไลเซนซ์ก็ไม่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม ทั้งที่ยูทูปปฏิวัติระบบกลายเป็นเว็บไซต์บริการฟรีสตรีมมิง

ไม่มีใครในวงการฟุตบอลเอาจริงเอาจังกับการใช้ยูทูปในยุคแรกเริ่ม เหตุผลง่ายๆคือยูทูปเริ่มต้นด้วยการวัดกระแสจากเรตติ้งเหมือนเฟชบุ้ค กระแสตอบรับของทุกอย่างในอินเตอร์เวลานั้นขึ้นอยู่กับเพศ คลิปวีดีโอฟุตบอลชิ้นแรกที่ถูกแชร์นั้นธรรมดาเกินไปจนผู้ผลักดันในวงการกีฬารู้สึกผิดหวัง

แม้แต่การใช้ฟุตเทจเกมที่มีไลเซนซ์ก็ไม่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม ทั้งที่ยูทูปปฏิวัติระบบกลายเป็นเว็บไซต์บริการฟรีสตรีมมิงสำหรับวีดีโอที่แพงเกินกว่าจะเผยแพร่เอง, หายาก และอันตรายต่อการดาวโหลด

Chad Hurley, Steve Chen

โฉมหน้าของผู้สร้างยูทูปเมื่อปี 2005

วีดีโอฟุตบอลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคเริ่มต้น ประกอบด้วย คลิป 4 วินาทีที่ นีล เลนนอน เอาหัวโขกเท้าของ อลัน เชียเรอร์ ตบตาผู้ตัดสิน และ คลิป 4 นาทีที่มีชื่อว่า”The ultimate Zidane HeadButt video” ซึ่งถูกอัพโหลดลงยูทูปหลังจาก ซีเนดีน ซีดาน เอาหัวโขกอก มาร์โก มาเตรัซซี ในฟุตบอลโลก 2006 รอบชิงชนะเลิศเพียงไม่กี่วัน มันเป็นรวม 42 ภาพกิฟต์ตลกของซีดานเข้ากับโปเกมอน, สตรีทไฟเตอร์ หรือแม้แต่ศิลปินแร็ปอย่างเอ็มซี แฮมเมอร์ คลิปนี้ไม่ได้เป็นคลิปดั้งเดิม ภาพกิฟต์ส่วนใหญ่ถูกดึงมาจากชุมชนออนไลน์ที่เรียกว่า”YTMND” หรือ You’re The Man Now, Dog ก่อนนำมายำรวมกัน แต่มันกลับได้รับความนิยมมีคนเข้ามาชมหลักหลายล้านคน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคลิปวีดีโอของซีดานกับมาเตรัซซีจะกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก แต่มันก็ไม่ได้เพิ่มความนิยมให้คนหันมาใช้ยูทูปมากนัก แฟนบอลยังไม่ตระหนักถึงศักยภาพที่แท้จริงของยูทูป ในขณะที่คนระดับผู้บริหารในวงการกีฬายิ่งไม่สนใจมันแล้วใหญ่

ไฮไลท์รวม

ไฮไลท์รวมทำให้แฟนบอลรู้ว่าสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างจากนักเตะใหม่ของสโมสร

ยูทูปค่อยๆซึมซับเข้าไปอยู่ในความสนใจของแฟนบอลทีละน้อย เมื่อคนรักฟุตบอลจากทุกทวีปหันมาแชร์คลิประหว่างเกมแข่งขัน โดยเฉพาะในรายของ โจนาธาน บอลเดล ที่สรุปไฮไลท์ภาพรวมทั้งฤดูกาลของทีมระดับดิวิชัน 3 อังกฤษ แฟนบอลจึงได้รับข้อมูลมากขึ้น ไฮไลท์รวมทำให้พวกเขารู้ว่าสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างจากนักเตะใหม่ของสโมสร

ผู้ใช้งานยูทูปหันมาสร้างวีดีโอต้อนรับนักเตะคนใหม่อย่างแพร่หลาย แม้แต่คนที่ไม่ได้เป็นแฟนบอลทีมนั้นยังหันมาสร้างด้วย ในช่วงซัมเมอร์ปี 2006 ยุคเริ่มต้นของยูทูป คาร์ลอส เตเบซ ย้ายจากโครินเธียนส์เข้ารังเวสต์แฮม โดยคลิปรวมไฮไลท์ของเขามีผู้เข้าชมถึง 100,000 คนในวันเดียวกัน ด้านแฟนบอลพอร์ทสมัธก็จัดทำไฮไลท์ต้อนรับการย้ายมาของ นิโก้ ครานชาร์ กองกลางชาวโครแอตเช่นกัน

Niko Kranjcar

มีคลิปเปิดตัวด้วยสำหรับดาวเตะโครเอเชีนรายนี้

ถ้ามันเกิดขึ้นในปี 2017 ที่เรากำลังอยู่ในยุคที่ความรู้สึกส่วนตัวอยู่เหนือความเป็นจริง แฟนบอลในยูทูปคงอยู่ก้าวล้ำนำหน้าเวลาของตัวเองหลายปี นักเตะทุกคนสามารถถูกลดทอนคลิปวีดีโอลงได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เล่าเรื่อง และความจริงที่สิ่งคุณอยากให้มันเป็น ขณะเดียวกันอัตราแฟนบอลที่สนุกกับการถกเถียงเรื่องฟุตบอลมากกว่าชมเกมโตขึ้น จำนวนไฮไลท์สั้นๆในยูทูปจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามไปด้วย แต่นักฟุตบอลจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ หรืออย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ควรทำ